สร้างความตะลึงให้กับคนในสังคมไม่น้อยเลยสำหรับ "เอมมี่"มรกต กิตติสาระ นางเอกละครชื่อดัง สังกัดสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 เกิดอุบัติเหตุเต้าหลุด เมื่อวันที่ 18 ขณะแสดงโชว์ในงาน "เดอะ คัลเลอร์ ออฟ ซาฮาร่า" ที่ชั้นจี เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า กรุงเทพฯ โดยมีคอนเซ็ปต์ทะเลทรายซาฮารา
"เอมมี่"แสดงเป็นนางพญา แต่งชุดราตรีเกาะอกยาวผ่าข้างสีเขียว ซึ่งทีมงานมีการป้องกันอย่างดีด้วยการใส่บรา นอกจากนี้ยังมีเกาะอกซับใน ติดสติกเกอร์สองหน้าที่จุกนม และนำสติกเกอร์สองหน้าติดระหว่างชุดราตรีกับบรา
แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อ "เอมมี่"คลานลงสระน้ำแล้วโพสท่า เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเข่าไปทับชายเสื้อล่นลงมาเห็นเต้านม วันต่อมา "เอมมี่" ได้แถลงข่าวขอโทษไม่ได้ตั้งใจแม้นว่าจะมีเสียงออกมาว่าเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ก็ตาม
ความจริงแล้วเหตุการณ์โชว์เต้า เต้าหลุดก็มีให้เห็นกันเป็นระยะไม่ใช่เฉพาะ "เอมมี่" อย่างเช่น "แคนดี้ ชุติมา" ก็มีภาพเปลือยเต้าหลุดออกมา ซึ่งเป็นภาพถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ได้ถูกเลือกให้นำมาตีพิมพ์ ซึ่ง "แคนดี้ ชุติมา" ก็งงเหมือนกันว่าภาพหลุดออกได้อย่างไร
พร้อมกันนี้ก็มีข่าวออกมาว่า “หมออ้อย"จุฑารัตน์ อัตถากร เตรียมสลัดผ้าถ่ายนู้ดกึ่งเปลือย รับลมร้อนเดือนเมษายนนี้ ก่อนหน้านี้ "โอปอล์"-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ ก็ได้สร้างความฮือฮาด้วยการไปถ่ายชุดว่ายน้ำ แม้นไม่ถือว่าเต้าหกแต่ก็เห็นเนินถันอยู่ไม่น้อย เช่นเดียวกัน "เอมี่ กลิ่นประทุม" ก็ได้ถ่ายขึ้นปกนิตยสารด้วยชุดเกาะอกไหมพรมถัก ก็ทำให้เสือป่าน้ำลายไหลไปตามๆกัน
โชว์กันแบบนี้ไม่เรียกว่าแจกเต้าก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว
เห็นดาราหญิงเขาแจกเต้ากันไปแล้ว ผู้ชายเขาก็มีการแจกของเหมือนกันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ส.ผู้ทรงเกลียดมีการ "แจกกล้วย" หรือ "แจกของลับ" กันกลางห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ระหว่าง นายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน กลุ่มบ้านริมน้ำ กับนายสุรเชษฐ์ ไชยโกศล ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย จนทำให้สภาไทยจะกลายเป็นสภาไต้หวันไปแล้ว ทำให้มีเสียงสรรเสริญตามมาว่า "เป็นผู้ทรงถ่อย" เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี
เหตุการณ์ที่ดาราแจกเต้าและส.ส.แจกกล้ายหรือของลับกันนี้สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยมัวเมาไปด้วยราคจริต ไม่ว่าทำจะกิจกรรมใดต้องมีการโชว์เต้า นุ่งน้อยห่มน้อย เพื่อดึงดูดความสนใจ ข่าวก็เช่นเดียวกันหากเหตุการณ์ปล่อยคลิปฉาว โชว์จู๋ บีบไข่ ข่มขืน ก็จะมีการนำเสนอกันเป็นข่าวใหญ่โต เพราะเห็นว่าข่าวนั้นเป็นที่สนใจมากของในสังคม
บางวันทั้งหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่อต่างๆจะประกอบไปด้วยอวัยวะเพศชายและหญิงเต็มไปหมด ไม่ต้องพูดถึงว่าผลกระทบที่จะตามมาเป็นอย่างไร เอายอดขายเรตติ้งมาเป็นอันอับแรก
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของลับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของลับ แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2552
วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552
ส.ส.กล้วยๆแจกของลับกลางสภา
"กล้วย" ตามพจนานุกรม หมายถึงพืชชนิดหนึ่งมีผลกินได้ เช่นเดียวกับ "นิ้วนาง" เป็นอวัยวะของสัตว์ เป็นส่วนประกอบของมืออยู่ถัดจากนิ้วชี้ แต่ทั้งสองคำนี้ยังใช้เป็นคำแสลงมีความหมายถึงอวัยวะเพศชาย มักจะนำมาประกอบในการด่ากับบุคคลที่เราไม่ชอบ ซึ่งก็จะมีคำอธิบายพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็นการ "แจกกล้วย" หรือ "แจกนิ้วนาง" แต่หากเราเห็นว่าบุคคลใดใช้คำเหล่านี้ด่าทอกัน ก็มักจะถูกตำหนิว่าเป็นคนถ่อยไม่มีคุณสมบัติผู้ดี มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไม่ต่างอะไรกับ "กุ้ยข้างถนน" เราะจะเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ตามข้างถนนหรือร้านตลาดทั่วๆไป ซึ่งผู้ดีเขาไม่ทำกัน
แต่พฤติกรรมดังกล่าวเราได้เห็นกันแถบจะไม่เช่นเเลยว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ที่เรากล่าวขานกันว่าเป็นผู้ทรงเกียรติ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อวันที่ วันที่ 19 มี.ค.เวลาประมาณ 18.40 น.
