ใกล้จะครบ1เดือนแล้วสำหรับการจากไปของราชาเพลงป๊อบไมเคิล แจ็คสัน ที่มีการจัดพิธีไว้อาลัยอย่างยิงใหญ่ สมกับตอนที่เขามีชีวิตอยู่ได้สร้างความสุขให้กับคนทั้งโลกแม้นว่าตัวเองจะเจ็บปวดปานใดก็ตาม ขณะเดียวกันสื่อต่างประเทศก็ยังคงขุดคุ้ยแง่ลบของ ไมเคิล แจ็คสัน ออมานำเสนอเป็นระยะบอกว่า เป็นเกย์บ้าง เป็นหมันบ้าง ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังได้คลิปเหตุการณ์เมื่อ 25 ปีที่แล้วที่ ไมเคิล แจ็คสัน ถูกไฟคลอกจนเห็นหนังหัว
เท่านั้นยังไม่พอ เว็บไซต์ของ ABC นิวส์ และแท็บลอยด์เดอะซัน ได้แพร่ภาพที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน ที่เผยให้เห็นรอยแผลของไมเคิล แจ็คสัน อันเกิดจากการฉีดยา พร้อมทั้งรอยเข็มหลายรอยและรอยแผลขนาดใหญ่ที่ขา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อน ทั้งนี้จากการเปิดเผยของ ดร.เด็บบร้า ชาลิมาน โฆษกของสถาบันโรคผิวหนังอเมริกัน
สื่อต่างประเทศไม่เหมือนกับสื่อในประเทศไทยบางจำพวกนะที่มีการนำเสนอแง่บวกของคนบางคนทั้งๆที่ตายไปแล้วทางการเมือง แม้นว่าวิญญาณได้ร่องลอยไปตามประเทศต่าง ก็ยังแห่แหนติดตามการเคลื่อนไหวมานำเสนออยู่ แง่ลบที่เคยตีแพร่ก่อนหน้านี้กลับทำเป็นลืมไปแล้ว หรือเป็นเพราะหลงรสเศษอาหารที่เขาโยนให้ในยามที่วิกฤติเศรษฐกิจ จึงทำให้ตามัวมองไม่เห็นจรรยาบรรณที่ตัวเองเคยประกาศเป็นสรณะไป
สาเหตุที่สื่อต่างประเทศขุดคุ้ยแต่แง่ลบของ ไมเคิล แจ็คสัน คงไม่ได้อ่านคำกลอนของหลวงพ่อพุทธทาสที่ว่า
เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเปล่าเลย ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง ฯ
ทั้งที่ความดีของ ไมเคิล แจ็คสัน มีอยู่มากมายกลับไม่ค่อยมองเห็นหรือว่าไม่ค่อยน่าสนใจ หากค้นอยู่คลิปของ ไมเคิล แจ็คสัน แล้วจะทำให้มีความรู้สึกได้ทันทีว่าสมแล้วกับคนในวงการยกให้ ไมเคิล แจ็คสัน เป็นราชาเพลงป๊อป หรือแม้นแต่ บิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ยังเป็นคนให้เกียรติแนะ ไมเคิล แจ็คสัน ในโอกาสที่ไปแสดงในการระดมทุนเลือกตั้งเลย
คลิป-http://www.mhanation.net/Jackson1807.html
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไมเคิล แจ็คสัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไมเคิล แจ็คสัน แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
เปิด Forest Lawnสุสานฝังศพไมเคิล แจ็คสัน
ครอบครัวได้ลงความเห็นที่จะฝังศพ ไมเคิล แจ็คสัน ที่ Forest Lawn Memorial Park Hollywood Hills ที่นครลอสแองเจลิส อันเป็นสถานที่เดียวกับที่ฝังร่างของย่าของเขาเองเมื่อปี 1990
