แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 3จี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 3จี แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

พันธุ์ทิพย์โหนกระแส3Gจัดกระเช้าไอทีรับปีใหม่

นายวิษณุ หวังวิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัททิพย์พัฒน อาร์เขต จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ครบรอบ 25 ปี บริษัทจึงได้ร่วมมือกับร้านค้าคอมพิวเตอร์ ไอที และ บริษัทแบรนด์ไอทีชั้นนำต่างๆ กว่า 1,500 ร้านค้าร่วมกันจัดมหกรรมลดราคาสินค้าคอมพิวเตอร์ครั้งยิ่งใหญ่ ลดทั้งศูนย์การค้าฯ เพื่อร่วมฉลองเปิดแคมเปญ “PANTIP HOT SALE 2009… 25 ปีทอง ลดฉลองส่งท้ายปี” พร้อมสร้างเทรนด์ใหม่กระเช้าของของขวัญไอที เป็นทางเลือกให้ลูกค้าจับจ่ายเป็นของขวัญส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ โดยแคมเปญจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน - 6 ธันวาคม 2552 (9 วัน) ที่สาขาประตูน้ำ สาขางามวงศ์วาน และ บางกะปิ คาดว่าเงินสะพัดภายในงาน 9 วัน รวม 3 สาขา กว่า 3,000 ล้านบาท

“สำหรับแคมเปญ Pantip Hot Sale 2009 25 ปีทอง ลดฉลองข้ามปี ในครั้งนี้จะเน้นให้ผู้ประกอบการร้านค้า เจ้าของแบรนด์สินค้าไอที ภายในศูนย์ฯ กว่า 1,500 ร้านค้า ร่วมลดราคาสินค้าทั้งศูนย์การค้าฯพร้อมกัน ทั้งพันธุ์ทิพย์ 3 มุมเมือง คือใจกลางเมืองที่สาขาประตูน้ำ ย่านนนทบุรี กรุงเทพฝั่งเหนือและตะวันตกที่สาขางามวงศ์วาน และ โซนกรุงเทพฯฝั่งตะวันออกที่สาขาบางกะปิ

นอกจากนี้ร้านค้ายังพร้อมใจตกแต่งร้านค้าตามเทศกาลปีใหม่ และเตรียมจัดเซ็ตกระเช้าของขวัญไอที ราคาสุดพิเศษ ไว้ให้เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการเลือกสรรของขวัญมอบแด่บุคคลที่รักในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในราคาสุดพิเศษกับรายการสินค้า “ Pantip Big Gift Big Surprise Set มูลค่าเพียง 999 บาท” จากราคาเต็มอยู่ระหว่าง 1,500 – 2,000 บาท นอกจากนี้ ค่ายสินค้าไอทีแบรนด์ดังยังได้จัดกิจกรรม สินค้าลดครึ่งราคาในรายการ “ Everyday Half Price” ทุกวัน ทุกสาขา และ เพื่อร่วมฉลองส่งท้ายปีและคืนกำไรแก่ลูกค้าผู้มีอุปการะคุณ ศูนย์การค้า ฯ จึงจัดโบนัสแก่นักช้อป เมื่อซื้อสินค้าครบ ทุก ๆ 500 บาท รับคูปอง 1 ใบ เพื่อลุ้นคูปองส่วนลดเงินสด “ Pantip Cash Coupon” มูลค่า 999 บาท โดยจับแจกทุกวัน

นอกจากนี้คูปองที่พลาดโอกาสยังมีสิทธิ์ลุ้นรถยนต์เป็นรางวัลที่ 1 ลุ้นกระเช้าของขวัญไอที มูลค่ารางวัลละ 15,000 บาทอีก 3 รางวัล และ ลุ้นร่วมถ่ายภาพสวยเก๋ที่ร้านImagine มูลค่า 10,000 บาท อีก 10 รางวัล พร้อมของรางวัลและของสมนาคุณอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เตรียมไว้สำหรับแคมเปญส่งท้ายปีนี้” นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากโปรโมชั่นโดนใจต่าง ๆ ที่กล่าวไปแล้ว ศูนย์การค้าฯยังได้เตรียมมอบความบันเทิงให้กับลูกค้าในโอกาสครบรอบ 25ปี อาทิ :