ขณะที่นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กำลังอภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวกับการจัดซื้อคุรุภัณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยกล่างพาดพิงถึงบุคคลหลายคนภายนอกหลายครั้งจนมีผู้ประท้วงอย่างต่อเนื่อง และน.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ สังกัดกลุ่มบ้านริมน้ำ พรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ด้ลุกชี้แจง
แต่เหตุการณ์ที่น่าตำหนิก็เกิดขึ้นกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อนายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน กลุ่มบ้านริมน้ำ ได้ลุกขึ้นประท้วง ของนายสุนัยว่าของให้อภิปรายตรงๆอย่าพาดพิงไปถึงคนอื่น หรือกล่าวคำในลักษณะเสียดสี แต่ปรากฏการประท้วงของนายรณฤทธิชัย ทำให้นายสุรเชษฐ์ ไชยโกศล ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ไม่พอใจ โดยลุกขึ้นประท้วงว่า นายรณฤทธิชัยว่าไม่มีสิทธิชี้แจงแทนรัฐมนตรี ถ้าอยากเป็นรัฐมนตรีให้รอปรับครม.รอบหน้า
แต่นายรณฤทธิชัย สวนกลับทันควันว่า “จะเป็นรอบนี้เลย” ทำให้นายสุรเชษฐ์ ยกนิ้วกลางพร้อมทั้งตะโกนให้ของลับเพศชาย และนายรณฤทธิชัยก็ได้ให้ของลับสวนกลับทันที พร้อมทั้งลุกขึ้นชี้หน้าแล้วตะโกนถามว่า “เมื่อกี้พูดว่าอะไรวะ” ทำให้นายสุรเชษฐ์ ได้ยกนิ้วกลางให้อีกรอบ พร้อมทั้งปรี่เข้าไปหานายรณฤทธิชัย ถึงคอกที่นั่งของพรรคเพื่อแผ่นดิน
ขณะที่นายรณฤทธิชัย ก็จะโผเข้าไปหานายสุรเชษฐ์ด้วยอารมณ์เดือดดาล ทำให้ส.ส.ของหลายพรรครีบกรูกันเข้ามาห้ามทั้งคู่ โดยนายสุรเชษฐ์ ได้ตะโกนท้านายรณฤทธิชัยว่า “มึงมาเจอกับกูนอกห้องประชุมดีกว่า” ส่วนนายรณฤทธิชัย ก็ทำท่าจะถอดเสื้อสูทเพื่อออกไปตามคำท้าของนายสุรเชษฐ์
ทำให้เพื่อนส.ส.ในห้องประชุมต้องเข้ามาห้ามปราบกันหลายคนขอร้องให้นายรณฤทธิชัย นั่งสงบสติอารมณ์ก่อน แต่นายสุรเชษฐ์ ซึ่งท้าให้ออกไปนอกห้องประชุมก็ไม่ได้ออกไปแต่มานั่งอยู่ด้านหลังสุดของห้องประชุม และยังตะโกนตอบโต้กับนายรณฤทธิชัย เป็นระยะ จนนายรณฤทธิชัย พยายามจะเดินเข้าไปหานายสุรเชษฐ์ แต่มีเพื่อนส.ส.นั่งประกบคอยห้ามปรามไม่ให้เกิดศึกขึ้นเหมือนกันสภาไต้หวัน
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ น.ส.ผุสดี ตามไท ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่าง ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ... ได้ตำหนิการทำหน้าที่ของประธานและเรียกร้องให้สังคมประณามส.ส.ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อประชาชน
ก็ถือว่าโตๆกันแล้วนะ ความจริงแล้วนายรณฤทธิชัยก็เคยอยู่พรรคไทยรักไทยมาก่อน ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ถือว่าเป็นพรรคไทยรักไทยเดิม เมื่อมีการเปลี่ยนชื่อพรรคแล้ว และต่างคนต่างไปก็ความสัมพันธ์ก็น่าจะยังมีอยู่ แต่ก็อย่างว่าเรื่องผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร หรือ ส.ส.ก็แสดงไปตามบทไม่ต่างอะไรกับตัวละคร
แต่พฤติกรรมดังกล่าวเราได้เห็นกันแถบจะไม่เช่นเเลยว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ที่เรากล่าวขานกันว่าเป็นผู้ทรงเกียรติ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อวันที่ วันที่ 19 มี.ค.เวลาประมาณ 18.40 น.
