วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

ด๊อกทาวน์-เมืองในฝันของสุนัข (2)








เจาะใจ - ออทิสติก ไร้ขีดจำกัด





เจตรินบุกรังไข่สถานีข่าวเนชั่นทีวี

ลายสือไทยสู่ลายอินเทรนยุคปัจจุบัน

ข้าราชการพลเรือนดีเด่นจังหวัดพะเยา

Art of Composition for Photographer

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554

How to: Use Amazon Cloud Player for Android

ไทใหญ่จัดกิจกรรมช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในรัฐฉาน

จักรพรรดิญี่ปุ่นและราชินีทรงเยี่ยมผู้ประสบภัย

นวัตกรรมพันปี - เรือรบโบราณ







อาบอยีถ้อยกวีในสายลม"ปราชญ์อาข่า"

ภาพจิตรกรรมฝาผนังทิเบต

















รางวัลบริหารทรัพยากรบุคคลดีเด่นพะเยา

บรรยากาศบ้าน Hitler

กินอยู่คือ - อาหารไทยใหญ่สุวรรณภูมิ







วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

การฟื้นฟูร่างกายคนวัยทำงาน



ดาไล ลามะตอบคำถามกับกลุ่มชาวพุทธไทย15มี.ค.

คนค้นฅน - อพยพแรงงานไทยในลิเบีย





สภาพพี่น้องไทใหญ่พื้นที่แผ่นดินไหวรัฐฉาน



การวาดดอกไม้วิจิตรด้วยปากกาหมึกซึม

ท่องโลกกว้าว-นวัตกรรมจากใต้พิภพ







ดูชาวอัสสัมแข่งปิดตาตีหมอ

FIFA President's visit to Burma

เปิดตัวสแตมป์งานแต่งวิลเลียม-เคท

SpidermanปีนตึกBurj Khalifaที่สูงที่สุด

การใช้งานMenuกล้องNikon D3100

การปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์

ส.ส.เมืองนอกใช้iPadประกอบอภิปราย

TonightShow:Kim Jaejoong(คิม แจจุง)



"มจร"เปิดป.เอกหลักสูตรผู้นำเชิงพุทธ-ท้องถิ่น

นายสุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้ประกาศใช้และอนุมัติให้เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาเอก คือหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการจัดการเชิงพุทธ และสาขารัฐประศาสนศาสตร์ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 เป็นต้นไป

"สำหรับหลักสูตร พธ.ด. สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ได้แบ่งกลุ่มวิชาเลือกให้ศึกษาอีก 3 กลุ่มวิชาประกอบด้วย 1. กลุ่มวิชาภาวะผู้นำเชิงพุทธ 2. กลุ่มวิชา การบริหารทรัพยากรมนุษย์ และ 3 . กลุ่มวิชา การปกครองท้องภิ่น" นายสุรพล กล่าวและว่า

ผู้ที่สนใจจะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมใน 2 สาขานี้ สามารถติดตามายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http//www.polmcu.com หรือ http://www.mcu.ac.th

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

ไอโอดีนกับสารกัมมันตรังสีนิวเคลียร์ญี่ปุ่น

ดันดาราลูกดาราตีสิบ





วิศวกรปลูกเมล่อน(แคนตาลูป)ร้อยล้าน





Google learns to Disco

สำนักข่าวฉานเปิดรับบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัย

จากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเวลา 20.55 น. คืนวันพฤหัสบดี 24 มี.ค. 2554 แรงสั่นสะเทือน 6.8 ริคเตอร์ มีจุดศูนย์กลางลึกลงไปใต้ดินราว 10 กิโลเมตร บริเวณเทือกเขาในอำเภอท่าเดื่อ จังหวัดท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน(ไทใหญ่) ภาคตะวันออก ห่างจากชายแดนไทยด้านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประมาณ 50 กม. นั้น ได้สร้างความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือนในพื้นที่นับร้อยหลัง มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตหลายร้อยคน ขณะที่มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยและขาดแคลนเครื่องอุปโภค บริโภคนับพันคน

โดยเมืองและหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือ เมืองท่าเดื่อ, เมืองเลน, บ้านจากูหนี่, บ้านหลวง, บ้านหมากตาน, บ้านหมากเขือ, บ้านล้านตอง, บ้านโต้ง, บ้านหัวนา, บ้านหมากอ๋างขาง, บ้านนายาว ทั้งหมดอยู่ในกิ่งอำเภอท่าเดื่อ จังหวัดท่าขี้เหล็ก

ศูนย์ข่าวคนเครือไท ในสำนักข่าวฉาน SHAN (Shan Herald Agency for News) ขอเรียนเชิญผู้มีจิตรศรัทธาร่วมบริจาคเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามกำลังศรั ทธา โดยเงินที่ได้จากการบริจาคจะส่งมอบให้กับองค์กร หรือ กลุ่ม หรือ บุคคลในพื้นที่ที่ได้รับความไว้วางใจนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป โดยศูนย์ข่าวคนเครือไท จะประกาศแจ้งยอดบริจาครวมถึงการให้ความช่วยเหลือผ่านทางเว็บไซท์ www.khonkhurtai.org) เป็นระยะๆ ขณะเดียวกันสามารถติดตามอ่านข่าวสารภาคภาษาอังกฤษได้ที่ www.shanland.org ภาคภาษาไทใหญ่ที่ www.mongloi.org และภาคภาษาไทยที่ www.khonkhurtai.org

จีนระบุทะไลลามะมุ่งร้ายมั่นคงของทิเบต

สำนักข่าวซีอาร์ไอรายงานว่า ในวาระที่ท้องที่ต่างๆ ของทิเบตเฉลิมฉลองวันรำลึกการปลดปล่อยทาสกสิกรทิเบตล้านคน ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา นายแพดมา โชลิง( Padma Choling) ผู้่ว่าราชการเขตปกครองตนเองทิเบตกล่าวทางสถานีโทรทัศน์ โดยระบุว่า การพัฒนาและความรุ่งเรืองของทิเบตในทุกวันนี้ไม่ใช่ได้มาโดยง่าย ความมุ่งร้ายในการทำลายสถานการณ์ความมั่นคงของทิเบตย่อมจะประสบความล้มเหลว

นายแพดมา โชลิง( Padma Choling) ระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทิเบตยืนหยัดในการเดินบนหนทางที่มีเอกลักษณ์ของจีนและมีลักษณะพิเศษของทิเบตมาโดยตลอด ดำเนินยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจเป็นการใหญ่ ทำให้กิจการต่าง ๆ ล้วนได้รับการพัฒนาอย่างมาก

นายแพดมา โชลิง( Padma Choling)ชี้ให้เห็นว่า ผลสำเร็จที่ทิเบตได้รับในทุกวันนี้ไม่ใช่ได้มาโดยง่าย แต่ว่า กลุ่มทะไลลามะที่พลัดถิ่นในต่างประเทศ ใช้ "ชนชาติ ศาสนา และสิทธิมนุษยชน" เป็นข้ออ้าง ยืนกรานมุ่งร้ายให้ "ทิเบตเป็นเอกราช" และจุดยืนที่จะ แบ่งแยกมาตุภูมิ มุ่งที่จะโค่นล้มอำนาจรัฐของประชาชน และฟื้นคืนการปกครองด้วยระบอบทาสกสิกรศักดินาที่รวมการเมืองกับศาสนาเป็นหนึ่งเดียว เพื่อกดขี่ขูดรีดประชาชนชาวทิเบตต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2554

ดูจิตรกรรมใหม่หลังคนเมืองผู้ดีออกมาประท้วง

อบรมอาชีพแม่บ้านทำพรมเช็ดเท้าบ้านจำปา

การสร้างวัดSWAMI NARAYANฮินดูหรูแห่งใหม่

ท่องโลก Google ใน 100 วินาที

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

How to Exchange YouTube Auto Data

Local Mobile Marketing Training

Apple's iPad 2 Hits Sydney Stores

Loaded: Facebook has answers

I heart Dictionary

Buddhist Society of Western Australia

ชมวัดเชตวันประเทศอินเดีย

ความสูญเสียฝั่งพม่าหลังเกิดแผ่นดินไหว

พระ-โยมอธิฐานจิตที่อินเดียให้ไทยลดขัดแยัง

รมต.พม่าจวกไทยไม่จริงใจช่วยปราบกะเหรี่ยง

หนังสือพิมพ์นิว ไลต์ ออฟ เมียนมาร์อ้างรัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารพม่ากล่าวโจมตีประเทศไทย ระบุไม่มีความจริงใจในการช่วยพม่าแก้ปัญหาชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยง ทั้งยังให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธกะเหรี่ยงโจมตีพม่า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างรัฐมนตรีกระทรวงข่าวสารของพม่าที่ออกมาระบุว่า ประเทศไทยไทยควรแสดงบทบาทมากกว่าที่เป็นอยู่เพื่อช่วยแก้ปัญหาชนกลุ่มน้อยและกลุ่มติ ดอาวุธชาวกะเหรี่ยงตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ

หนังสือพิมพ์นิว ไลต์ ออฟ เมียนมาร์ ของทางการพม่า รายงานว่านายคยอว์ ฮซัน รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารของพม่าออกมาเปิดเผยต่อรัฐสภาพม่าตั้งแต่เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ว่าถ้าประเทศไทยมีจุดยืนที่ต้องการเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรต่อพม่าจริง ปัญหาต่างๆเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยงทางภาคตะวันออกของพม่าก็คงจะได้รับการแก้ไขให้ลุล่วงได้ในไม่ช้า

อย่างไรก็ดีสื่อดังของพม่ายังระบุว่า คยอว์ ฮซัน ได้กล่าวหาว่ากลุ่มติดอาวุธชาวกะเหรี่ยงได้ใช้ค่ายผู้อพยพในประเทศไทยเป็นฐานในการโจ มตีกองทัพพม่าตลอดมา พร้อมอ้างว่า กองกำลังติดอาวุธเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากชาติมหาอำนาจ องค์กรเอกชนระหว่างประเทศ และประเทศไทย

ทั้งนี้ ชาวกะเหรี่ยงถือเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีจำนวนมากที่สุดในพม่า และกลุ่มติดอาวุธของชาวกะเหรี่ยงได้ต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่ามานานหลายทศวรรษเพื่อเรี ยกร้องสิทธิ์ในการปกครองตนเอง

iPad 2 HDMI Out Cable

iPad2ตามความเห็นของtysiphonehelp

การใช้ iPhone 101กับIOS 4

ยอดการขาดiPad2ลดลง

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

สัญชาตญาณสัตว์ก่อนเกิดสึนามิ

8วิธีรอดตายขณะเกิดแผ่นดินไหว

เรียนภาษาไทดำกับเพลง: Sae Vorng

ประกวดนางงามท่องเที่ยวพม่าสวยไม่แพ้ชาติใด

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554

เพลงสยามเมืองยิ้มเขมรกอปปี้

"อลิซาเบธ เทย์เลอร์"ดาวค้างฟ้าสิ้นใจ

พะเยาอบรมแผนธุรกิจปี๒๕๕๔

ผ้าซิ่นตีนจกของดีเมืองราชบุรี

WordPress Adsense Setup

ทิเบตความสุดขั้วบนผืนหิมะหนีจีน







แอ๊ด คาราบาวยัวะทุ่มกีต้าร์กลางงานสีสันอวอร์ด



ขณะแอ๊ดเตรียมตัวร้องเพลง แต่ผู้คนข้างล่างอยากฟังประกาศผลมากกว่า จึงมีเสียงผู้ชายส่งขึ้นมาว่า"อยากทราบผล"

ปิกนิคลอยฟ้าที่พาฮาลแกมหิมาลัย



เสวนาวัฒนธรรมCulturnovation







พระเทพฯทรงห่วงอาหารโลกเสี่ยงขาด


เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 22 มีนาคม 2554 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดงานจัดการประชุมนานาชาติ “การประชุมระดับสูงว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชน ครั้งที่ 10” (10th Meeting of the High Level Group on Education for All หรือ EFA) จัดขึ้นวันที่ 22-24 มีนาคม ที่โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท จ.ชลบุรี โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นางอิรินา โบโกวา ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ องค์การยูเนสโก พร้อมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงผู้นำด้านการศึกษาของชาติสมาชิกองค์การยูเนสโก ที่มาเข้าร่วมการประชุมจาก 34 ประเทศทั่วโลก เฝ้ารอรับเสด็จ




วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

จับหมาเรียกค่าไถ่ระบาด-แจ้งเว็บตาม

รายการบินดี้ - สัตว์ป่าหายาก

"ลุงบุญมีระลึกชาติ"คว้าหนังเยี่ยมที่ฮ่องกง



สำนักข่าวซีอาร์ไอทางการของจีนรายงานว่า พิธีมอบรางวัลเอเชียน ฟิล์ม อวอร์ดส ครั้งที่ 5 จัดขึ้นที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ฮา จูง วู (Ha Jung-woo) ดาราเกาหลีใต้คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม สวี ฟาน ดาราจีนคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปครอง ส่วนภาพยนตร์ไทย 'ลุงบุญมีระลึกชาติ' คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครอง

วิจารณ์บริจาคหนังสือเสรีคือปัญหาของชาติ

รายงานVIP-โรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนน้ำยืน

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554

Lenovo Tablet PC Launched

Loaded: Microsoft: The spam vigilante

บทเรียนภาษาไทดำประกอบเพลง

ดงบังชินกิแสดงสดเพลง-Before U Go

หมู่บ้านท่องเที่ยวโอท็อปแดนไทยลาวบ้านฮวก

รู้ทันโรค-รู้เท่าทันฟิตเนส

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2554

เจาะใจ - ณกรณ์ กรณ์หิรัญหุ้นส่วนวุฒิ-ศักดิ์คลินิก



บทเรียนภาษาเขมร-วลีที่เป็นประโยชน์

"แอน ทองประสม"พิธีครอบครูช่อง3

โบราณสถาน-วัตถุIndonesia's Ubud

เรียนภาษาอังกฤษกับภาษาไทยโบราณ

วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554

ดนุพร ปุณณกันต์อภิปรายไม่ไว้วางใจองอาจ

บทเรียนภาษาลาว- แม่ข้าน้อยอยู่ไส

นิทานชาดก500ชาติเรื่องอัมพชาดก

นิทานชาดก500ชาติเรื่องทิปิชาดกบนMSNวิดีโอ

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2554

Suthichai interview Dalai Lama living for a free Tibet



By The Nation
Dharamshala, India
Published on March 16, 2011


In an exclusive interview with The Nation group editor Suthichai Yoon, His Holiness the Dalai Lama said he was confident that he would live until 113 years of age, visit Beijing, witness a free Tibet, choose the next Dalai Lama if he's still alive and pass on his political power to an elected leader.



After his morning sermon to Buddhists from Thailand, China, South Korea, Vietnam, Cambodia and Burma, the Dalai Lama granted an hour's interview to Suthichai yesterday in the reception chamber of his palace in Dharamashala, Himalchal Pradesh.

During the interview, Tibet's spiritual leader confirmed his plan to retire later this year and devolve political power to an elected leader. He expects a nod to his planned retirement and power devolution from his ministers at an upcoming parliamentary session. If the ministers disagree, the Dalai Lama will try to talk with them and convince them of the benefits of his plans. "Some formalities must change," he said.

The Dalai Lama also took the opportunity to take China to task for its past and present aggression and its hard-line stance towards Tibet.

"I've just told Tibetans gathering here this morning that they need to be more educated themselves and follow peaceful means to achieve Tibet's autonomy. My position is clear: autonomy. The international community supports us because we use peaceful means to call for our country's autonomy," he said.

"I laughed when I heard the Chinese government had called me a splittist. I take pity with the Chinese hard-liners. They are harmful to their future."

The trends in the world are "the rule of law, transparency, fairness, honesty and respect for human values". China is going counter to the trends, and needs to learn from India about democracy among people of different languages and ethnic backgrounds, he said.

"In India, because of the rule of law, there's harmony in society, which has different languages and scripts. Democracy in this country is very deeply rooted not because of the country's poor conditions, but because of transparency.

"In China, there are state secrets. People in China should learn from India's experience. Military occupation will not solve problems," he said.

He hopes to see a free Tibet while he's alive. Some 20 or 30 years from now, he will concentrate on his spiritual, not political, role, confident that he's fit enough to live through his 113 years.

"Forty years ago there, I was predicted to live to 113. One Tibetan writing dating back 100 years describes a person in today's world who will live through 113 years. That person is thought to be me because I share his qualities. In my dreams, I am 113 years old. I'm quite sure of my age. You can extend your life.

"I'll live long enough to see a free Tibet in my lifetime. If I'm still alive then, I'll choose the next Dalai Lama on my own. All my political power will be with an elected leader. I'll concentrate on my spiritual duty. We can meet for an interview in Beijing then. Then, you need to prepare some oxygen and go to Tibet," he said with a laugh.

The Dalai Lama then received a group of over 100 Thai pilgrims in his palace and delivered a speech that touched on various subjects from "a turmoil by red shirts" and the Japanese tsunami to the late Buddhadasa, his passion for science and psychology, and the pursuit of happiness and compassion.

iPad2โอกาสสุดท้ายที่ควรใส่ใจ

บ้านสถานสองหมู่บ้านต้นแบบศก.พอเพียงภูซาง

พระเทพฯทรงบรรยายพัฒนาชนบทตามแนวพระราชดำริ



สำนักข่าวซีอาร์ไอทางการของจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคมนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการสัมมนาทางวิชาการไทย-จีน ครั้งที่ 8 "การสร้างพลังเศรษฐกิจการเกษตรเพื่อการพัฒนาชนบท" และทรงบรรยายหัวข้อ "การพัฒนาชนบทตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"ณ สำนักงานใหญ่ธนาคารกสิกรไทย

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดสัมมนา เปิดเผยว่า การสัมมนาครั้งนี้ก็ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการบริหารจัดการและพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตรในชนบทของไทย-จีนสองประเทศให้พัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้น ทั้งในด้านการบริหารจัดการชุมชน วิสาหกิจ และการเงินเพื่อพัฒนาชุมชนในชนบท สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศในอนาคต รวมทั้งเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นางจาง ยู่ว์เซียง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กระทรวงเกษตรจีนกล่าวในการสัมมนาว่า จีนเป็นประเทศใหญ่ทางการเกษตรมาช้านาน เช่นเดียวกับไทย ขณะนี้ ผลิตภัณฑ์การเกษตร ไทยได้กลายเป็นแหล่งนำเข้าใหญ่อันดับที่ 9 และตลาดส่งออกใหญ่อันดับที่ 10 ของจีน การเกษตรของสองประเทศต่างมีเอกลักษณ์ของตน และมีส่วนเกื้อกูลกัน

มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งไทยและจีน เข้าร่วมสัมมนากว่า 500 คน และผู้เชี่ยวชาญการเกษตรจากสองประเทศได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาต่างๆในการพัฒนาชนบทด้วย

ชมภาพศิลปะใช้เคาเป็นพู่กัน

ติดตามงานนักเรียนทุนโกลเด้นเยียส์รุ่นที่8

10เรื่องอมตะนิทานอีสปชุดที่2

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

การเรียนวันในภาษาไทใหญ่

พระธรรมทูตอบรมเทคโนโลยีสารสนเทศที่สหรัฐ


อบรมทักษะการเขียนสารคดี Ibook

อบรมทักษะผ้าด้นมือพวงพะเยา


การฝึกอบรมทักษะผ้าด้นมือ แม่บ้านและเยาวสตรี บ.พวงพยอม ม.5 ต.หงษ์หิน และ บ.ห้วยยางขาม ม.1 ต.ห้วยยางขาม อ.จุน จ.พะเยา ตามโครงการหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ปี 2554 ดำเนินการโดย สนง.พัฒนาชุมชนอำเภอจุน คุณอนุช กาญจนลัย(Anutch รักในหลวง ชื่อใน Facebook)กรมที่ดินเป็นวิทยากร ระหว่างวันที่ 14-15 มี.ค. ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านพวงพยอม (mphayaoรายงาน)

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554

เคทีซีจัดกอล์ฟทัวร์นาเม้นท์เอาใจสมาชิกรักวงสวิง


นายดนัยวิชญ์ ธัญญสิริ ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า “เคทีซีได้จัดกิจกรรมต่างๆ ให้แก่สมาชิกผู้รักกีฬากอล์ฟต่อเนื่องมาตลอด 6 ปี และได้รับการตอบรับด้วยดีมาโดยตลอด ปีนี้จึงประเดิมกิจกรรมแรกกับ “เคทีซี มาสเตอร์การ์ด กอล์ฟ ทัวร์นาเม้นท์ 2011” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม 2554 ณ สนามกอล์ฟไทย คันทรีคลับ โดยให้สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี มาสเตอร์การ์ดทุกประเภท ด้วยค่าสมัครเพียง 2,500 บาทต่อท่าน สนใจสมัครได้ที่ KTC World ศูนย์บริการการเดินทางและท่องเที่ยว โทรศัพท์ 0-2631-3444 กด 2 ตั้งแต่วันนี้ถึง 18 มีนาคม 2554”

“นอกจากนี้ เคทีซียังเดินหน้าจัดกิจกรรม “เคทีซี – ซริซอน กอล์ฟ ทัวร์นาเม้นท์” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยเปิดให้สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีรับสิทธิ์เล่นกอล์ฟในสนามปิดระดับ 5 ดาวในราคาสุดพิเศษเพียง 2,500 บาท ที่สนามอัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ และ 2,000 บาท ที่สนามสุวรรณ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ (ค่าสมัครรวมกรีนฟี แคดดี้ รถกอล์ฟเฉพาะที่สนามอัลไพน์ กอล์ฟฯ และค่าอาหารกลางวันและเย็น) โดยผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับ SMS แจ้งสิทธิ์ และสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ KTC World ศูนย์บริการการเดินทางและท่องเที่ยว โทรศัพท์ 0-2631-3560 “เคทีซี สปอร์ตส เดย์” พิเศษกับค่ากรีนฟีราคาพิเศษ 650 บาท ที่สนามกอล์ฟเพรสซิเดนท์ คันทรีคลับ และราคา 750 บาท สำหรับสนามสุวรรณกอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับในวันที่กำหนด นอกจากนี้ยังสามารถใช้คะแนนสะสม KTC Forever Rewards แลกซื้อผลิตภัณฑ์กอล์ฟของ ซริซอนที่จัดต่อเนื่องตลอดทั้งปี และพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี - ซริซอน วีซ่า แพลทินัม / ไทเทเนียม มาสเตอร์การ์ด รับส่วนลดเพิ่ม 5% สำหรับสินค้าในร้านซริซอนทุกสาขา และสิทธิพิเศษในการจองซื้อสินค้าซริซอนรุ่นใหม่ราคาพิเศษอีกด้วย”

ปัจจุบันบัตรเครดิตในกลุ่มกอล์ฟมีบัตรเครดิตเคทีซี - ซริซอน วีซ่า แพลทินัม และเคทีซี - ซริซอน ไทเทเนียม มาสเตอร์การ์ด รวมทั้งสิ้น 20,000 บัตร มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC Phone หมายเลขโทรศัพท์ 0-2665-5000 หรือที่ เว็บไซท์ www.ktc.co.th

เจนนิเฟอร์ โลเปซเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับTOUS

(14มี.ค.) นิวยอร์ก-ด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลของโลก แบรนด์เครื่องประดับจากบาร์เซโลน่าอย่าง TOUS จึงตั้งใจจะสร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลกด้วยการดึงตัวไอคอนคนดังอย่าง เจนนิเฟอร์ โลเปซ มาเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่สำหรับแคมเปญโฆษณาฤดูใบไม้ผลิปี 2554 นี้ ซึ่งมาพร้อมกับดีกรีนักแสดงนำฝ่ายหญิงที่ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ ศิลปินขายดีระดับแพลตตินั่ม ผู้ดำเนินรายการคนใหม่ของโชว์สุดฮิตอย่าง AMERICAN IDOL และที่สำคัญที่สุด บทบาทของคุณแม่ลูกแฝด โลเปซจะเริ่มถ่ายแบบโดยมีเอลเลน วอน อันเวิร์ธ เป็นช่างภาพ ภายใต้คอนเซปท์สนุกสนานแบบผู้หญิงๆ ในคอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิที่เด่นล้ำไม่ซ้ำใครจากฝีมือการออกแบบของโรซ่า ทุส กับสามีของเธอ ซัลวาดอร์ ทุส

"เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ตัวไอคอนคนดังอย่าง เจนนิเฟอร์ โลเปซ มาร่วมงานในฐานะพรีเซนเตอร์แคมเปญฤดูใบไม้ผลิของ TOUS" โรซ่า ทุส กล่าว "เจนนิเฟอร์ไม่เพียงเป็นผู้หญิงที่สวยอย่างน่าทึ่ง หากเธอยังเป็นนักแสดง นักดนตรีและนักเต้นที่มากความสามารถอีกด้วย การได้เธอเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจะยิ่งช่วยให้เรา เข้มแข็งยิ่งขึ้นในฐานะที่ธุรกิจของเราเป็นธุรกิจในครอบครัว"ซัลวาดอร์ ทุส ประธานผู้ทรงเกียรติของ TOUS อธิบาย "เราเชื่อว่าเจนนิเฟอร์ โลเปซ จะเป็นตัวแทนที่ดี เนื่องจากเธอเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดน่าค้นหาไม่รู้จบอย่างแท้จริง ซึ่งตรงกับภาพลักษณ์แบรนด์ของเรา"

“นี่เป็นหมีตัวโปรดของฉันเลย คุณก็รู้ สาวๆ ต่างก็หลงรักเพชรกันทั้งนั้น" เจนนิเฟอร์ โลเปซ ให้สัมภาษณ์ ไอคอนระดับโลก เจนนิเฟอร์ โลเปซ เป็นทั้งนักแสดง นักร้อง ศิลปิน ผู้ผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ นักออกแบบแฟชั่น นักธุรกิจและคนใจบุญ โลเปซมียอดขายเพลงกว่า 55 ล้านแผ่นทั่วโลกและได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่ติดอันดับ 1 ของบ็อกซ์ ออฟฟิศ อีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น "The Wedding Planner"หรือ"Monster - In - Law"

ปีนี้นับเป็นปีแห่งความสำเร็จในอาชีพการงานที่รุ่งโรจน์ของเธอ โลเปซทำหน้าที่เป็นกรรมการในรายการ American Idol ซีรี่ส์โทรทัศน์ฟอร์มยักษ์ซึ่งดำเนินรายการมาถึงปีที่ 10 แล้ว โลเปซ เป็นผู้สร้างมาตรฐานการทำแบรนด์ของคนดังในวงการน้ำหอม เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ นอกจากนี้น้ำหอมกลิ่นหอมล่าสุดของเธอ Love and Glamour ยังประสบความสำเร็จในการเปิดตัวเป็นครั้งที่ 17 และทำยอดรวมได้กว่า 1 พันล้านดอลลาร์

นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2463 TOUS ได้สร้างแนวคิดนวัตกรรมเครื่องประดับด้วยแนวทางที่แตกต่างไปจากเครื่องประดับหรูหราแบบดั้งเดิม ธุรกิจในครอบครัวนี้ได้กลายเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก ด้วยชุดอัญมณีเครื่องประดับ นาฬิกาและน้ำหอม ทุกวันนี้ TOUS มีร้านสาขากว่า 400 แห่งรวม 45 ประเทศ ซึ่งกระจายอยู่ในเมืองต่างๆ เช่น นิวยอร์ก เม็กซิโก หรือโตเกียว

พีอาร์นิวส์ไวร์ - เอเชียเน็ท / อินโฟเควสท์

Facebook Pdach Snaehเพลงเขมรสุดอินเทนด์

ย้อนรอยต้นกำเนิดพระคัมภีร์อัลกุรอาน







วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554

ชาวไทอาหมแรกแย้มใต้ร่มเงาวิถีพุทธ

ไทอาหมเป็นชาวไทกลุ่มหนึ่งที่อพยพข้ามภูเขาปาดไก่ทางเหนือของพม่า จากอาณาจักรไทโบราณอาณาจักรหนึ่ง เรียกว่า "ปง" คือโมกอง (เมืองกอง) ในพม่าทางเหนือ เข้าไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่รัฐอัสสัมประเทศอินเดีย ตั้งแต่พ.ศ. 1796 ภายใต้การนำของเสือก่าฟ้า ปฐมบรมราชวงศ์อาหมอายุของอาณาจักรนี้ก็ถือว่าไล่เลี่ยกับสุโขทัย คือราว 700-800ปี (ข้อมูลวิกิพีเดีย) และมีความเก่งกล้าสามารถขนาดต้านทานการโจมตีของกองทัพโมกุล (ราชวงศ์ที่สร้าง "ทัชมาฮาล") ได้ถึง 18 ครั้ง รบติดพันถึง 150 ปี รัฐอัสสัมจึงถือเป็นดินแดนเดียวในชมพูทวีปที่โมกุลยึดครองไม่ได้

แต่เดิมนั้นชาวไทอาหมถือผีเคารพบูชาบรรพชนยิ่งกว่าชาวไทพวกอื่น และไม่ได้นับถือพระพุทธศาสนา โดยใช้เวลากว่า 200 ปีจึงจะได้รับวัฒนธรรมพราหมณ์ แต่เมื่อชาวไทอาหมสูญเสียสถานะการปกครองจึงกลายสภาพเป็นคนวรรณะจัณฑาล เพราะความขัดแย้งแตกแยกภายในราชสำนักในที่สุดก็ถูกพม่าสมัยราชวงศ์คองบอง (ที่มีพระเจ้าอลองพญาเป็นปฐมกษัตริย์) เข้ายึดครอง ครั้นเมื่อพม่ารบแพ้อังกฤษ รัฐอัสสัมจึงตกเป็นของอังกฤษ ใน พ.ศ. 2369 ก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอินเดียมาจนถึงวันนี้ จึงทำให้ชาวไทอาหมในหมู่บ้านบอราโจโหกีเริ่มหันไปนับถือพระพุทธศาสนากันมากขึ้น เพื่อลดปัญหาเกี่ยวกับวรรณะ โดยมีนายทนุราม โกกอย เป็นชาวไทอาหมคนแรกที่เปลี่ยนมานับถือพระพุทธศาสนา โดยปฏิบัติศาสนกิจกันที่วัดทิสังปานี ในหมู่บ้านทิสังปานี ของชาวไทคำยัง และเป็นผู้นำชาวพุทธอัสสัม

ทั้งนี้บุคลิกลักษณะของชาวอาหมนั้น ตามพงศาวดารของยุคราชวงศ์โมกุล แห่งอินเดียในยุคนั้น โดยฟาติยะ อิบริยะ ซึ่งติดตามไปกับกองทัพอิสลามซึ่งรบกับอาหม เมื่อ พ.ศ.2200 ได้บรรยายลักษณะของชาวอาหมไว้ว่า

"ชาวอาหมมีรูปร่างล่ำสัน ชอบทะเลาะวิวาท กระหายเลือด ปราศจากความเมตตา ชั่วช้า ทรยศ ในเรื่องความโกหกหลอกลวง ไม่มีใครใต้ดวงอาทิตย์จะสู้พวกอาหมได้ สตรีอาหมมีรูปร่างเล็กแบบบาง ผมยาว ผิวละเอียดอ่อนเกลี้ยงเกลา มือเท้าเล็กเรียว ดูไกลๆสวย แต่ช่วงขาไม่ได้ส่วนสัด ถ้าดูใกล้ยิ่งน่าเกลียด ชาวอาหมโกนศีรษะ โกนหนวดเครา ภาษาที่พูดคือภาษาพื้นเมืองไทใหญ่"

ผู้เขียนตำนานอีกคนหนึ่งนามว่า อาลัมกิรนามะ ก็เขียนไว้ว่า "ชาวอาหมไม่มีศีลธรรม ไม่มีศาสนาประจำชาติ ทำอะไรตามใจตนเองโดยไม่มีกฏเกณฑ์ เห็นว่าการกระทำของตนถูกต้องเสมอ ลักษณะท่าทางของชาวอาหมส่อให้เห็นพลกำลัง และความทรหดอดทน ซ่อนกิริยา และอารมณ์อันโหดร้ายทารุณเอาไว้ข้างใน ชาวอาหมอยู่เหนือชนชาติอื่นๆในด้านกำลังกาย และความทนทาน เป็นชาติขยันขันแข็ง ชอบสงคราม อาฆาตจองเวร ตลบแตลง และหลอกลวง ปราศจากคุณธรรม ความเมตตากรุณา ความเป็นมิตร ความสุภาพ เมล็ดพืชแห่งความอ่อนโยน และมนุษยธรรม ไม่ได้หว่านลงในดินแดนของชนชาตินี้เลย"(จากข้อมูลนี้เหมือนกับบุคลิกลักษณะคนไทยบ้างคนในปัจจุบันนี้)

ทั้งนี้จากข้อมูลเมื่อปี 2551 ได้ระบุว่าที่รัฐอัสสัมมีชาวพุทธราว 55,000คน โดยมากเป็นเผ่าไทอาหม มีวัดราว 100 วัดและพระสงฆ์ราว 150 รูป ภายใต้บุกเบิกการเผยแผ่ของพระนันทพันษา โดยก่อตั้งองค์กรชาวพุทธอัสสัมขึ้น และมีพระเถระที่มีชื่อเสียงในรัฐนี้คือ พระสีลพันษา พระพุทธนันทะ พระศาสนาวังสะพระปรัชญานันทะ พระเทวปริยะ พระราหุล พระสัญชัยนันทะ เป็นต้น

จากข้อมูลข้างต้นคงจะเป็นประโยชน์สำหรับพระธรรมทูตไทในการเผยแผ่ธรรมได้บ้าง

นานาแบบเครื่องประดับ(Jewelry)อินเดีย







เปรียบเทียบ iPad 1 vs. iPad 2วีธีเล่นกล้อง







โสภณรมว.คมนาคมเปิดป้ายอบต.แม่ใสพะเยา

กองทัพธรรมพิชิตยอดเขาคิชฌกูฏ





สื่อทีวีพม่าสัมภาษณ์เจ้ายอดศึก

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554

ทีวีไทยโชว์อีสานอินเทรนด์

มจรนิมนต์พระติชสอนภาวนา25-31มี.ค.



(11มี.ค.) พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (ไสว โชติโก) รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้อาราธนาพระธรรมาจารย์ ติช นัท ฮันห์ พระมหาเถระจากศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติ หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส พร้อมคณะกว่า ๑๐๐ ท่าน เพื่อจาริกธรรมในประเทศไทย ซึ่งจะเดินทางมาในวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔ เพื่อนำภาวนา ระหว่างวันที่ ๒๕-๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ เรื่อง “รู้จักใจ :พุทธวิถีเพื่อหล่อเลี้ยงและเยียวยา” “Understanding Our Mind : The Buddhist Practice of Nourishment and Healing” ณ หอประชุม มวก 48 พรรษา มหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อยุธยา

ในการจัดกิจกรรมภาวนาครั้งนี้ ท่านผู้อำนวยการสถาบันฯ ได้กล่าวว่า มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ปฏิบัติภาวนา เพื่อเข้าใจการทำงานของจิตโดยใช้หลักจิตวิทยา โดยเปิดรับสมัครญาติธรรมผู้มีบุญที่สนใจ ทั้งพระภิกษุสงฆ์และคฤหัสถ์ จำนวน ๑,๓๐๐ รูป/คน เข้าร่วมกิจกรรมภาวนา

จัดนิทรรศการพระพุทธรูปจีนที่สหรัฐ

ทัศนศึกษาวัดเขาสุกิม



ติวพระนิสิตมจรสอนพอเพียงแผ่แดนใต้

มหาจุฬาฯจัดสัมมนาพระนิสิตที่สำเร็จการศึกษาและไปปฏิบัติศาสนกิจตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในประเทศ ๔ ภาค และต่างประเทศ กว่า ๑,๗๐๐ รูป มุ่งแผ่หลักธรรมด้านเศรษฐกิจพอเพียง เสริมสร้างสันติสุขในภาคใต้ รวมถึงการเป็นพระสังฆาธิการที่ดี

เว็บไซต์ มจร รายงานว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยกองกิจการนิสิต สำนักงานอธิการบดี จัดสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจ รุ่นที่ ๕๖ วันที่ ๑๐ - ๑๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ณ อาคาร มวก.๔๘ พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยพระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.๙,Ph.D.) ศาสตราจารย์,ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์,เจ้าคณะ ภาค ๒, อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นประธานเปิดงาน ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยพร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง วิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ ห้องเรียน หน่วยวิทยบริการ และนิสิตปฏิบัติศาสนกิจ รุ่นที่ ๕๖ จาก ๔ ภาค จำนวน ๑,๗๐๐ รูป เข้าร่วมสัมมนา

การสัมมนาครั้งนี้ เป็นการสัมมนาพระนิสิตที่สำเร็จการศึกษาในภาคเรียน และไปปฏิบัติศาสนกิจตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนกิจ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม บริการทางวิชาการแก่สังคม และสนองงานกิจการคณะสงฆ์ ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย เป็นระยะเวลา ๑ ปี สำหรับการประชุมสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติศาสนกิจ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การปฏิบัติศาสนกิจ เพื่อสรุปผลการสัมมนาแต่ภาคแล้วนำเสนอต่อที่ประชุมสัมมนาทางวิชาการก่อนพิธี ประสาทปริญญา ซึ่งเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานในระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา

ใน ปี ๒๕๕๔ เป็นปีแรกและครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยนิมนต์พระนิสิต หรือว่าที่บัณฑิตได้มาประชุมสัมมนา ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของมหาวิทยาลัย การประชุมประกอบด้วย การปาฐกถา เรื่อง พระพุทธศาสนากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดย พระครูปลัดสุวัฒนจริยคุณ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่, การชี้แจงระเบียบข้อบังคับการลงทะเบียนเป็นบัณฑิต โดย พระมหาชำนาญ มหาชาโน ผู้อำนวยการส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ พระมหาสาธิต สาธิโต หัวหน้าฝ่ายวิจัยสถาบันและสารสนเทศ กองแผนงาน พระมหาปัญญา ปญฺญาสิริ หัวหน้าฝ่ายประเมินผลการศึกษา กองทะเบียนและวัดผล และพระมหาบุญชู เขมจารี ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต และจัดประชุมกลุ่มย่อย ประกอบด้วย

กลุ่ม นิสิตปฏิบัติศาสนกิจภาคกลาง ประชุมกลุ่มที่ ๑ เรื่อง บทบาทพุทธศาสตรบัณฑิตกับการสอนศีลธรรมในโรงเรียน วิทยากรประจำกลุ่ม พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ หัวหน้าฝ่ายฝึกอบรม ค่ายใต้ร่มพุทธธรรม

กลุ่มนิสิตปฏิบัติศาสนกิจภาคเหนือ ประชุมกลุ่มที่ ๒ เรื่อง บทบาทของพุทธศาสตรบัณฑิตกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาบนพื้นที่สูง วิทยากรประจำกลุ่ม พระครูโฆสิตปริยัตยาภรณ์ รองอธิการบดีวิทยาเขตเชียงใหม่

กลุ่มนิสิตปฏิบัติศาสนกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชุมกลุ่มที่ ๓ เรื่อง บทบาทพุทธศาสตรบัณฑิตกับการเผยแผ่หลักธรรมด้านเศรษฐกิจพอเพียง วิทยากรประจำกลุ่ม พระมหาบรรจง สิริจนฺโท อาจารย์ประจำวิทยาเขตขอนแก่น

กลุ่มนิสิตปฏิบัติศาสนกิจภาคใต้ ประชุมกลุ่มที่ ๔ เรื่อง บทบาทของพุทธศาสตรบัณฑิตกับการเสริมสร้างสันติสุขในภาคใต้ วิทยากรประจำกลุ่ม อาจารย์สุอุษา นุ่นทอง อาจารย์ห้องเรียนสุราษฎร์ธานี

กลุ่มนิสิตปฏิบัติศาสนกิจสังกัดสาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ ประชุมกลุ่มที่ ๕ เรื่อง บทบาทของพุทธศาสตรบัณฑิตที่เป็นพระสังฆาธิการกับการบริหารคณะสงฆ์ วิทยากรประจำกลุ่ม ดร.พิเชฐ ทั่งโต อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์

และการปาฐกถา เรื่อง บทบาทของพุทธศาสตรบัณฑิตต่อพันธกิจมหาวิทยาลัย โดย พระศรีคัมภีร์ญาณ (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ ป.ธ.๙.,Ph.D.) รองศาสตราจารย์, รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ รวมทั้งมีการซ้อมรับปริญญา

ซึ่ง การสัมมนาครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล คณะสงฆ์ และความอุปถัมภ์จาก แม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และคณะศิษยานุศิษย์ ถวายภัตตาหารเช้า เพล และน้ำปานะ ตั้งแต่วันที่ ๑๑-๑๓ มีนาคม ๒๕๕๔ ตลอดโครงการ โดยพระธรรมโกศาจารย์ เป็นประธานเปิดงาน ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองกิจการนิสิต โทร ๐๓๕-๒๔๘-๐๐๐, ๐๓๕-๒๔๘-๐๖๐

ทีวีจีนรายงานพันธกิจหมู่บ้านโบราณไท



อัล จาซีรารายงานการทำเหมือjewelleryพม่า

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554

อาเซียนเป็นคู่ค้าผลิตไอทีใหญ่สุดของกวางสี

สำนักข่าว criทางการของจีนรายงานว่า ผู้สื่อข่าวรายงานจากสํานักงานการพาณิชย์เขตปกครองตนเองชนเผ่าจ้วงกวางสีว่า เดือนมกราคมปี 2011 อาเซียนยังคงเป็นคู่ค้าผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของกวางสี

เดือนมกราคม ยอดมูลค่าการค้าผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกวางสีกับอาเซียนเป็นเงิน 145.98 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโต 10.73% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีที่แล้ว ในจํานวนนี้ เป็นการส่งออกของกวางสี 140.18 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโต 9.42% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีที่แล้ว ส่วนการนําเข้าจากอาเซียนเป็นเงิน 5.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโต 55.83%

ผู้ว่าการเขตปกครองตนเองชนเผ่าจ้วงกว่างซีกล่าวว่า ปีนี้ กว่างซีจะถือโอกาสตั้งและพัฒนาเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน ส่งเสริมการลงทุนให้มากขึ้น ขยายความร่วมมือกับประเทศต่างๆโดยเฉพาะประเทศอาเซียนให้กว้างขึ้น ผลักดันความร่วมมือในภูมิภาคดินดอนสามเหลี่ยมแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำจูเจียง

เทศบาลกว่างซียังประกาศในวันเดียวกันว่า จะลงทุนในสินทรัพย์ถาวรจำนวน 990,000 ล้านหยวนในปี 2011 เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจของกว่างซีพัฒนาอย่างรวดเร็ว

เสวนาบรรณาธิการ"ทำหนังสือให้ดี"



SchoolofBookStudy ได้อัพคลิปนี้โดยอธิบายว่า วิชาเสวนาบรรณาธิการ สาขาวิชาบรรณาธิการศึกษาคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดงานเสวนาในหัวข้อ "ทำหนังสือให้ดี"เมื่อวันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 พูดคุยกับคุณเวียง-วชิระ บัวสนธ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์สามัญชนและคุณเรืองเดช จันทรคีรี บรรณาธิการสำนักพิมพ์รหัสคดี ซึ่งมีทั้งหมด 8 คลิปด้วยกัน

การลำความพิเศษหนึ่งผู้มี"มหา"นำหน้า





สื่อการสอน"มจร"วิชานวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา





ทีวีแนะนำพระพุทธรูปเขมร




วีเจไมค์บุกฮ่องกงสัมภาษณ์Avril Lavigne



สาวสวยขาร็อคพลังล้นเหลือกลับมาแล้ว Avril Lavigne กับการมาโปรโมทอัลบั้มใหม่ล่าสุด Goodbye Lullaby ให้กับสื่อมวลชนทั่วเอเชียที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาและแชนแนล [วี] ไทยแลนด์ได้รับเกียรติให้เป็นโทรทัศน์ดนตรีช่องเดียวของประเทศไทยที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานและได้สัมภาษณ์แบบใกล้ชิด

ใครอยากรู้ว่า VJ Mike ของเราถามอะไรกับ Avril Lavigne บ้างและคำถามใดจากแฟนๆที่ถูกเลือกไปถามเธอกันถึงตัว ขอแอบกระซิบว่า Avril Lavigne ฝากบอกเรื่องคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบของเธอที่เมืองไทยด้วย ห้ามพลาด!!! ติดตามได้ใน “รายการคนดูเป็นใหญ่” ในวันที่ 23 มีนาคม เวลา 17.00 น. ทาง แชนแนล [วี] ไทยแลนด์ สถานีโทรทัศน์ดนตรีและไลฟ์สไตล์อันดับหนึ่งของเมืองไทย ทาง True Visions ช่อง D84, A31

อัญมณีเลอค่าตระการตาดีไซน์โชว์อินฮองกง

เต่าประหลาด2หัว5ขา

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

อุปนายกส.พุทธจีนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวซีอาร์ไอ


สถานีวิทยุซีอาร์ไอรายงานว่า วันที่ 9 มีนาคมที่สำนักงานซีอาร์ไอ พระมหาเถระซื่อ หมิงเซิง อุปนายกสมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศจีน และในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน และคุณนลินรัตน์ ธรรมพุฒิพงศ์ ผู้สื่อข่าวซีอาร์ไอภาคภาษาไทย ร่วมเป็นแขกรับเชิญในรายการ "พบแขกสำคัญที่ซีอาร์ไอ" โดยประเด็นการสนทนาครอบคลุมถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาที่มีต่อวัฒนธรรมจีน และพัฒนาการของพุทธศาสนาในประเทศจีน

จัดงานแสดงกิจกรรมเด็ก-เยาวชนไทใหญ่

สตีฟ จ็อบส์เปิดตัวiPad2beartaihitechพากษ์ไทย

ราชภัฎจอมบึงอบรมเชิงปฏิบัติการศิลปะสู่ชุมชน

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

ช่างภาพเวียดนามยอดเยี่ยมถ่ายนานาชาติ


มหาวิทยาลัยศิลปากรร่วมกับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์และมูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ จัดการประกวดภาพถ่ายนานาชาติ ในหัวข้อ “เคลื่อนไหว” เนื่องในงานวันนริศ ประจำปี ๒๕๕๔ เพื่อน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และส่งเสริมเผยแพร่งานด้านศิลปวัฒนธรรมแก่สาธารณชน

ตลอดจนยกระดับวงการถ่ายภาพของไทยเพื่อพัฒนาให้เป็นระดับสากล ซึ่งมีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลก จำนวน ๗๒๑ คน ผลงานทั้งสิ้น ๒,๓๗๓ ชิ้น คณะกรรมการคัดเลือกและตัดสิน ได้ดำเนินการคัดเลือกและตัดสินผลงาน ปรากฎว่ามีผลงานที่ได้รับรางวัลและคัดเลือกเข้าร่วมแสดงทั้งสิ้น ๑๑๗ ชิ้น โดยแบ่งเป็นผลงานที่ได้รับรางวัล จำนวน ๑๙ ชิ้น และผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมแสดง จำนวน ๙๘ ชิ้น ผลการตัดสินปรากฏว่า ผลงานชื่อ “Rain” ของนักถ่ายภาพชาวเวียดนาม นายบาว ฮัง ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม คว้าเงินรางวัลแปดหมื่นบาท โดย บาว ฮัง เป็นนักถ่ายภาพมืออาชีพ วัย ๕๐ ปี

โดยจะมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายนานาชาติ ครั้งที่ ๗ หัวข้อ “เคลื่อนไหว”ระหว่างวันที่ ๒๑ เมษายน - ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ณ หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพฯ


บาว ฮัง อายุ ๕๐ ปี นักถ่ายภาพชาวเวียดนามที่สั่งสมประสบการณ์การถ่ายภาพมามากมาย บาว ฮัง ส่งผลงานภาพถ่ายเข้าประกวดในครั้งนี้ จำนวน ๔ ภาพ คณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินได้พิจารณาและตัดสินมีความคิดเห็นว่า ผลงานภาพถ่ายชื่อ “Rain” เป็นภาพที่เหมาะสมที่จะได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหัวข้อที่ใช้ในการประกวด องค์ประกอบภาพอื่น ๆ สามารถผสมผสานทำให้ภาพถ่ายนี้สมบูรณ์ในตัวของมันเอง

บาว ฮัง กล่าวว่า “ผลงานภาพถ่าย ชื่อ “Rain” ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่เขาบอกว่าเป็นภาพที่เขาชอบมากที่สุด ซึ่งกว่าจะได้ภาพนี้มาต้องใช้เวลาและความพยายามเป็นอย่างมาก” สำหรับการจัดประกวดครั้งนี้ บาว ฮัง ยังกล่าวอีกว่า “ผมรอมานานเลยทีเดียวจนกระทั่งโอกาสมาถึง และนับเป็นโชคดีของผมที่สามารถคว้ารางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดในครั้งนี้มาได้ สำหรับผมแล้วสิ่งนี้เป็นความสุขชิ้นใหญ่สำหรับเขา”