• กิจกรรมเปิดตัววันเสาร์ ที่ 28 พย. กับกิจกรรม “Pantip 25th Anniversary’ Fash Show” เป็นการแสดงแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษโดยดารานักแสดงชื่อดัง “น้องรถเมล์ คนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ (สาขาประตูน้ำเวลา ประมาณ 13.30 น.), ต๊ะ วริษฐ์ ทิพโกมุท (สาขางามวงศ์วาน เวลาประมาณ 15.00 น.) และ น้ำ รพีภัทร เอกพันธ์กุล (สาขาบางกะปิ เวลาประมาณ 18.00 น.)

• วันอาทิตย์ ที่ 6 ธค. Meet & Greet และสนุกสนานกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินสุดฮอต “รุจ The Star (สาขางามวงศ์วาน เวลาประมาณ 18.00 น.) , บอย พิษณุ AF2 (สาขาประตูน้ำ เวลา ประมาณ17.00 น.) และ แจ๊ค เมธัท AF4 (สาขาบางกะปิ เวลาประมาณ 16.00 น.)”

• และทุกวันพบกับกิจกรรมความรู้แลความบันเทิง อาทิ กิจกรรมเทคโนโลยีจากเยาวชนนักศึกษาความสามารถระดับประเทศ กับสุดยอด Brand’s Gen, กิจกรรมพิเศษ ร่วมประมูลสินค้าไอที เพื่อนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุนช่วยเหลือน้องๆผู้ด้อยโอกาสกับโครงการ “พันธุ์ทิพย์ เพื่อน้อง” ในราคาเริ่มต้นประมูลเพียง 1 หรือ 99 บาท

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

กกต.เชือด“มานิต”ถือหุ้น“ทรู”บทสะท้อนประมูล3จี

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการตำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขของนายมานิต นพอมรบดี พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากถือหุ้นที่เป็นสัมปทานของรัฐขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 267 คือถือหุ้นในบริษัทบริษัททรู คอปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 500 หุ้น แต่เจ้าตัวบอกว่าได้ขายไปหมดแล้วก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งแต่ทำใบหุ้นหายและได้แจ้งความไว้แล้ว

ก่อนหน้านี้กกต.ก็ได้มีมติให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์พ้นสมาชิกภาพในกรณีเดียวกันจำนวน 13 คนในจำนวนนั้นเป็นที่น่าสังเกตุคือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองเลขาธิการพรรค และ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี คือหุ้นในบริษัททรู คอปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ด้วย นอกจากนี้มี ส.ส.ปชป.หรือคู่สมรสถือหุ้นเช่นเดียวกับนายสุเทพทำให้พ้นสมาชิกภาพอีก 3 คน

ขณะเดียวกันตามที่ กกต.ได้วินิจฉัยให้ ส.ว.จำนวน 16 คนสิ้นสมาชิกภาพนั้นจะไม่มี ส.ว. ถือหุ้นใน บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) แต่ก็มีส.ว.ที่ถูกร้องเรียนถือหุ้นแต่กกต.วินิจฉัยไม่สิ้นสมาชิกภาพเพราะไม่เข้าเงื่อนไข

จากข้อมูลดังกล่าวก็พอจะอนุมาณได้ว่าผลการประมูล 3จีของ กทช.จะเป็นอย่างไร เพราะอย่างล่าสุดการประชุมครม.เศรษฐกิจเมื่อวันที่ 4 พ.ย. กระทรวงไอซีที ได้รายงานผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงและผลกระทบต่อบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม ที่เกิดจากการออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 หรือ 3จี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมมอบหมายให้ กทช.หาคำตอบให้ชัดเจน ถ้ากทช.ไม่หารือกฤษฎีกา รัฐบาลก็คงทำหนังสือหารือไปเอง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในประเด็นด้านกฎหมาย

ขณะที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการคัดเลือกกรรมการ กทช. ทดแทนกรรมการที่หมดวาระและที่ลาออก กทช.ควรหารือหารือข้อกฎหมายกับกฤษฎีกาในเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจนด้วยอีกประเด็น ดังนั้นที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ เห็นว่ากระทรวงไอซีที จึงน่าจะชะลอการลงทุนโครงการ 3 จี ในส่วนของ ทีโอทีและ กสท โทรคมนาคม ไว้ก่อน

