โอกาสที่นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมประชุมรมต.ต่างประเทศอาเซียนกับคู่เจรจา และได้ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สุทธิชัย หยุ่น บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น และวีณารัตน์ เลาหภคกุล ในรายการชีพจรโลก ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม มีตอนที่นักประชาธิปไตยไทยจำเป็นอย่างยิงที่จะต้องอ่านฟังและต้องทำตามอย่างเธอ ไม่เช่นนั้นแล้วสักว่าแต่เป็นนักประชาธิปไตยแต่ปากเท่านั้น นั้นคือคำถามที่ว่า รู้สึกอย่างไรที่ต้องทำงานให้อดีตคู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันในการหาเสียง (หมายถึงโอบามา) ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นประธานาธิบดี
นางฮิลลารีให้คำตอบว่า เป็นหนึ่งในคำถามที่คนถามกันมาก ลองคิดดูสิเราขับเคี่ยวกันอย่างหนัก แถมยังพูดสิ่งที่อาจไม่ค่อยดีถึงกัน แต่ในประเทศของเรา เมื่อการเลือกตั้งสิ้นสุดลง เราพยายามทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และในระบบของเรา เมื่อประธานาธิบดีขอให้คุณเข้ามาทำหน้าที่ คุณรู้สึกคุณควรทำเช่นนั้นเพื่อให้ประธานาธิบดีประสบความสำเร็จ และประธานาธิบดีก็ขอให้คนจากพรรครีพับลิกันมาทำงานให้ด้วย ไม่เฉพาะจากพรรคเดโมแครต รองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็เคยขับเคี่ยวกับประธานาธิบดีโอบามาช่วงหนึ่ง
ตอนฉันอยู่ในอินโดนีเซีย ถูกถามคำถามนี้มาก ฉันจึงตอบไปว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่อเมริกาเรียนรู้ตลอดหลายปีแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย นั่นคือประเทศชาติต้องมาก่อน การเมืองมาแล้วก็ไป คนแพ้และชนะการเลือกตั้ง ทันทีที่การเลือกตั้งจบลง คุณอาจยังมีความเห็นด้านนโยบายไม่ตรงกัน แต่เราควรพยายามเดินหน้าไปด้วยกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ
นั้นแสดงให้เห็นว่าเขามีขอบเขตในการแข่งขันว่าจะต้องแข่งขันกันในระดับใด เมื่อพ้นขอบเขตหนึ่งแล้วเขาก็คือคนอเมริกันเมื่อเข้ามาทำหน้าที่แล้วไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด หน้าที่หลักก็คือทำงานเพื่อชาติ จุดใดที่เป็นงานที่ทำเพื่อชาติแล้วเขาจะร่วมมือกันทำ หากเป็นระดับพรรคหรือตัวต่อตัวที่จะต้องแข่งขันแล้วเขาจะแข่งขันกันอย่างจริงจังเมือพ้นเวทีนั้นแล้วก็คือจบ
แต่นักการเมืองไทยมันไม่จบทั้งๆที่ฝ่ายหนึ่งทำงานเพื่อชาติแต่อีกฝ่ายหนึ่งตระโกนด่าต่อหน้าแขกบ้านแขกเมือง ก็ได้แต่ทำใจอะนะ ทำงัยได้คนโง่มันมากกว่าคนฉลาดนี้ก็ยังสามารถหลอกได้ไปวันๆ ตราบใดที่คนฉลาดขึ้นนักการเมืองพวกนี้ก็จะหมดไปเอง แต่คงชาติหน้าตอนบ่ายๆๆมั้ง ตายแล้วเกิดไม่จะได้เห็นหรือเปล่าก็ไม่รู้
คลิป-http://www.mhanation.net/hillary2307.html
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮิลลารี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮิลลารี แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ฮิลลารีชมไทยหลายเรื่องทำไมไทยมัวด่า-ฆ่ากันเอง
โอกาสที่นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริก เดินทางมาถึงประเทศไทย เพื่อร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและหารือทวิภาคีครั้งนี้ได้สะท้อนอะไรหลายๆอย่างโดยเฉพาะการเมืองไทย
เริ่มต้นจากภาพที่นางฮิลลารีเดินลงจากเครื่องบินและรับพวงมาลัยจากผู้ตอนรับ หากเธอรับแล้วส่งกับผู้ติดตามก็คงไม่น่าประดับใจอะไร แต่นี้เธอรับแล้วยกขึ้นมาดมอย่างชื่นใจทั้งผู้รับและผู้มอบ นั้นแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของความหอมให้ดอกมะลิที่คนไทยยกให้เป็นดอกไม้ประจำวันแม่
ภาพต่อมาก็คือนางฮิลลารีได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศการหารือแม้นจะเป็นการชมกันไปชมกันมาตามธรรมเนียมหน้าฉากแต่หลังฉากเป็นอย่างไรนั้นอีกเรื่องหนึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความจริงใจและผลประโยชน์ที่ได้รับทั้ง 2 ฝ่าย ถึงกระนั้น ทั้งนี้นางฮิลลารีได้ชื่มชมท่าทีของไทยทั้งพม่าและเกาหลีเหนือ และเรื่องม้งในไทย แม้นแต่ผู้แทนเกาหลีเหนือเองก็ยังชมที่ไทยวางตัวเป็นกลางบนเวทีรมต.ตปท.อาเซียนครั้งนี้ นับได้ว่าไทยได้ดอกไม้ไปหลายดอกเลยทีเดียว