นักร้องกันตรึมไทยชนะนักร้องเขมร

แดเนียล เคร้กเจมส์ บอนด์คนล่าสุดแต่งหญิง




แดเนียล เคร้ก ผู้สวมบทบาท เจมส์ บอนด์ สายลับเจ้าเสน่ห์เจ้าของรหัส 007 คนล่าสุด แต่งตัวเป็นผู้หญิง แต่ยังคงคาแร็คเตอร์ของเจมส์ บอนด์ เอาไว้ ในวิดีโอความยาว 2 นาที ที่จัดทำขึ้นเนื่องในวันสตรีสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี

การบวชสามเณรหรือปอยข่ามส่างที่เมืองมาว

ดงมันเมืองสุรินทร์รักษ์กันตรึม

การทำข่าวของสื่อภาวะใกล้สงครามในลิเบีย

ไทเกอร์บริจาค30ล้านสร้างหอพักร.ร.สตรีวิถีพุทธ

ไทเกอร์ วูดส์ และนางกุลธิดา วูดส์ มารดาบริจาคเงินผ่านมูลนิธิไทเกอร์ วูดส์ สร้างอาคารหอพักหญิง โรงเรียนประจำสตรีวิถีพุทธ (โรงเรียนธรรมจารินีวิทยา) อ.ปากท่อ จังหวัดราชบุรี มูลค่า 30 ล้านบาท โดยสร้างเสร็จและทำการมอบเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มี.ค.ผ่านมา อีกทั้งยังสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนทุกคนที่มีความตั้งใจเรียน จนจบระดับปริญญาอีกด้วย(ไอเอ็นเอ็น)

เผยเอเซีย-แปซิฟิกผู้หญิงมีตำแหน่งบริหารน้อย

ผลการศึกษาเบื้องต้นเรื่องความหลากหลายด้านเพศของคณะกรรมการบริหารโดย Korn/Ferry International พบว่า ตัวแทนของผู้หญิงในคณะกรรมการบริหารในภูมิภาคเอเซีย แปซิฟิกยังคงมีน้อยและพบว่าผู้อำนวยการหญิงยังมีลักษณะทางประชากรศาสตร์ที่แตกต่างจากผู้อำนวยการชาย

แม้ว่าจะมีการตระหนักเพิ่มขึ้นในคณะกรรมการเกี่ยวกับการนำเรื่องความหลากหลายมาประกอบการพิจารณา รวมถึงเรื่องเพศ เมื่อมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการนั้น แต่ผลการศึกษาพบว่าสัดส่วนของผู้อำนวยการหญิงยังคงอยู่ในระดับต่ำทั่วทั้งภูมิภาค มากกว่าร้อยละ 70 ของคณะกรรมการในห้าประเทศ - ฮ่องกง อินเดีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ - ไม่มีผู้อำนวยการอิสระที่เป็นผู้หญิง คณะกรรมการที่มีผู้อำนวยการหญิงมากกว่าสามคนหาได้ยาก ขณะที่คณะกรรมการที่มีผู้อำนวยการหญิงอิสระมากกว่าสามคนนั้นเกือบไม่มีเลย

การศึกษาพบว่า ส่วนหนึ่งของการศึกษาโดยรวมเรื่องความหลากหลายของคณะกรรมการซึ่งทำโดย Korn/Ferry และนำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ Mak Yuen Teen ประจำ NUS Business School ของ National University of Singapore ผู้ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการยอมรับด้านความโปร่งใสขององค์กรในเอเซีย

การศึกษา ซึ่งเป็นการดำเนินการครั้งแรกในภูมิภาคเอเซีย แปซิฟิกที่มุ่งเน้นไปที่ความหลากหลายของคณะกรรมการ ซึ่งครอบคลุมบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ 100 บริษัทตามทุนจดทะเบียนในออสเตรเลีย ฮ่องกง อินเดีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ การศึกษาครั้งนี้ได้มีการเปรียบเทียบว่าผู้อำนวยการหญิงและชายใครที่ครองตำแหน่งผู้นำที่สำคัญในคณะกรรมการบริหาร และโปรไฟล์ของผู้อำนวยการหญิงและชายในประเทศเหล่านี้ ในการศึกษานี้มีผู้อำนวยการรวมทั้งสิ้น 4,630 คนครองตำแหน่งผู้อำนวยการ 5,335 ตำแหน่งในบริษัทเหล่านี้

"โลกกำลังรับรู้ถึงศักยภาพและพลังของผู้หญิง - ในฐานะผู้บริโภค ในฐานะผู้นำ และในฐานะกลุ่มคนเก่งสำคัญที่กำลังเติบโต" กล่าวโดย Alicia Yi กรรมการผู้จัดการด้านกลยุทธ์การบริการลูกค้าของ Korn/Ferry International Asia Pacific "มีความต้องการผู้อำนวยการหญิงในคณะกรรมการบริหารเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกเนื่องจากบริษัทต่างๆเริ่มตระหนักว่าคณะกรรมการจะประสบความสำเร็จได้ก็ควรจะสะท้อนให้เห็นถึงตลาดที่พวกเขาให้บริการอยู่ ขณะที่ทีมผู้นำที่ไม่มีความหลากหลายอาจมีความสามารถในการดำเนินธุรกิจน้อยกว่าในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนขึ้น" เธอกล่าว

การศึกษายังพบความแตกต่างที่สำคัญระหว่างลักษณะประชากรศาสตร์ของผู้อำนวยการหญิงและชาย รวมถึง:

- ผู้อำนวยการหญิงมีอายุน้อยกว่าผู้อำนวยการชายทั่วทุกประเทศ โดยเฉลี่ยประมาณสามปี

- ผู้อำนวยการหญิงส่วนมากจบการศึกษาด้านกฎหมายหรือบัญชีมากกว่า ผู้อำนวยการชายส่วนมากจบการศึกษา

ด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์

- อายุเฉลี่ยในการครองตำแหน่งผู้อำนวยการอิสระของผู้หญิงสั้นกว่าผู้อำนวยการชายทั่วทุกประเทศ


ความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการศึกษา ศาสตราจาร์ Mak กล่าวว่า "การอภิปรายเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการที่เหมาะสมยังคงเปลี่ยนแปลงจากการมุ่งเน้นไปที่ความเป็นอิสระไปยังความสามารถ ไปยังความมุ่งมั่น และตอนนี้ความหลากหลาย มีการตระหนักเพิ่มขึ้นในคณะกรรมการในนำเรื่องความหลากหลายมาประกอบการพิจารณา ขณะทำการแต่งตั้งผู้อำนวยการ รวมถึงการมีความหลากหลายทางเพศ การศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้อำนวยการหญิงที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการมีโปรไฟล์ลักษณะประชากรศาสตร์แตกต่างกันเมื่อเทียบกับผู้อำนวยการชาย ดังนั้นพวกเขาจึงยกระดับความหลากหลายไปมากกว่าความหลากหลายทางเพศ

"บริษัทชั้นนำมากมายกำลังพิจารณาประเด็นเรื่องความหลากหลาย รวมถึงความหลากหลายทางเพศ อย่างจริงจัง - การกำหนดเป้าหมายของพนักงาน การติดตามและการมองหาวิธีการปรับปรุง - เนื่องจากมีหลักฐานมากมายแนะนำว่าคณะกรรมการและทีมบริหารที่มีความหลากหลายขึ้นจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น" กล่าวโดย Yi

"เนื่องจากเอเซียยังอยู่ในวิถีแห่งการเติบโตและเป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจโลก ฉันไม่สงสัยว่าประเด็นเรื่องความหลากหลายของคณะกรรมการและองค์ประกอบจะเพิ่มขึ้นเมื่อบริษัทตระหนักว่าคณะกรรมการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจะเป็นคณะกรรมการที่มีความเป็นนานาชาติ - และมีความหลากหลายทางสายงาน ส่วนงาน และเพศมากขึ้น" เธอเสริม

ผลการศึกษาหลักเรื่องความหลากหลายทางเพศในคณะกรรมการเอเซีย แปซิฟิก รวมถึง:

- โดยทั่วไปแล้ว ผู้อำนวยการหญิงมีบทบาทน้อยมากในตำแหน่งผู้นำในคณะกรรมการเช่น ประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการ

- ออสเตรเลียมีสัดส่วนของผู้อำนวยการหญิงสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 11.2 ของผู้อำนวยการหญิงทั้งหมด

- มีคณะกรรมการเพียง 14 ชุดจาก 600 ชุดในหกประเทศที่มีผู้อำนวยการหญิงมากกว่าสองคน

- มีคณะกรรมการเพียงหนึ่งชุดจาก 600 ชุดในหกประเทศที่มีผู้อำนวยการอิสระหญิงตั้งแต่สามคน

- สัดส่วนของผู้อำนวยการหญิงแตกต่างกันไปตามตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผู้อำนวยการไม่อิสระไม่ใช่ฝ่ายบริหาร และผู้อำนวยการอิสระ ฝ่ายบริหาร ฮ่องกงมีสัดส่วนของผู้อำนวยการฝ่ายบริหารหญิงสูงสุด มาเลเซียมีสัดส่วนของผู้อำนวยการหญิงไม่อิสระไม่ใช่ฝ่ายบริหารสูงสุด และออสเตรเลียมีสัดส่วนของผู้อำนวยการหญิงอิสระฝ่ายบริหารสูงสุด

พีอาร์นิวส์ไวร์ - เอเชียเน็ท / อินโฟเควสท์

พิธีสืบชะตาพื้นเมืองล้านนาพะเยา

ไทยบันเทิง-วิจารณ์นักข่าวตัดแปะโลกออนไลน์



นักเรียนเขมรตีกันบล็อกชมนี้คืออาณาจักรฮุนเซน



พม่าสั่งใช้ยุทธการตัด4กวาดล้างกลุ่มชาติพันธุ์

เว็บไซต์TAIFREEDOM รายงานว่า มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า มีคำสั่งให้ใช้ยุทธการตัด 4 (Four Cutting) เพื่อทำการกวาดล้างกลุ่มชาติพันธุ์ระลอกใหม่ ในเขตพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มจับอาวุธต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ที่ไม่ยอมแปรเปลี่ยนสถานะกองกำลังไปเป็นกองกำลังอาสาสมัครรักษาชายแดน (BGF)

แต่เดิมนั้น แผนยุทธการตัด 4 (Four Cutting) เป็นแผนยุทธการที่นายพลเนวิน อดีตผู้นำเผด็จการทหารพม่า ใช้ในการวางแผนการยุทธวิธี สำหรับเข้าทำศึกกับกลุ่มสหภาพชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (KNU) และอดีตกองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์พม่า (BCP - ในความเป็นจริงรวมถึงทุกกลุ่มชาติพันธุ์) ตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ.1970 โดยแผนยุทธการตัด 4 (Four Cuttings) มีเป้าหมายเพื่อทำการตัดปัจจัย 4 อย่าง อันได้แก่ อาหาร – ข่าวสาร – การสนับสนุน – มวลชน ของฝ่ายตรงข้าม โดยล่าสุดนั้น ข่าวจากวงในทหารรายงานว่า ขณะนี้ กองทัพรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า (ทพม.) มีคำสั่งถึงหน่วยกองกำลังใต้สังกัด ดำเนินแผนยุทธการตัด 4 (Four Cutting) ในพื้นที่รัฐฉาน , รัฐคะเรนนี , รัฐกะเหรี่ยง , รัฐมอญ , รัฐคะฉิ่น และพื้นที่ในภาคตะแนงตาหยี่ของสหภาพพม่า ซึ่งข่าววงในทหารดังกล่าวยังย้ำว่า การดำเนินแผนยุทธการตัด 4 (Four Cutting) ระลอกใหม่นี้ ให้รวมถึงการตัดเส้นทางการประสานงานระหว่างกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ต่าง ๆ อีกด้วย

U Aung Kyaw Sew นักสังเกตการณ์ทางทหาร ที่พำนักอยู่บริเวณเขตชายแดนประเทศจีน วิเคราะห์ถึงเรื่องดังกล่าวนี้ว่า ยุทธการตัด 4 (Four Cutting) นี้ แม้จะประสบความสำเร็จในบริเวณพื้นที่เทือกเขาบางส่วนมาก่อน แต่หากนำมาใช้ในเขตอิทธิพลของกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์นั้น คงไม่เกิดผลกระทบเท่าใดมากนัก

นอกจากนี้ นักสังเกตการณ์รายเดิมยังตั้งข้อสังเกตว่า ยุทธการตัด 4 (Four Cutting) เป็นแผนทางยุทธวิธีที่ใช้สำหรับกวาดล้างกลุ่มกองกำลังที่ตั้งอยู่ตามเทือกเขา โดยเน้นไปที่อดีตกองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์พม่า (BCP) และ กลุ่ม KNU แต่ปัจจุบันนี้ กองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ มีเขตการเคลื่อนไหวอยู่ตามพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนประเทศจีน และแนวตะเข็บชายแดนประเทศไทย