ดูคลิป-http://www.mhanation.net/Jackson0707.html
ดูคลิป-http://www.mhanation.net/Jackson0707.html
วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
คนไทยจัดงานไว้อาลัยไมเคิล แจ็คสัน
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม บริษัท โซนี่ มิวสิค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ โอเปอเรติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงานรำลึกการจากไปของ ไมเคิล แจ็กสัน ราชาเพลงป๊อป ในชื่อ "ไมเคิล แจ็คสัน, ยู อาร์ น็อท อโลน" ในวาระครบรอบ 7 วัน ของการจากไป ณ ล็อบบี้ ชั้นจี เซ็นทรัลเวิลด์ทาวเวอร์ มีแฟนเพลง บุคคลในแวดวงบันเทิง ร่วมงานกันอย่างคึกคัก
ภายในงานมีการฉายภาพแสดงสดและมิวสิกวิดีโอของไมเคิล จากนั้นมีการพูดคุยถึงไมเคิลโดยกูรูวงการเพลงและแฟนพันธุ์แท้ของไมเคิล ในหัวข้อ "ทำไมใครๆ ถึงเรียกไมเคิล แจ็กสันว่า คิงออฟป๊อป" และมุมมองของสื่อมวลชนที่มีต่อคิงออฟป๊อป และเพลงไมเคิลมีอิทธิพลอย่างไรต่อคนไทย
ภายในงานมี ติ๊ก ชีโร่ นายเรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ หรือเจมส์ นายสมิทธิ เพียรเลิศ น.ส.อัจฉริยา สินรัชตานันท์ ร่วมพูดคุย ต่อด้วยการแสดงในเพลง "ไอวิวอีแด" ของไมเคิล จากศิลปิน อาร์ท วาเคชั่น และ paul Ewing ศิลปินอิสระจากอังกฤษ ผู้ที่เคยร่วมเล่นดนตรีกับไมเคิล อ่านบทกลอน โดย กุดจี่ กวีลูกโลกสีเขียว การแสดงเพลง "แบล็กออร์ไวท์" โดย ไมเคิล ตั๋ง การประมูลภาพวาดไมเคิลของ ติ๊ก ชีโร่ เพื่อนำรายได้มอบให้มูลนิธิบ้านเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน
ปิดท้ายด้วยให้ อมิตา มาเรีย ยัง ตัวแทนศิลปิน กล่าวคำไว้อาลัย นายจอห์น รัตนเวโรจน์ หรือ จอห์น นูโว ขึ้นมาเป็นต้นเสียง พร้อมเชิญทุกคนร่วมร้องเพลง "ยู อาร์ น็อท อโลน" เป็นการไว้อาลัยสุดท้าย(คมชัดลึก)
ดูคลิปที่ - http://www.mhanation.net/Jackson0407.html
ภายในงานมีการฉายภาพแสดงสดและมิวสิกวิดีโอของไมเคิล จากนั้นมีการพูดคุยถึงไมเคิลโดยกูรูวงการเพลงและแฟนพันธุ์แท้ของไมเคิล ในหัวข้อ "ทำไมใครๆ ถึงเรียกไมเคิล แจ็กสันว่า คิงออฟป๊อป" และมุมมองของสื่อมวลชนที่มีต่อคิงออฟป๊อป และเพลงไมเคิลมีอิทธิพลอย่างไรต่อคนไทย
ภายในงานมี ติ๊ก ชีโร่ นายเรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ หรือเจมส์ นายสมิทธิ เพียรเลิศ น.ส.อัจฉริยา สินรัชตานันท์ ร่วมพูดคุย ต่อด้วยการแสดงในเพลง "ไอวิวอีแด" ของไมเคิล จากศิลปิน อาร์ท วาเคชั่น และ paul Ewing ศิลปินอิสระจากอังกฤษ ผู้ที่เคยร่วมเล่นดนตรีกับไมเคิล อ่านบทกลอน โดย กุดจี่ กวีลูกโลกสีเขียว การแสดงเพลง "แบล็กออร์ไวท์" โดย ไมเคิล ตั๋ง การประมูลภาพวาดไมเคิลของ ติ๊ก ชีโร่ เพื่อนำรายได้มอบให้มูลนิธิบ้านเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน
ปิดท้ายด้วยให้ อมิตา มาเรีย ยัง ตัวแทนศิลปิน กล่าวคำไว้อาลัย นายจอห์น รัตนเวโรจน์ หรือ จอห์น นูโว ขึ้นมาเป็นต้นเสียง พร้อมเชิญทุกคนร่วมร้องเพลง "ยู อาร์ น็อท อโลน" เป็นการไว้อาลัยสุดท้าย(คมชัดลึก)
ดูคลิปที่ - http://www.mhanation.net/Jackson0407.html
วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ไมเคิล แจ็คสันก็สนใจวิถีพุทธเหมือนกัน
เพลง Scream เป็นอีกเพลงหนึ่งในอัลบั้มชุดที่ 9 ชื่อ History ของ ไมเคิล แจ็คสัน ที่ได้รับความนิยมสูง และที่พิเศษคือเป็นผลงานที่ทำร่วมกับร่วมกับ เจแน็ต แจ็คสัน น้องสาว อีกหนึ่งผลงานที่ฝากไว้ให้กับโลกใบนี้ ในมิวสิกวิดีโอสีขาวดำตัวนี้ 2 พี่น้อง ทุ่มทุนสุดๆ กับการถ่ายทำที่ลงขันไปทั้งหมด 7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 245 ล้านบาท เพื่อตอบแทนแฟนเพลงที่สนับสนุนพวกเขามาโดยตลอด
และเมื่ออัลบั้มชุด Historyวางแผงในปี 1995 ที่มีเพลงฮิตอย่าง “You Are Not Alone” ซึ่งเป็นซิงเกิลแรกในประวัติศาสตร์ที่เข้ามาอยู่ในอันดับ 1 ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย
เพลง Scream นี้ได้รางวัล Grammy Award คือ Best Music Video, Short Form ซึ่ง ไมเคิล แจ็คสัน ได้กล่าวตอนรับรางวัลว่า "ผมกับแจเน็ตเป็นคนละคนกันจริงๆนะครับ..." (Janet and I...are truly different persons" ผู้คนก้อฮากันลั่น (ด้วยความที่ปีนั้น พี่-น้องคู่นี้ยังหน้าตาเหมือนกันมาก และผิวไมเคิลยังดำอยู่แต่เสียงเล็กเหมือนแจเน็ต ดูเผินๆแล้วเหมือนกันเด๊ะ) และ เพลง Scream ยังคงเปิดบ่อยทางช่องเอ็มทีวีในทศวรรษ 1990
มิวสิกวิดีโอสีขาวดำเพลง Scream เป็นการเล่นเกมอวกาศต่อสู่กันระหว่าง ไมเคิล แจ็คสัน กับน้องสาว เล่นเท่าไรก็ไม่สามารถจะชนะน้องสาวได้ ถึงขึ้นโมโหทุบกีต้าร์ทิ้ง และมีจุดที่น่าสนที่ ไมเคิล แจ็คสัน หาวิธีที่จะชนะน้องสาวได้ ก็คือการสั่งสมาธิ และในฉากก็มีการโชว์พระพุทธรูปและรูปหยินหยางให้เห็น ขณะที่ “เจเน็ท แจ็คสัน” ใช้วิธียั่วะยวน ทำให้นึกถึงตอนที่พระพุทธเจ้าชนะมารแล้วตรัสรู้
จากจุดนี้ทำให้มีความรู้สึกว่า ไมเคิล แจ็คสัน ก็สนใจวิถีพุทธอยู่ ถึงได้นำมาประกอบในมิวสิกวิดีโอสีขาวดำของเพลง Scream ถึงแม้นจะน้อยนิดก็ตามทีก็ถือเป็นอุปนิสัย
คลิป-http://www.mhanation.net/Jackson0307.html