ภาพก่อนหน้าที่นางฮิลลารีจะถึงไทย ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วยคณะได้เดินทางเข้าหารือกับนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรคนี้เรียกว่าเดินเกมการเมืองต่างประเทศแบบไม่ให้เสียน้ำใจผูกมิตรกันไว้ดีกว่า แต่สิ่งที่คณะของนางฮิลลารีฝากกับแกนนำพรรคเพื่อไทยก็คือ ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองของประเทศไทย ซึ่งสหรัฐอเมริกาต้องการให้มีการพูดจากันระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านอย่างเปิดเผยและจริงใจ โดยอาศัยกระบวนการทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
คงไม่ต้องแปลความหมายกระมังว่าสหรัฐอเมริกาเขามองบทบาทของพรรคเพื่อไทยอย่างไร หากมีความจริงใจและเล่นการเมืองกันแบบเปิดเผยไม่เป็นอีแอบให้เกียรติซึ่งกันและกันแล้วเขาคงไม่พูดเช่นนี้ เพราะขณะที่นางฮิลลารีจะได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนายอภิสิทธิ์ นายใหญ่ที่อยู่ต่างประเทศก็ส่งสัญญาณทำลายเครดิตบอกว่า จะมี "บิ๊กเซอร์ไพรส์" ให้กับคนไทยทั้งประเทศเนื่องในวัดเกิดพร้อมกับท้าทดสอบเชาวน์ปัญญาของนายอภิสิทธิ์ว่าจะคิดตามทันตนหรือไม่ ก็คงพูดได้คำเดียวว่า "คุณคือคนไทยหรือเปล่า" ไม่มีขอบเขตของการเล่นการเมือง
มันสะท้อนให้เห็นว่าต่างชาติเขาให้กำลังใจแต่คนไทยด้วยกันเองต่างหากที่มัวมานั่งตำหนิ ด่ากัน แทนที่จะเอาสมองส่วนนี้มาช่วยกันคิดพัฒนาชาติ เราเสียเวลากับเรื่องที่ไร้สาระมามากแล้ว เลิกกันเสียที
ดูคลิป-http://www.mhanation.net/hillary2207.html
เริ่มต้นจากภาพที่นางฮิลลารีเดินลงจากเครื่องบินและรับพวงมาลัยจากผู้ตอนรับ หากเธอรับแล้วส่งกับผู้ติดตามก็คงไม่น่าประดับใจอะไร แต่นี้เธอรับแล้วยกขึ้นมาดมอย่างชื่นใจทั้งผู้รับและผู้มอบ นั้นแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของความหอมให้ดอกมะลิที่คนไทยยกให้เป็นดอกไม้ประจำวันแม่
ภาพต่อมาก็คือนางฮิลลารีได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศการหารือแม้นจะเป็นการชมกันไปชมกันมาตามธรรมเนียมหน้าฉากแต่หลังฉากเป็นอย่างไรนั้นอีกเรื่องหนึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความจริงใจและผลประโยชน์ที่ได้รับทั้ง 2 ฝ่าย ถึงกระนั้น ทั้งนี้นางฮิลลารีได้ชื่มชมท่าทีของไทยทั้งพม่าและเกาหลีเหนือ และเรื่องม้งในไทย แม้นแต่ผู้แทนเกาหลีเหนือเองก็ยังชมที่ไทยวางตัวเป็นกลางบนเวทีรมต.ตปท.อาเซียนครั้งนี้ นับได้ว่าไทยได้ดอกไม้ไปหลายดอกเลยทีเดียว
ภาพก่อนหน้าที่นางฮิลลารีจะถึงไทย ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วยคณะได้เดินทางเข้าหารือกับนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรคนี้เรียกว่าเดินเกมการเมืองต่างประเทศแบบไม่ให้เสียน้ำใจผูกมิตรกันไว้ดีกว่า แต่สิ่งที่คณะของนางฮิลลารีฝากกับแกนนำพรรคเพื่อไทยก็คือ ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองของประเทศไทย ซึ่งสหรัฐอเมริกาต้องการให้มีการพูดจากันระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านอย่างเปิดเผยและจริงใจ โดยอาศัยกระบวนการทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
คงไม่ต้องแปลความหมายกระมังว่าสหรัฐอเมริกาเขามองบทบาทของพรรคเพื่อไทยอย่างไร หากมีความจริงใจและเล่นการเมืองกันแบบเปิดเผยไม่เป็นอีแอบให้เกียรติซึ่งกันและกันแล้วเขาคงไม่พูดเช่นนี้ เพราะขณะที่นางฮิลลารีจะได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนายอภิสิทธิ์ นายใหญ่ที่อยู่ต่างประเทศก็ส่งสัญญาณทำลายเครดิตบอกว่า จะมี "บิ๊กเซอร์ไพรส์" ให้กับคนไทยทั้งประเทศเนื่องในวัดเกิดพร้อมกับท้าทดสอบเชาวน์ปัญญาของนายอภิสิทธิ์ว่าจะคิดตามทันตนหรือไม่ ก็คงพูดได้คำเดียวว่า "คุณคือคนไทยหรือเปล่า" ไม่มีขอบเขตของการเล่นการเมือง
มันสะท้อนให้เห็นว่าต่างชาติเขาให้กำลังใจแต่คนไทยด้วยกันเองต่างหากที่มัวมานั่งตำหนิ ด่ากัน แทนที่จะเอาสมองส่วนนี้มาช่วยกันคิดพัฒนาชาติ เราเสียเวลากับเรื่องที่ไร้สาระมามากแล้ว เลิกกันเสียที
ดูคลิป-http://www.mhanation.net/hillary2207.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)