แหล่งข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ทพม.ได้สนธิร่วมกับกลุ่ม อส.พม่า และเจ้าหน้าที่ตำรวจพม่า ให้ตั้งด่านตรวจคุมเข้มในบริเวณพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อสกัดกั้นการประสานงานระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนการขนส่งสินค้าเสบียงต่าง ๆ เข้ามาในพื้นที่

ในเวลาเดียวกันนี้ ทพม.มีคำสั่งให้หน่วยทหารในพื้นที่ ส่งกำลังพลออกลาดตระเวนและซุ่มโจมตี ทำการกดดันเขตอิทธิพลของกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนเส้นทางสัญจรต่าง ๆ ตามเป้าหมาย ซึ่งรวมถึงการต่อต้านการเกณฑ์ทหารใหม่ , การเก็บเงิน (ภาษี) ,การหาข่าว ของกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนส่งหน่วยพิเศษออกกวาดล้างจับกุมระดับแกนนำของกลุ่มต่าง ๆ

จากข่าวที่เล็ดลอดออกมานี้ ทำให้นักสังเกตการณ์ทางการเมืองหลายฝ่ายต่างวิเคราะห์ว่า จากคำสั่งใช้ยุทธการตัด 4 (Four Cutting) ระลอกใหม่นี้ คงส่งผลให้เกิดการทารุณกรรม ด้วยการเกณฑ์ใช้แรงงาน จุดไฟเผาหมู่บ้าน บังคับประชาชนอพยพย้ายถิ่นฐาน รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยวิธีการต่าง ๆ นานาเกิดขึ้นในพื้นที่เป้าหมายอย่างรุนแรง

ร.ท.มินเท๊ต อดีตนายทหาร ทพม.เปิดเผยว่า “ขณะนี้ ทพม.เริ่มดำเนินแผนยุทธการตัด 4 (Four Cutting) ระลอกใหม่แล้ว สมัยที่ผมยังประจำอยู่ใน ทมพ.นั้น การใช้ไฟเผาหมู่บ้าน การบังคับประชาชนอพยพย้ายถิ่นฐาน ตลอดจนการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยวิธีการต่าง ๆ นั้น มีรหัสเรียกขานว่า “ปฏิบัติการไม้กวาด”

พ.ต.อ่องลินทุ๊ต อดีตนายทหาร ทพม. ซึ่งขณะนี้ขอลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในสหรัฐอเมริกา (U.S.A.) เปิดเผยต่อสื่อว่า “ผลกระทบที่เกิดขึ้นทางด้านทิศตะวันออกของสหภาพพม่า (พื้นที่ตั้งของรัฐกลุ่มชาติพันธุ์) จนประชาชนในพื้นที่ต้องอพยพหนีตายอย่างรุนแรงนั้น ก็เกิดจากที่ ทพม.ใช้แผนยุทธการตัด 4 (Four Cutting) ซึ่งแผนยุทธการดังกล่าวนี้ เป็นคำสั่งตามนโยบายกวาดล้างให้สิ้นซาก (No Man’s Land Policy) ที่กองทัพรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า (ทพม) เป็นผู้ลงนามในคำสั่งโดยตรงเมื่อปี ค.ศ.1990”

นโยบายกวาดล้างให้สินซาก (No Man’s Land Policy) นี้ เป็นคำสั่งที่ให้ยิงทิ้งทุกอย่าง ที่พบเห็นในเขตกฎอัยการศึก โดยไม่สนว่าจะเป็นเด็กเล็ก หนุ่มสาว ผู้ใหญ่ หรือผู้เฒ่าผู้แก่ : (ข้อมูล – Irrawaddy)

หูย้ำทิเบตพัฒนาแบบจีนบวกลักษณะพิเศษของทิเบต

สำนักข่าวซีอาร์ไอทางการของจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา นายหู จิ่นเทา เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ ประธานาธิบดีจีนได้เข้าร่วมการพิจารณาตรวจสอบผลการดำเนินงานของรัฐบาลโดยคณะผู้แทนจากทิเบต ได้กล่าวเน้นว่า ทิเบตต้องยืนหยัดตามแนวคิดชี้นำของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ต้องเดินหนทางการพัฒนาที่มีเอกลักษณ์ของจีนและมีลักษณะพิเศษของทิเบต

นายหู จิ่นเทากล่าวเน้นว่า ทิเบตต้องทำงานด้านต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิรูป การพัฒนาและให้สังคมมีความมั่นคง ผลักดันให้ทิเบตมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดและมีสันติสุขถาวร มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นในกระบวนการสร้างสังคมสมานฉันท์

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

สวีเดนหนุนเปิดเวทีประชาธิปไตยดิจิตอล

เปิดเทอมนี้มจรจัดค่ายรักลูกให้ถูกธรรม



ติดต่อรายละเอียดที่ www.kaiwaisai.com

สถานการณ์แหล่งมรดกโลกในประเทศไทย

สถานการณ์ของมรดกโลกในปัจจุบัน ได้รับการเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ และกำลังได้รับความสนใจจากสาธารณชนในวงกว้างมากขึ้น หลังจากที่มีประเด็นร้อนๆ ติดต่อกันมาหลายครั้งหลายคราว นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้เรื่องราวของมรดกโลก มรดกของเรา เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเราทุกคนมากขึ้นด้วย

แม้ว่างานด้านมรดกโลกจะเข้ามามีบทบาท หรือเริ่มต้นครั้งแรกในประเทศไทยมาเป็นเวลามากกว่า ๒๐ แล้วก็ตาม ขณะนี้ประเทศไทยมีแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการประกาศเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมทั้งสิ้นเพียง ๓ แหล่ง ได้แก่

๑. นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
๒. เมืองเก่าสุโขทัยและเมืองที่เกี่ยวเนื่อง อันหมายถึงเมืองศรีสัชนาลัย และเมืองกำแพงเพชร ในจังหวัดสุโขทัย และจังหวัดกำแพงเพชร ตามลำดับ
๓. แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี

ภารกิจของประชาชนไทย นอกเหนือจากการดูแลรักษาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นสมบัติของชาติแล้ว ยังมีหน้าที่ในฐานะรัฐภาคีสมาชิกของอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองโลก ด้วยการพิทักษ์รักษาคุณค่าความสำคัญระดับสากลของแหล่งมรดกโลกให้ยั่งยืน อันจำเป็นต้องมีความร่วมมือระหว่างภาครัฐร่วมกับทุกภาคส่วน

นอกเหนือจากนี้ ยังมีภารกิจอีกประการที่สำคัญของประเทศไทย คือ การนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าความสำคัญระดับสากลสู่ความเป็นมรดกโลกของมนุษยชาติ โดยมีขั้นตอนในการนำเสนอ ๒ ขั้นตอน ได้แก่ ๑) การนำเสนอเข้าสู่บัญชีเบื้องต้นหรือบัญชีชั่วคราว (Tentative List) และ ๒) การจัดทำเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Nomination Dossier)

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการประกาศรายชื่อในบัญชีเบื้องต้นของมรดกโลก (Tentative List) จำนวน ๒ แหล่ง ได้แก่ ๑) อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี และ ๒) เส้นทางวัฒนธรรมพิมาย ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทพิมาย และศาสนสถานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในประเทศไทย ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี) เป็นประธาน ให้กรมศิลปากรดำเนินการประสานและดำเนินการร่วมกับกับภาคส่วนต่างๆ เช่น การศึกษาวิเคราะห์และประเมินคุณค่าความสำคัญของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน การประชุมระดมความคิด จนถึงการจัดทำเอกสารขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของแหล่งมรดกวัฒนธรรม ๑๑ แหล่ง ได้แก่

๑) ภูมิทัศน์วัฒนธรรมแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา
๒) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
๓) วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรวิหาร และเสาชิงช้า
๔) วัดราชนัดดารามราชวรวิหาร และพื้นที่ต่อเนื่อง
๕) พระปฐมเจดีย์
๖) แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์และแหล่งวัฒนธรรม จังหวัดน่าน
๗) แหล่งโบราณคดีเมืองเก่าเชียงแสนและสุวรรณโคมคำ
๘) เส้นทางวัฒนธรรมไชยาถึงเคดาห์
๙) แหล่งวัฒนธรรมล้านนา
๑๐) สถาปัตยกรรมสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
๑๑) วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดพระบรมธาตุ) จังหวัดนครศรีธรรมราช

จากการสัมมนามรดกโลกทางวัฒนธรรม เรื่อง การพัฒนาข้อมูลด้านมรดกทางวัฒนธรรมสู่ความเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ได้มีการเสนอความเห็นว่า เส้นทางรถไฟสายมรณะ เป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าระดับสากล และควรนำเสนอเป็นมรดกโลก สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม จึงได้นำเข้าสู่วาระการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน และที่ประชุมให้แนวทางการดำเนินงาน โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และศึกษาความเป็นไปได้ที่จะนำเสนอเป็นมรดกโลกเพิ่มขึ้นอีกแหล่งหนึ่ง

ในโอกาสต่อไป สำนักโบราณคดีจะได้เผยแพร่ข้อมูลของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ที่จะนำเสนอเป็นมรดกโลก แหล่งมรดกโลก แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม การดำเนินงาน และข่าวสารต่างๆ ให้ท่านสมาชิกได้ทราบอย่างต่อเนื่อง

หากท่านมีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม แหล่งโบราณคดี โบราณสถาน หรือแหล่งมรดกโลก สำนักโบราณคดี มีความยินดีที่จะเป็นสื่อกลาง เพื่อการพิทักษ์รักษามรดกทางวัฒนธรรม และสร้างสรรค์คุณประโยชน์ต่อมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และมรดกโลก

ภัทรวรรณ พงศ์ศิลป์ นักโบราณคดีชำนาญการ

กลุ่มวิชาการโบราณคดี สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร

วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๔

โปรแกรมแปลงไฟล์วีดีโอสำหรับไอโฟน

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554

ทีวีจีนรายงานสาธิตทำขนมของชาวธิเบต



ส่งเสริมคู่รักจีนจัดพิธีมงคลสมรสหมู่ในไทย

สำนักข่าวซีอาร์ไอทางการของจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคมนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศประเทศไทยร่วมกับสมาคมถ่ายภาพบุคคลของจีนจัดพิธีมงคลสมรสหมู่ให้คู่รักชาวจีนจำนวน 46 คู่ ณ สวนนงนุชเมืองพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีมงคลสมรสหมู่ พร้อมกล่าวคำอวยพรให้กับคู่สมรสชาวจีน



นายชุมพล กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมากกว่า 1,120, 000 คน และคาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนมากถึง 1,500, 000 คน

คู่รักที่เข้าร่วมพิธีมงคลสมรสหมู่ครั้งนี้มาจากท้องที่ต่างๆ ทั่วประเทศจีน เจ้าสาวคนหนึ่งชื่อฟาง จากนครเซี่ยงไฮ้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การเข้าร่วมพิธีมงคลสมรสหมู่แบบไทย พร้อมเที่ยวไทยครั้งนี้ทำให้เธอรู้สึกว่า เป็นการเดินทางที่พิเศษมาก เธอยังกล่าวว่า รู้สึกปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับคำอวยพรจากฝ่ายต่างๆ

ขณะเดียวกันได้รายงานเรื่องเคล็ดลับเพื่อความสุขในชีวิตคู่ของชาวจีนที่เกิดหลังทศวรรษ 1980 ความว่า ชาวจีนที่เกิดหลังทศวรรษ 1980 ซึ่งเป็นช่วงที่จีนประกาศใช้นโยบายลูกคนเดียวจะเป็นลูกโทน ทุกวันนี้ลูกโทนรุ่นแรกเหล่านี้เข้าสู่ช่วงการแต่งงาน แต่ชีวิตครอบครัวของลูกโทนเหล่านี้ซึ่งมักมีความเห็นแก่ตัวสูง และให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตัวเองมากกว่าความรับผิดชอบต่อครอบครัวดูเหมือนว่ามีปัญหาไม่น้อย การแต่งงานเร็ว และเลิกทางเร็วกลายเป็นประเด็นสนทนาที่สื่อมวลชนคอยติดตาม ตกหลุมรักง่าย แต่อยู่ด้วยกันยาก หรืออยู่ด้วยกันไม่ยืด เพื่อสร้างความสุขให้ชีวิตคู่ ลูกโทนที่เกิดหลังทศวรรษ 1980 ก็เริ่มตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อครอบครัว และพวกเขาก็ได้สรุปเคล็ดลับในการสร้างความสุขให้กับชีวิตคู่อย่างยาวนานดังต่อไปนี้