และเมื่ออัลบั้มชุด Historyวางแผงในปี 1995 ที่มีเพลงฮิตอย่าง “You Are Not Alone” ซึ่งเป็นซิงเกิลแรกในประวัติศาสตร์ที่เข้ามาอยู่ในอันดับ 1 ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย
เพลง Scream นี้ได้รางวัล Grammy Award คือ Best Music Video, Short Form ซึ่ง ไมเคิล แจ็คสัน ได้กล่าวตอนรับรางวัลว่า "ผมกับแจเน็ตเป็นคนละคนกันจริงๆนะครับ..." (Janet and I...are truly different persons" ผู้คนก้อฮากันลั่น (ด้วยความที่ปีนั้น พี่-น้องคู่นี้ยังหน้าตาเหมือนกันมาก และผิวไมเคิลยังดำอยู่แต่เสียงเล็กเหมือนแจเน็ต ดูเผินๆแล้วเหมือนกันเด๊ะ) และ เพลง Scream ยังคงเปิดบ่อยทางช่องเอ็มทีวีในทศวรรษ 1990
มิวสิกวิดีโอสีขาวดำเพลง Scream เป็นการเล่นเกมอวกาศต่อสู่กันระหว่าง ไมเคิล แจ็คสัน กับน้องสาว เล่นเท่าไรก็ไม่สามารถจะชนะน้องสาวได้ ถึงขึ้นโมโหทุบกีต้าร์ทิ้ง และมีจุดที่น่าสนที่ ไมเคิล แจ็คสัน หาวิธีที่จะชนะน้องสาวได้ ก็คือการสั่งสมาธิ และในฉากก็มีการโชว์พระพุทธรูปและรูปหยินหยางให้เห็น ขณะที่ “เจเน็ท แจ็คสัน” ใช้วิธียั่วะยวน ทำให้นึกถึงตอนที่พระพุทธเจ้าชนะมารแล้วตรัสรู้
จากจุดนี้ทำให้มีความรู้สึกว่า ไมเคิล แจ็คสัน ก็สนใจวิถีพุทธอยู่ ถึงได้นำมาประกอบในมิวสิกวิดีโอสีขาวดำของเพลง Scream ถึงแม้นจะน้อยนิดก็ตามทีก็ถือเป็นอุปนิสัย
คลิป-http://www.mhanation.net/Jackson0307.html
วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552
เหล่าดาราร่วมงานBETอวอร์ดอาลัยไมเคิล แจ็คสัน
เมื่อคืนวันที่ 28 มิ.ย.บนเวที "แบล็ค เอนเทอร์เทนเม้น เทเลวิชั่น" หรือ เบ็ท อวอร์ด ที่ลอส แองเจลิส เหล่าดาราและแฟนเพลงร่วมงานเพื่อเป็นเกียรติต่อการจากไปของ ไมเคิล แจ็คสัน ราชาเพลงป๊อป ที่ลอส แองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา หลายคนได้ขึ้นไปบนเวทีกลั่นคำจากในไว้อาลัย บอกเล่าความประทับใจที่มีต่อไอดอลของพวกเขา สลับกับการร้องเพลงยอดฮิตของแจ็คสัน รวมถึงเจเน็ต แจ็คสันน้องสาวด้วย
คลิป-http://www.mhanation.net/Jackson2906.html
คลิป-http://www.mhanation.net/Jackson2906.html
วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ไมเคิล แจ็คสันตายสะท้อนชีวิตเป็นอนิจจังจริงๆ
ช็อคไปทั่วโลกกับข่าวการจากไปของราชาเพลงป๊อป ไมเคิล แจ็คสัน ด้วยวัยเพียง 50 ปี รวมถึงคนไทยด้วย เมื่อตอนเช้ามืดของวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2552 ตามเวลาในไทย ทั้งๆที่มีคิวที่จะแสดงคอนเสิร์ตที่กรุงลอนดอนเร็วๆนี้
