วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ส.ส.ไทใหญ่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรองปธน.พม่า

เว็บไซต์TAIFREEDOMได้รายงานการเมืองในพม่าโดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวBBC ความว่า ภายหลังรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าได้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรกผ่านพ้นไปเมื่อ 2 – 3 วันที่ผ่านมา โดยในที่ประชุมฯ ได้คัดเลือกตัวบุคคลที่จะเข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี เพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีในรัฐบาลชุดใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้งในรอบ 20 ปี ของพม่า ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากสภาผู้แทนราษฏร 2 คน , ผู้แทนจากสภากลุ่มชาติพันธุ์ 2 คน และตัวแทนจากฝ่ายกองทัพรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า (ทพม.) 1 คน
ตัวแทนจากสภาผู้แทนราษฏร 2 คน ได้แก่ พล.อ.เต็งเส่ง นายกรัฐมนตรีรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าคนปัจจุบัน ผู้แทนสังกัดพรรคจ้านพุด และนายเต็งอ่อง ผู้แทนสังกัดพรรคประชาธิปไตยพะลง – สวอย์ (Phalon-Sawaw Democratic Party) รัฐกะเหรี่ยง
ตัวแทนจากสภากลุ่มชาติพันธุ์ 2 คน ได้แก่ ดร.หมอกคำ เจ้าของโรงพยาบาลในเมืองล่าเสี้ยวและประธานกลุ่มสืบสานวัฒนธรรมไต สังกัดพรรคการเมืองจ้านพุด และ ดร.เอหม่อง ตัวแทนจากพรรคชาติพันธุ์ระแข่งก้าวหน้า (Rakhine Nationalities Development Party : RNDP)
ส่วนตัวแทนฝ่ายทหาร (ทพม.) 1 คน นั้น ยังไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นใคร แม้จะมีข่าวลือออกมาหนาหูว่า เป็นไปได้สูงที่ทาง ทพม.จะส่งอดีตนายพลติน อ่อง มิ้น อู เลขาธิการคนที่ 1 ของสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development Council) ลงชิงตำแหน่งรอง ปธน. เพื่อก้าวสู่ตำแหน่ง ปธน.ต่อไป แต่ก็ไม่มีฝ่ายไหนออกมายืนยันข่าวนี้แต่อย่างใด
ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับปี ค.ศ.2008 ของพม่านั้น บัญญัติไว้ว่า ตำแหน่งรอง ปธน. ต้องทำการคัดเลือกจากตัวแทนสภาผู้แทนราษฏร 1 คน ตัวแทนสภากลุ่มชาติพันธุ์ 1 คน และตัวแทนฝ่ายทหาร (ทพม.) 1 คน จากนั้น 1 ใน 3 จากตำแหน่งรอง ปธน. จะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่ง ปธน.ในรัฐบาลชุดใหม่ของพม่า โดยการลงคะแนนเสียง (ทางลับ) จากสภาสหภาพ (สภาผู้แทนราษฏร + สภากลุ่มชาติพันธุ์)
กลุ่มติดตามสถานการณ์ทางการเมืองในพม่าหลายฝ่าย พากันวิเคราะห์ว่า เหตุเพราะพรรคการเมืองจ้านพุด สามารถกุมอำนาจเสียงข้างมากในสภาทุกสภาไว้ในกำมือ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า พล.อ.เต็งเส่งและ ดร.หมอกคำ จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง รอง ปธน. ได้อย่างไม่ยากเย็น และ พล.อ.เต็งเส่ง จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรก ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในรอบ 20 ปี ของพม่าในที่สุด
ด้านพี่สาวของดร.หมอกคำ กล่าวว่าแม้นว่าได้แสดงความยินดีกับข่าวนี้แต่ก็เป็นความเป็นห่วงว่าจะเป็นน้ำมันราดใส่พี่น้องไทใหญ่หรือไม่
ทพม.ตั้งกองทัพภาคแห่งใหม่ในรัฐฉาน
ภายหลังที่กองทัพรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า (ทพม.) วางแผนยุทธศาสตร์ที่จะจัดดตั้งกองทัพภาคตะวันออกกลาง ทพม. ขึ้นในกิ่ง อ.ก่าลิ จ.ดอยแหลม พื้นที่ทางภาคใต้ของรัฐฉาน(Shan State) ล่าสุด แหล่งข่าวในพื้นที่รายงานเข้ามาว่า ขณะนี้ ทพม.มีแผนที่จะบังคับระดมเกณฑ์ประชาชนในพื้นที่เข้ามาเป็นทหารจำนวน 1,500 นาย เพื่อเข้าประจำการในกองทัพภาคใหม่แห่งนี้
ก่อนหน้านั้น ทพม.มีแผนที่จะโยกย้ายแบ่งกำลังพลจากกองทัพภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทพม. , กองทัพภาคตะวันออก ทพม. และกองทัพภาคสามเหลี่ยมทองคำ ทพม.เข้ามาประจำการในกองทัพภาคตะวันออกกลางแห่งใหม่นี้ แต่เพราะในกองทัพภาคทั้ง 3 แห่ง กำลังพลที่ประจำการอยู่ยังไม่ครบเต็มตามอัตราบรรจุ ทพม.จึงวางแผนที่จะบังคับเกณฑ์เด็กหนุ่มชายฉกรรจ์ในรัฐฉาน (Shan State) มาเป็นทหารเพื่อเข้าประจำการในกองทัพภาคตะวันออกกลาง โดย ทพม.มีคำสั่งด่วนที่สุดถึงแม่ทัพภาค ทพม.ทั้ง 3 กองทัพภาค ในรัฐฉาน (Shan State) ให้เกณฑ์ประชาชนในเขตพื้นที่ของตนให้ได้กองทัพภาคละ 500 นาย
ภายหลังข่าว ทพม.จะบังคับเกณฑ์ประชาชนในพื้นที่เข้าเป็นทหารประจำการแพร่กระจายออกไป ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับสถานที่ตั้งกองทัพภาคตะวันออกกลาง ทพม. เช่น บ้านก่าลิ – กุ๋นฮิง – โขหลำ – น้ำจ๋าง – เมืองจ๋าง – ผาลาง ต่างพากันหอบลูกจูงหลานอพยพย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น ซึ่งส่วนที่อพยพหนีเข้ามาเป็นแรงงานต่างด้าวอยู่ในประเทศไทย ก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก
ที่ผ่านมา ทพม.ได้ผ่านกฏหมายที่บังคับให้ประชาชนทุกคนต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร ซึ่งส่งผลให้ประชาชนทั่วไปหนักใจเป็นกังวลอยู่ก่อนแล้ว พอข่าว ทพม.จะเกณฑ์ทหาร 1,500 นายนี้แพร่กระจายออกไป ยิ่งกลายเป็นแรงกดดัน ที่ทำให้ประชาชนทั่วไปต้องตกอยู่ในสภาวะหวาดกลัวอย่างหนักกว่าเดิม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Google