1. เข้าคอร์สฝึกอบรมก่อนแต่งงาน

คนรุ่นก่อนเห็นว่า การแต่งงาน คลอดบุตร และครองชีวิตคู่เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ต้องเรียนรู้อะไร แต่สำหรับลูกโทนจีนที่พ่อแม่ดูแลอย่างดีเหมือนเจ้าชาย เจ้าหญิงองค์น้อย ชีวิตสมรสดูเหมือนมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน การเข้าคอร์สฝึกอบรมก่อนแต่งงานจึงมีความจำเป็นยิ่ง คุณซ่ง ชายหนุ่มที่คิดว่าตัวเองเข้าข่ายกลัวการแต่งงานบอกว่า ความจริงเขาไม่ใช่เป็นคนไม่รับผิดชอบ แต่เขาก็เช่นเดียวกับหนุ่มหลายคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ไม่รู้ว่าถ้ามีครอบครัวจะเป็นอย่างไร มีอีกตัวอย่างคือคุณหลิว คุณหลิวเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย ซึ่งแม่สามีชื่นชอบเธอมาก แต่หลังแต่งงาน เนื่องจากคุณหลิวทำงานบ้านไม่ค่อยเป็น และชอบไปเที่ยวต่างจังหวัด ทำให้แม่สามีเกิดความไม่พอใจ เนื่องจากไม่ค่อยได้ติดต่อกัน ข้อขัดแย้งระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้กลายเป็นปัญหาต่อชีวิตครอบครัวของสามีภรรยาคู่นี้

ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า ลูกโทนจำนวนมากไม่ได้เรียนรู้ว่าควรอยู่กับคู่รักของตนอย่างไร หลังแต่งงานจึงมีอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะรักกันยังไง สามีภรรยาก็ต้องเผชิญกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิต หากไม่ได้เตรียมพร้อม ข้อขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นมา เพราะฉะนั้น การเข้าคอร์สฝึกอบรมก่อนแต่งงานซึ่งรวมถึงจิตวิทยาในชีวิตคู่ ความสัมพันธ์ในครอบครัว กรณีศึกษาการจัดการวิกฤตครอบครัว และการวางแผนการเงินจึงได้รับความนิยมอย่างสูงจากหนุ่มสาวที่เตรียมแต่งงาน

2. ประเมินบุคลิกภาพก่อนแต่งงาน

ลูกโทนจีนที่เกิดหลังทศวรรษ 1980 เป็นรุ่นที่มีบุิคลิกภาพเด่นชัด เพื่อให้ชีวิตหลังแต่งงานมีความสุขมากขึ้น หนุ่มสาวจึงนิยมใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อประเมินบุคลิกและนิสัยของตนก่อนแต่งงาน เล่ากันว่าการประเมินแบบนี้จะบอกได้ว่า คู่รักคู่นี้สมพงษ์หรือไม่ หลังแต่งงานแล้วจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้หรือไม่ การประเมินนี้จะใช้วิธีตอบคำถาม ซึ่งบางฉบับมีคำถามหลายสิบข้อ ส่วนบางฉบับมีคำถามหลายร้อยข้อ คำถามเหล่านี้ก็แปลกมาก เช่น คุณจะเลือกผลไม้อะไรเป็นผลไม้แห่งความรัก คุณชอบบะหมี่สำเร็จรูปประเภทไหน คู่รักของคุณเหมือนไอซ์ครีมรสอะไร หลังจากทั้งสองคนตอบคำถามเสร็จแล้ว ก็จะประเมินว่าบุคลิกลักษณะและนิสัยของทั้งสองคนอยู่ด้วยกันได้ไหม

การที่หนุ่มสาวนิยมใช้วิธีประเมินดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าสังคมจีนกำลังอยู่ในช่วงที่ขับเคลื่อนอย่างเร็วมาก หนุ่มสาวหลายคนกล่าวว่า ทุกวันนี้คู่รักมักจะดูหนังหรือช๊อปปิ้งด้วยกัน แต่การเรียนรู้ด้านจิตใจ และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกลับมีน้อยมาก พอใกล้จะแต่งงานจึงพบว่า เรารู้จักกันในระดับผิวเผินเท่านั้น การใช้วิธีประเิมินบุคลิกลักษณะและนิสัยจึงเป็นทางเลือกที่ทำความรู้จักกับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว การประเมินแบบนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่าคู่รักบางคู่เหมาะที่จะแต่งงานหรือไม่ แต่มุ่งที่จะพบจุดเด่นในบุคลิกของแต่ละคน เพื่อเข้าใจตนเอง และอีกฝ่ายมากขึ้น และหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งในชีวิตครอบครัว

3. ลูกเต๋างานบ้านเป็นตัวตัดสินว่า ใครเป็นคนทำงานบ้าน

สามีภรรยาที่เกิดหลังทศวรรษ 1980 ส่วนใหญ่เป็นลูกโทนซึ่งชินกับการดูแล และเอาใจจากพ่อแม่ หลังแต่งงานจึงมักจะทะเลาะกันเรื่องใครควรทำอาหาร ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน และล้างจาน ทุกวันนี้ ลูกเต๋างานบ้านที่ขายดิบขายดีมากช่วยแก้ปัญหาการทำงานบ้านไปเยอะ ลูกเต๋างานบ้านเป็นตัวตัดสินว่า ใครจะเป็นคนทำงานบ้านอย่างไหน ลูกเต๋างานบ้านแบบนี้ขายในราคา 5 หยวน 6 ด้านของลูกเต๋าประทับตัวอักษรจีนว่า ซื้อกับข้าว ทำอาหาร ซักผ้า ล้างจาน ถูพื้น และนั่งเพลินเพลิน ขณะนี้ มีร้านค้าออนไลน์อย่างน้อย 1,000 กว่าแห่งขาย "ลูกเต๋างานบ้าน" แบบนี้ ลูกค้าหญิงที่เคยซื้อลูกเต๋างานบ้านเขียนข้อความทางอินเตอร์เน็ตว่า เมื่อก่อนเธอกับสามีมักจะคุยกันเรื่องการทำงานบ้าน แต่จะเกิดข้อขัดแย้งบ่อยๆ เวลานี้ ลูกเต๋างานบ้านจะเป็นตัวตัดสินว่า ใครควรทำงานบ้าน นี่เป็นเรื่องของโชคชะตา ใครก็อย่าคิดขัดขืน

ลูกเต๋างานบ้านทำให้สามีภรรยามีโอกาสช่วยกันทำงานบ้าน นอกจากจะได้แก้ปัญหาไม่มีใครทำงานบ้านแล้ว ยังเพิ่มสีสันให้กับชีวิตครอบครัวด้วย แต่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า ลูกเต๋างานบ้านสามารถใช้ในการแก้ปัญหาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในครอบครัว แต่หากเป็นเรื่องใหญ่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วค่อยตัดสินใจ และใช้ลูกเต๋านี้ไม่ได้เลย สำหรับสามีภรรยาที่เกิดหลังทศวรรษ 1980 การสร้างชีวิตครอบครัวให้มีความสุขต้องเข้าใจ ให้อภัย และสมัครใจช่วยกันทำงานบ้าน

4.จัดสรรเวลาให้ครอบครัว

สามีภรรยาที่เกิดหลังทศวรรษ 1980 ส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการอยู่คนเดียวมาหลายปี มีโลกส่วนตัวสูง หลังแต่งงานแล้ว สามีภรรยาต่างก็ยังต้องการมีโลกส่วนตัวบ้าง เพราะฉะนั้น สามีภรรยาบางคู่ได้แบ่งตารางชีวิตครอบครัวเป็นหลายส่วน ส่วนหนึ่งเป็นหลักเกณฑ์พื้นฐานสำหรับชีวิตครอบครัว เช่น ต้องซื่อสัตย์ต่อสามีหรือภรรยา เคารพพ่อแม่ของอีกฝ่าย การแบ่งหน้าที่กันทำงานบ้าน และช่วยกันทำอาหารเป็นต้น อีก 2 ส่วนเป็นเวลาสำหรับโลกส่วนตัวของสามีภรรยาคนละส่วน ซึ่งอีกฝ่ายจะแทรกแซงก้าวก่าย ไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีอีกส่วนซึ่งเป็นส่วนรวมกันของสามีและภรรยา เช่น มีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน และไปเยี่ยมพ่อแม่ ญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่าย

5.เขียนบล็อกโชว์ความสุขของชีวิตคู่ หรือขออภัย

หลายปีมานี้ ชาวจีนนิยมเขียนบล็อกมาก เพื่อน ๆ จะแลกที่อยู่เว็บบล็อก แต่บางคนจะเขียนบล็อกสำหรับคนรักหรือคู่ครองเท่านั้น บล็ิอกเช่นนี้จะมีรหัส มีแต่สามีภรรยาเท่านั้นจึงคลิกเข้าไปดูได้

บล็อกแบบนี้จะโชว์ความสุขในชีวิตคู่ หรือเขียนความปรารถนาในชีวิตครอบครัว หากสามีภรรยาทะเลาะกัน และอายที่จะขออภัยกัน ก็จะขออภัยผ่านทางเว็บบล็อก ความโกรธในใจของอีกฝ่ายมักจะหาย ชีวิตคู่รักจึงมีความสุขปรองดองมากขึ้น บางทีหันมาดูบันทึกเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตเหล่านี้ก็เป็นการทบทวนความสุข และความซาบซึ้งใจในช่วงที่ผ่านมา และทำให้สองคนยิ่งรักกัน

6.ทดลองแยกกันอยู่ ให้โอกาสคนรักอีกครั้ง

หลังจากกฎหมายว่าด้วยการสมรสฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ขั้นตอนการหย่าลดลงไปมาก ไม่ถึงชั่วโมงชีวิตคู่ก็จะจบลง แต่สามีภรรยาบางคู่ที่ยังไม่ได้ตั้งใจหย่ากันจริง ๆ เพียงแต่เวลาทะเลาะักันไม่มีใครยอม พอมีคนพูด "หย่ากัน" อีกฝ่ายก็ตอกว่า "หากไม่มีคุณ ชีวิตฉันก็จะยิ่งมีความสุข" แต่พอหย่ากันจริง ๆ กลับเสียใจ จะคืนดีอีกก็แสนยาก

สำหรับสามีภรรยาที่เกิดหลังทศวรรษ 1980 การที่พวกเขาตัดสินใจหย่าส่วนใหญ่เป็นเพราะทั้งสองคนต่างมีความสามารถในการหาเงิน มีโลกส่วนตัว เมื่อเข้ากันไม่ได้ สองฝ่ายก็จะทะเลาะกันจนกระทั่งถึงขั้นหย่า แต่ทุกวันนี้การทดลองแยกกันอยู่เป็นทางเลือกอย่างหนึ่งสำหรับสามีภรรยา

การแยกกันอยู่เพื่อสัมผัสชีวิตที่ต้องอยู่คนเดียวโดยไม่มีอีกฝ่าย ขณะเดียวกัน ก็เป็นช่วงทบทวนชีวิตคู่ที่ผ่านมาอย่างละเอียด เ้พื่อทำความรู้จักกับตัวเราเองและอีกฝ่าย ให้โอกาสทั้งตัวเราและคนรักของเราอีกครั้ง

เคล็ดลับเหล่านี้เป็นการสรุปวิธีสร้างชีวิตครอบครัวให้มีความสุขของคู่สมรสที่เกิดหลังทศวรรษ 1980 พวกเขาเคยเป็นเจ้าชาย เจ้าหญิงองค์น้อยของแต่ละครอบครัว แต่เมื่อโตแล้วต้องดำเนินชีวิตเอง จากเคล็ดลับดังกล่าวทำให้เห็นว่า พวกเขาเริ่มมีความรับผิดชอบมากขึ้น และแสวงหาความสุขด้วยความพยายามของตนเอง

อังกฤษกว่าครึ่งหรือ30ล้านคนเล่นFacebook

รายงานวิถีชีวิตของชาวม้งอดีตจนถึงปัจจุบัน

ผู้นำจีนกับการใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ต

แองเจลิน่า โจลี่เยี่ยมเหยื่อสงครามอัฟกันพูดถึงลิเบีย

ชาวจีนฉลองแต่งงานที่พัทยาเสริมการท่องเที่ยว

ลูกวัวประหลาดมี2หัวพบที่ราชบุรี

การฝึกอบรมกองทุนหมู่บ้านจังหวัดพะเยา

อนุพงษ์ร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์กุฎิสงฆ์วัดอัมรินทราราม

โปรดังแห่ปฏิบัติธรรมที่กระบี่

โปรบุญชู เรืองกิจ นายกสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิวีระภุชงค์ และสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐ นำโดย นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันฯ, เลขานุการชมรมโพธิคยา, กรรมการบริหารมูลนิธิวีระภุชงค์ และ กรรมการผู้จัดการโภคีธรากรุ๊ป จัดทริปพานักกอล์ฟโปรไทย ไปยัง รร.โซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท ระหว่างวันที่ 13-16 มี.ค.