และมีการกล่าวกันว่าจะเป็นการแสดงครั้งสุดท้ายหลังจากที่ห่างหายจากวงการไปนานถึง 10 ปี แต่ ไมเคิล แจ็คสัน ก็ไม่สามารถได้ทำอย่างที่ฝันไว้มัจจุรชก็มาคร่าชีวิตเขาไปเสียก่อนแม้นจะมีการกล่าวกันว่าเพราะกินยาแก้ปวดเกินขนาดจากการเป็นมะเร็วผิวหนังก็ตาม
ชีวิตของ ไมเคิล แจ็คสัน นั้นนับเป็นอนุสติที่ระบุว่า มนุษย์ไม่มีความสมบูรณ์ในตัว แม้นว่า ไมเคิล แจ็คสัน จะฉายแววของการเป็นซูเปอร์สตาร์ตั้งแต่เป็นเด็กด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ในฐานะนักดนตรีนักร้องนำของวง "The Jackson 5" ต่อมาก็ได้ออกอัลบั้มเรื่อยมา
อย่างที่บอกนุษย์ไม่มีความสมบูรณ์ในตัว ไมเคิล แจ็คสัน มีรูปลักษณ์ของนักร้องผิวหมึกปากหนาจมูกใหญ่ เมื่อมีชื่อเสียงโด่งดังทำรายได้จำนวนมหาศาล โดยที่ชื่อเสียงพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในปี 2525 ด้วยอัลบั้มและมิวสิกวิดีโอ ชุด "ทริลเลอร์" โดยขายได้ราว 750 ล้านแผ่นในทั่วโลก และเคยเดินทางมาแสดงในประเทศไทยถึง 2 ครั้ง และตลอดระยะเวลาบนถนนดนตรีนาน 4 ทศวรรษ ไมเคิล แจ็คสัน คว้ารางวัลแกรมมี่มาได้ถึง 13 ครั้ง
แต่ชื่อเสียงที่โด่งดังจากเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยท่าเต้น "มูนวอล์ก" มีรายได้มหาศาล แต่ ไมเคิล แจ็คสัน จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ยังได้ใช้เงินเหล่านั้นไปกับการทำศัลยกรรม โดยตัดริมฝีปากให้บางลง เสริมจมูกให้โด่งขึ้น ซึ่งการทำศัลยกรรมแค่นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับดารานักร้อง แต่เขาช็อกชาวโลกด้วยการ เปลี่ยนสีผิว จากคนดำกลายเป็นคนขาว ทั้งนี้เพื่อลบปมด่อยของตัวเอง
พร้อมกันนี้ ไมเคิล แจ็คสัน ยังมีพฤติการณ์แปลกๆ ปรากฏตัวต่อสาธารณชนแต่ละครั้งต้องไม่ธรรมดา ด้วยวิธีอำพรางตัวเพื่อไม่ให้คนจำได้ จึงทำให้ ไมเคิล แจ็คสัน ใช้ชีวิตค่อนข้างโดดเดี่ยว แถมยังพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวที่กลายเป็นข่าวใหญ่ ไม่แพ้ความโด่งดังคือ ข่าวการละเมิดทางเพศเด็กผู้ชายหลายครั้งต้องขึ้นศาล แต่ทุกครั้งก็สามารถประนีประนอมนอกศาลได้ ด้วยการจ่ายเงินจำนวนมหาศาลให้แก่คู่กรณี จากการใช้ชีวิตดังกล่าวบวกกับมีปัญหาด้านคดีความ ส่งผลให้ ไมเคิล แจ็คสัน ประสบปัญหาการเงินจึงจำเป็นต้องหวนคืนสู่เวทีคอนเสิร์ตอีกครั้งในรอบกว่า 10 ปี และคาดว่าจะทำเงินได้กว่า 400 ล้านดอลลาร์ แต่วันนั้นไม่มาถึง ไมเคิล แจ็คสัน ต้องจากโลกไปเสียก่อนพร้อมกับทิ้งหนี้ไว้เกือบ 500 ล้านดอลลาร์