ขณะที่นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กำลังอภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวกับการจัดซื้อคุรุภัณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยกล่างพาดพิงถึงบุคคลหลายคนภายนอกหลายครั้งจนมีผู้ประท้วงอย่างต่อเนื่อง และน.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ สังกัดกลุ่มบ้านริมน้ำ พรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ด้ลุกชี้แจง
แต่เหตุการณ์ที่น่าตำหนิก็เกิดขึ้นกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อนายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน กลุ่มบ้านริมน้ำ ได้ลุกขึ้นประท้วง ของนายสุนัยว่าของให้อภิปรายตรงๆอย่าพาดพิงไปถึงคนอื่น หรือกล่าวคำในลักษณะเสียดสี แต่ปรากฏการประท้วงของนายรณฤทธิชัย ทำให้นายสุรเชษฐ์ ไชยโกศล ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ไม่พอใจ โดยลุกขึ้นประท้วงว่า นายรณฤทธิชัยว่าไม่มีสิทธิชี้แจงแทนรัฐมนตรี ถ้าอยากเป็นรัฐมนตรีให้รอปรับครม.รอบหน้า
แต่นายรณฤทธิชัย สวนกลับทันควันว่า “จะเป็นรอบนี้เลย” ทำให้นายสุรเชษฐ์ ยกนิ้วกลางพร้อมทั้งตะโกนให้ของลับเพศชาย และนายรณฤทธิชัยก็ได้ให้ของลับสวนกลับทันที พร้อมทั้งลุกขึ้นชี้หน้าแล้วตะโกนถามว่า “เมื่อกี้พูดว่าอะไรวะ” ทำให้นายสุรเชษฐ์ ได้ยกนิ้วกลางให้อีกรอบ พร้อมทั้งปรี่เข้าไปหานายรณฤทธิชัย ถึงคอกที่นั่งของพรรคเพื่อแผ่นดิน
ขณะที่นายรณฤทธิชัย ก็จะโผเข้าไปหานายสุรเชษฐ์ด้วยอารมณ์เดือดดาล ทำให้ส.ส.ของหลายพรรครีบกรูกันเข้ามาห้ามทั้งคู่ โดยนายสุรเชษฐ์ ได้ตะโกนท้านายรณฤทธิชัยว่า “มึงมาเจอกับกูนอกห้องประชุมดีกว่า” ส่วนนายรณฤทธิชัย ก็ทำท่าจะถอดเสื้อสูทเพื่อออกไปตามคำท้าของนายสุรเชษฐ์
ทำให้เพื่อนส.ส.ในห้องประชุมต้องเข้ามาห้ามปราบกันหลายคนขอร้องให้นายรณฤทธิชัย นั่งสงบสติอารมณ์ก่อน แต่นายสุรเชษฐ์ ซึ่งท้าให้ออกไปนอกห้องประชุมก็ไม่ได้ออกไปแต่มานั่งอยู่ด้านหลังสุดของห้องประชุม และยังตะโกนตอบโต้กับนายรณฤทธิชัย เป็นระยะ จนนายรณฤทธิชัย พยายามจะเดินเข้าไปหานายสุรเชษฐ์ แต่มีเพื่อนส.ส.นั่งประกบคอยห้ามปรามไม่ให้เกิดศึกขึ้นเหมือนกันสภาไต้หวัน
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ น.ส.ผุสดี ตามไท ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่าง ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ... ได้ตำหนิการทำหน้าที่ของประธานและเรียกร้องให้สังคมประณามส.ส.ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อประชาชน
ก็ถือว่าโตๆกันแล้วนะ ความจริงแล้วนายรณฤทธิชัยก็เคยอยู่พรรคไทยรักไทยมาก่อน ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ถือว่าเป็นพรรคไทยรักไทยเดิม เมื่อมีการเปลี่ยนชื่อพรรคแล้ว และต่างคนต่างไปก็ความสัมพันธ์ก็น่าจะยังมีอยู่ แต่ก็อย่างว่าเรื่องผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร หรือ ส.ส.ก็แสดงไปตามบทไม่ต่างอะไรกับตัวละคร
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)