เพื่อศึกษาแก่นของธรรม หลักปฏิบัติธรรมขั้นพื้นฐาน และการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและการแข่งขันกอล์ฟ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกฝนการนั่งสมาธิวิปัสสนากรรมฐาน โดยนิมนต์พระครูวรกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดนาคปรก, เจ้าคณะแขวงปากคลองภาษีเจริญ และพระเมธีวรญาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็นผู้แสดงธรรมและให้ความรู้สำหรับการฝึกอบรมของโครงการนี้ โดยทริปนี้มีนักกอล์ฟระดับแนวหน้าของไทยเข้าร่วมปฏิบัติธรรมมากกว่า 30 คน อาทิ บุญชู เรืองกิจ, ประหยัด มากแสง, ชัพชัย นิราศ, พรหม มีสวัสดิ์, ปริยะ ชุณหสวัสดิกุล, กิรเดช อภิบาลรัตน์ และอรรถพล ประทุมมณี

ถ้วยพรีเมียร์ลีกอังกฤษถึงไทยโชว์ที่คมชัดลึก



ตามที่สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เป็นโกลบอลพาร์เนอร์ให้กับสโมสรฟุตบอลเชลซี และได้สิทธิพิเศษในการนำถ้วยพรีเมียร์ลีกของจริงมาแสดงในประเทศไทยเป็นเวลา 10 วัน ให้คนไทยได้ชื่นชม และวันที่ 3 มี.ค.นี้ก็ได้ตระเวนโชว์สื่อในเครือต่างๆรวมถึงหนือสือพิมพ์คมชัดลึกด้วย

ในหลวงทอดพระเนตรแม่น้ำเจ้าพระยา

คลิป'จ็อบส์'เปิดตัวไอแพด2แม้สุขภาพแย่

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554

วิจารณ์iPad2ที่สตีฟ จ็อบส์เพิ่งเปิดตัว

beartaihitech-คนไทยใจฝันใฝ่ในYoutube



รายงานพิเศษจากรายการแบไต๋ไฮเทค นำเสนอเรื่องราวของคนไทยที่ประสบความสำเร็จโดยอาศัย Youtube นำพาไปสู่ความสำเร็จ อาที นิว ปทิตตา, Apple Girl Band หรือ Room39

มอเตอร์โชว์ที่เจนิวาชมเทคโนโลยีใหม่

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

สร้อยคอสวยๆจากสวาลอฟกี้

มจรมุ่งนำไอที-ภาษา-วิชาการดึงคนสู่ธรรม

arget="_blank">

มจรมุ่งนำไอที-ภาษา-วิชาการดึงคนสู่ธรรม

จีนเป็นตลาดละครโทรทัศน์ใหญ่อันดับ1ของโลก

จีนเป็นตลาดภาพยนตร์ใหญ่อันดับ3ของโลก 2011-03-01 13:17:26 criผู้สื่อข่าวซีอาร์ไอรายงานว่า นายซุน จื้อจวิน รองผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนระบุเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ว่า ขณะนี้จีนเป็นตลาดภาพยนตร์ใหญ่อันดับ 3 และตลาดละครโทรทัศน์ใหญ่อันดับ 1 ของโลก

นายซุน จื้อจวินระบุว่า รายได้จากการจำหน่ายตั๋วในโรงภาพยนตร์ของจีนก่อนปี 2546 ปีหนึ่งยังไม่ถึง 1,000 ล้านหยวน แต่ในปี 2553 ได้สร้างรายได้ฯ กว่า 10,000 ล้านหยวน หรือกว่า 50,000 ล้านบาท เติบโตปีละกว่าร้อยละ 30 ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 6 ปี

เขายังระบุว่า ปีที่แล้ว ภาพยนตร์จีนที่สร้างรายได้จากการจำหน่ายตั๋วในโรงภาพยนตร์กว่า 100 ล้านหยวน มีทั้งหมด 43 เรื่อง ครองตลาดจีน แทนหนังใหญ่จากต่างประเทศ

ประวัติศาสตร์พระเจ้าฟ้างุ้มลาววางแผนยึดอยุธยาสมัยพระเจ้าอู่ทอง

ประวัติศาสตร์คนลาวนับถือพระพุทธศาสนา

ทีวีไทย-วรรณกรรมไทยในทศวรรษ2550

ทัพพม่าเสริมกำลังกว่า10กองพันกดดันไทใหญ่เหนือ

เว็บไซต์ Khonkhurtai รายงานเมื่อวันที่ มีนาคมนี้ว่า กองทัพพม่าส่งกำลังกว่า 10 กองพันเข้ากดดันกองกำลังไทใหญ่ "เหนือ" เผยสถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด ขณะที่ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนหนักจากราคาสินค้าแพงหลังทหารพม่าปิดเส้นทาง.....

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงกองกำลังไทใหญ่ "เหนือ" Shan State Army 'North' เปิดเผยว่า ขณะนี้รอบพื้นที่เคลื่อนไหวกองกำลังไทใหญ่ "เหนือ" ซึ่งมีตั้งกองบัญชาการใหญ่อยู่บ้านไฮ เขตเมืองเกซี ในรัฐฉานภาคเหนือ มีกำลังทหารพม่าถูกส่งเข้าไปเคลื่อนไหวไม่ต่ำกว่า 10 กองพัน และมีกำลังทหารรวมไม่ต่ำกว่า 1 พันนาย นอกจากยังมีกองพันปืนใหญ่และหน่วยยานเกราะรวมอยู่ด้วย

เจ้าหน้าที่ SSA "North' กล่าวว่า แม้ขณะนี้สถานการณ์จะดูค่อนข้างตึงเครียด แต่ในส่วนของกองกำลังไทใหญ่ "เหนือ" ยังคงยึดแนวทางสันติอย่างที่เคยเป็นมา แต่หากเมื่อใดทหารพม่าเปิดศึกใช้กำลังปราบปราม ทาง SSA 'North' ก็จำเป็นต้องปกป้องตัวเองและขณะนี้ก็มีการเตรียมพร้อมรับมืออยู่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ SSA 'North' คนเดิมยังได้เปิดเผยถึงกรณีกองทัพพม่าปิดเส้นทางเข้าออกพื้นที่ของ SSA 'North' ว่า ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตราษฎรในพื้นที่อย่างมาก ซึ่งไม่สามารถทำมาค้าขายได้ อีกทั้งพืชผลที่เก็บเกี่ยวได้ก็ไม่สามารถส่งออกขายนอกพื้นที่ ขณะที่นักเรียน นักศึกษาที่ไปศึกษาอยู่ต่างเมือง ก็ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้

ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. 2554 ที่ผ่านมา กองทัพรัฐบาลทหารพม่าได้มีคำสั่งปิดเส้นทางรถยนต์ทุกเส้นทางที่เข้าสู่เขต พื้นที่บ้านไฮ ของเมืองเกซี (รัฐฉานภาคเหนือ) ซึ่งเป็นที่ตั้งกองบัญชาการใหญ่กองกำลังไทใหญ่ "เหนือ" SSA 'North' อดีตกองกำลังหยุดยิงที่ปฏิเสธจัดตั้งหน่วยพิทักษ์ชายแดน (BGF) ใต้กำกับของรัฐบาลทหารพม่า โดยเส้นทางที่ถูกปิดคือ เส้นทางสายเมืองหนอง - เมืองต้างยาน และเส้นทางสายเมืองเกซี – เมืองสู้ ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมเมืองทั้งสี่ด้าน

อย่างไรก็ตาม การปิดเส้นทางของทหารพม่ายังส่งผลให้ราคาสินค้า โดยเฉพาะข้าวสารพุ่งสูงขึ้น ก่อนหน้านี้ราคาข้าวสารตกกระสอบละ 5 หมื่นจั๊ต ขณะนี้พุ่งขึ้นเป็น 6 หมื่นจั๊ต นอกจากนี้ค่าเหมารถเดินทางก็พุ่งถึง 1 เท่าตัว โดยก่อนหน้านี้การเดินทางจากเมืองล่าเสี้ยว – เมืองสู้ อยู่ที่ประมาณ 12,500 จั๊ต แต่เดี๋ยวนี้ต้องจ่ายถึง 25,000 จั๊ต แถมยังต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่า 12 ชั่วโมง เนื่องจากต้องใช้เส้นทางอ้อม

ขณะที่มีรายงานว่า ประชาชนในพื้นที่เมืองสู้ อยู่ทางทิศตะวันออกของบ้านไฮ ต่างอยู่กันอย่างหวาดผวาและไม่กล้าให้บุตรหลานที่เป็นผู้หญิงออกบ้านในยามค่ำคืน เหตุเนื่องจากมีการพูดกันอย่างหนาหูถึงกรณีที่มีทหารพม่าหลายนายพูดว่า ทหารพม่าไม่ต้องการกำลังพล หรือ อาวุธของกองกำลังไทใหญ่ "เหนือ" หากแต่ต้องการเพียงควบคุมพื้นที่และต้องการหญิงไทใหญ่เท่านั้น

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา ทหารพม่าจากฐานเมืองเต๊าะ อยู่ตรงข้ามบ้านหลักแต่ง ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ได้ใช้ปืนค.120 มม. ยิงใส่ฐานทหารกองกำลังไทใหญ่ SSA ฐานดอยดำ ซึ่งอยู่กับติดชายแดนไทย จำนวน 5 – 6 ลูก แต่ไม่ได้สร้างความสูญเสียให้กับฝ่าย SSA เนื่องจากกระสุนไม่ได้ตกลงในฐาน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ฐานทหารพม่าเมืองเต๊าะ ได้ส่งกำลังทหารเดินลัดเลาะตามสันเขาเพื่อเข้าโจมตีฐานของกองกำลังไทใหญ่ SSA บนดอยดำ แต่ได้ถูกทหาร SSA ที่ประจำอยู่แนวหน้าซุ่มโจมตีและเป็นเหตุให้ทั้งฝ่ายปะทะกันอย่างประปรายนานกว่า 2 โมง จากนั้นฝ่ายทหารพม่าได้ถอยกลับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานการสูญเสียของทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การยิงถล่มฐานทหาร SSA ของทหารพม่าครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ หน่วยลาดตระเวนกองกำลังไทใหญ่ SSA ได้บุกเข้าโจมตีทหารพม่าไม่ทราบจำนวน หน่วยคุ้มกันการก่อสร้างเส้นทางสังกัดกองพันทหารราบเบาที่ 328 ฐานประจำเมืองทา จุดเกิดเหตุอยู่ตรงบริเวณใกล้กับบ้านกองทีวี ทางทิศตะวันตกของเมืองทา (กิ่งอำเภอใหม่) ห่างจากชายแดนไทยด้านตรงข้ามอ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 44 กม. ทำให้ฝ่ายทหารพม่าเสียชีวิต 3 นาย บาดเจ็บ 1 นาย

มีงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2554 รองผบ.ควบคุมยุทธการทหารพม่า ประจำเมืองสาด พร้อมด้วยทหารอารักขาประมาณ 30 นาย ได้เกณฑ์รถยนต์ชาวบ้านในอำเภอเมืองโต๋น 7 – 8 คัน ไปบรรทุกชาวบ้านกว่า 200 คน จากบ้านกองมู (ตรงข้ามบ้านอรุโณทัย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่) ไปยังเมืองทา เมืองที่ตั้งกิ่งอำเภอใหม่ เพื่อเตรียมร่วมพิธีเปิดการตั้งกิ่งอำเภอใหม่อีกครั้ง หลังจากพิธีเปิดที่มีกำหนดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ต้องล้มเลิก เนื่องจากมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงถล่มใส่ฐานทหารพม่าที่เมืองทา อย่างไรก็ตามพิธีเปิดการตั้งกิ่งอำเภอใหม่ยังไม่มีการเปิดเผยวันที่ชัดเจน

โครงการยุวชนคนดีศรีเมืองราชบุรี

แซไต๋การเต้นของไทดำที่รัฐโอวาสหรัฐ

เพลงไทเมืองหม้วยผาหลี่เวียดนาม

Google