นี่คือชีวิตของราชาเพลงป๊อป ไมเคิล แจ็คสัน ที่เป็นไปตามหลักธรรมหรือธรรมชาติ ตามคำพระท่านว่าเป็นไปตามโลกธรรม 8 ประการ ซึ่งมนุษย์ทั่วไปย่อมประสบคือ
เมื่อมีรายได้มหาศาลก็ย่อมมีวันเสื่อมสูญไปเมื่อมีตำแหน่งสักวันหนึ่งตำแหน่งนั้นก็หลุดลอยไปไม่ช้าก็เร็วเมื่อมีคนยกย่องสรรเสริญเพราะเห็นประโยชน์มีเงินก็มีคนส่วนหนึ่งไม่ชอบนินทาเมื่อมีความสุขจากเงินมหาศาลที่ได้มาถูกต้องบ้างไม่ถูกต้องบ้างโกงเขามาบ้างสักวันหนึ่งก็เป็นหนี้เขาเหมือน ไมเคิล แจ็คสัน ตอนบั้นปลายชีวิต มีแต่ความทุกข์
เพราะว่าชีวิตของคนเรานั้นไม่เที่ยงแท้แน่นอนมีขึ้นมาลงเป็นไปตามหลักไตยลักษณ์คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หากเรายังประมาทกับชีวิตแล้วชีวิตก็เสื่อสลายไปเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคฮิตที่เป็นอยู่กันอยู่ทุกวันนี้ก็คือมะเร็ง เป็นแบบไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ก็รักษาไม่ได้แล้วตายลูกเดียว
ดังนั้นอย่าได้ประมาทกับชีวิต รู้จักคำว่า "พอ" ดำรงชีวิตด้วยปัญญา ชีวิตที่มีความทุกข์ก็มีความสุขอยู่บ้าง
ที่ระบุมาข้างต้นนี้ต้องการที่จะเตือนตัวเองเป็นสำคัญ หาได้บังอาจที่จะเตือนคนอื่นไม่
ดูคลิปผลงานในอดีต http://www.mhanation.net/Jacksondies2806.html
และมีการกล่าวกันว่าจะเป็นการแสดงครั้งสุดท้ายหลังจากที่ห่างหายจากวงการไปนานถึง 10 ปี แต่ ไมเคิล แจ็คสัน ก็ไม่สามารถได้ทำอย่างที่ฝันไว้มัจจุรชก็มาคร่าชีวิตเขาไปเสียก่อนแม้นจะมีการกล่าวกันว่าเพราะกินยาแก้ปวดเกินขนาดจากการเป็นมะเร็วผิวหนังก็ตาม
ชีวิตของ ไมเคิล แจ็คสัน นั้นนับเป็นอนุสติที่ระบุว่า มนุษย์ไม่มีความสมบูรณ์ในตัว แม้นว่า ไมเคิล แจ็คสัน จะฉายแววของการเป็นซูเปอร์สตาร์ตั้งแต่เป็นเด็กด้วยวัยเพียง 7 ขวบ ด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ในฐานะนักดนตรีนักร้องนำของวง "The Jackson 5" ต่อมาก็ได้ออกอัลบั้มเรื่อยมา
อย่างที่บอกนุษย์ไม่มีความสมบูรณ์ในตัว ไมเคิล แจ็คสัน มีรูปลักษณ์ของนักร้องผิวหมึกปากหนาจมูกใหญ่ เมื่อมีชื่อเสียงโด่งดังทำรายได้จำนวนมหาศาล โดยที่ชื่อเสียงพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในปี 2525 ด้วยอัลบั้มและมิวสิกวิดีโอ ชุด "ทริลเลอร์" โดยขายได้ราว 750 ล้านแผ่นในทั่วโลก และเคยเดินทางมาแสดงในประเทศไทยถึง 2 ครั้ง และตลอดระยะเวลาบนถนนดนตรีนาน 4 ทศวรรษ ไมเคิล แจ็คสัน คว้ารางวัลแกรมมี่มาได้ถึง 13 ครั้ง
แต่ชื่อเสียงที่โด่งดังจากเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยท่าเต้น "มูนวอล์ก" มีรายได้มหาศาล แต่ ไมเคิล แจ็คสัน จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ยังได้ใช้เงินเหล่านั้นไปกับการทำศัลยกรรม โดยตัดริมฝีปากให้บางลง เสริมจมูกให้โด่งขึ้น ซึ่งการทำศัลยกรรมแค่นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับดารานักร้อง แต่เขาช็อกชาวโลกด้วยการ เปลี่ยนสีผิว จากคนดำกลายเป็นคนขาว ทั้งนี้เพื่อลบปมด่อยของตัวเอง
พร้อมกันนี้ ไมเคิล แจ็คสัน ยังมีพฤติการณ์แปลกๆ ปรากฏตัวต่อสาธารณชนแต่ละครั้งต้องไม่ธรรมดา ด้วยวิธีอำพรางตัวเพื่อไม่ให้คนจำได้ จึงทำให้ ไมเคิล แจ็คสัน ใช้ชีวิตค่อนข้างโดดเดี่ยว แถมยังพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวที่กลายเป็นข่าวใหญ่ ไม่แพ้ความโด่งดังคือ ข่าวการละเมิดทางเพศเด็กผู้ชายหลายครั้งต้องขึ้นศาล แต่ทุกครั้งก็สามารถประนีประนอมนอกศาลได้ ด้วยการจ่ายเงินจำนวนมหาศาลให้แก่คู่กรณี จากการใช้ชีวิตดังกล่าวบวกกับมีปัญหาด้านคดีความ ส่งผลให้ ไมเคิล แจ็คสัน ประสบปัญหาการเงินจึงจำเป็นต้องหวนคืนสู่เวทีคอนเสิร์ตอีกครั้งในรอบกว่า 10 ปี และคาดว่าจะทำเงินได้กว่า 400 ล้านดอลลาร์ แต่วันนั้นไม่มาถึง ไมเคิล แจ็คสัน ต้องจากโลกไปเสียก่อนพร้อมกับทิ้งหนี้ไว้เกือบ 500 ล้านดอลลาร์
นี่คือชีวิตของราชาเพลงป๊อป ไมเคิล แจ็คสัน ที่เป็นไปตามหลักธรรมหรือธรรมชาติ ตามคำพระท่านว่าเป็นไปตามโลกธรรม 8 ประการ ซึ่งมนุษย์ทั่วไปย่อมประสบคือ
เมื่อมีรายได้มหาศาลก็ย่อมมีวันเสื่อมสูญไปเมื่อมีตำแหน่งสักวันหนึ่งตำแหน่งนั้นก็หลุดลอยไปไม่ช้าก็เร็วเมื่อมีคนยกย่องสรรเสริญเพราะเห็นประโยชน์มีเงินก็มีคนส่วนหนึ่งไม่ชอบนินทาเมื่อมีความสุขจากเงินมหาศาลที่ได้มาถูกต้องบ้างไม่ถูกต้องบ้างโกงเขามาบ้างสักวันหนึ่งก็เป็นหนี้เขาเหมือน ไมเคิล แจ็คสัน ตอนบั้นปลายชีวิต มีแต่ความทุกข์
เพราะว่าชีวิตของคนเรานั้นไม่เที่ยงแท้แน่นอนมีขึ้นมาลงเป็นไปตามหลักไตยลักษณ์คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หากเรายังประมาทกับชีวิตแล้วชีวิตก็เสื่อสลายไปเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคฮิตที่เป็นอยู่กันอยู่ทุกวันนี้ก็คือมะเร็ง เป็นแบบไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ก็รักษาไม่ได้แล้วตายลูกเดียว
ดังนั้นอย่าได้ประมาทกับชีวิต รู้จักคำว่า "พอ" ดำรงชีวิตด้วยปัญญา ชีวิตที่มีความทุกข์ก็มีความสุขอยู่บ้าง
ที่ระบุมาข้างต้นนี้ต้องการที่จะเตือนตัวเองเป็นสำคัญ หาได้บังอาจที่จะเตือนคนอื่นไม่
ดูคลิปผลงานในอดีต http://www.mhanation.net/Jacksondies2806.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)