ทั้งนี้ ทีโอที ได้ประกาศที่จะเดินทางเมื่อไม่นานมานี้พร้อมประกาศวันดีเดย์วันที่ 1 ธันวาคมนี้ และก่อนหน้านี้ทั้งทรู ดีแทคก็ได้มีการทดลองเปิดให้บริการ 3 จีมาแล้ว เมื่อถึงขั้นนี้ได้แต่รออะนะ

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เปิดประมูล3จีล่าช้า"ใคร-อะไร"คือตัวถ่วง

การเปิดประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) 3จี มาถึงจุดที่ต้องรอให้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2553 ตามที่นายเศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ หนึ่งในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ออกมาคาดการณ์ไว้จากเดิมที่กำหนดไว้ประมาณปลายปี2552

กทช.ยังสงสัยอำนาจหน้าที่จัดประมูล3จี

เหตุผลใหญ่อยู่ที่ยังไม่ชัดเจนในอำนาจหน้าที่ของ กทช.ว่า มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการประมูล ตามรัฐธรรมนูญปี2550หรือไม่ หรือว่าจะต้องรอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก่อน
ดังนั้น ในสัปดาห์หน้าประมาณวันอังคารหรือพุธ กทช. จะเรื่องนี้ก่อนทำหนังสือยื่นถามส่งไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ก่อนยื่นสอบถามศาลรัฐธรรมนูญต่อไป


ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ประมาณกลางปี 2549 คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ได้ให้ความเห็นไว้ว่าสามารถให้ดำเนินการได้ นั้นเป็นความเห็นตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และมีการคาดการณ์ไว้ว่าปี 2550 ประเทศไทยจะมี 3 จีใช้

แต่เมื่อมีการฉีกรัฐธรรมนูญปี 2540 และเขียนรัฐธรรมนูญปี 2550 ขึ้นมาโดยมีการรวมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.)ตาม รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)
ทั้งนี้คงไม่มีปัญญาตั้ง กสช. ขึ้นมาได้จึงจับมารวมกันเสียเลยง่ายดี และขณะนี้ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมก็อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะประกาศใช้ได้เมื่อใด


ขณะเดียวกันหาก กทช.มีมติส่งเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย เมื่อเป็นเช่นนี้จริงก็ไม่มีความชัดเจนอีกว่าเมื่อใดถึงจะพิจารณาเสร็จ เพราะกรอบระยะเวลาการพิจารณาขององค์กรอิสระไม่มีความชัดเจน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างประกอบรวมถึงแรงบีบด้วย จึงไม่แน่ว่าเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าจะได้เริ่มประมูลหรือไม่ตามที่นายเศรษฐพรระบุ

อย่ามองข้ามตัวถ่วงจากภาคการเมือง

หากสมมุติว่ากทช.สามารถเปิดประมูลเสร็จแล้วก็ใช้ว่าเอกชนจะสามารถดำเนินการได้ทันที เชื่อแน่ว่าพวกแรงต้านคงจะต้องดิ้นอย่างแน่นอน ซึ่งก็คงจะเห็นตัวอยู่แล้วว่าแรงต้านคือใครบ้างไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ส.ว.หรือแม้นแต่สหภาพ ทีโอที และภาคเอกชน คงจะมีการเข็นเรื่องไปสู่ศาลปกครองอย่างแน่นอนอย่างที่มีการเข็นกันอยู่

ขณะเดียวกันเสียงจากรัฐบาลก็ดูเหมือนว่าจะเป็นแรงดึงอยู่ไม่น้อยทั้งๆรู้อยู่ว่า 3 จี จะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางก็ตาม เพราะจากเสียงของนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กทช. มีส่วนสำคัญต่อการเกิดประมูล 3 จี มีหน้าที่กำกับดูแลให้เกิดการแข่งขันเสรีและเป็นธรรม ดังนั้น จึงต้องหารือร่วมกับรัฐบาล กระทรวงการคลัง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้ได้แนวทางและข้อสรุปชัดเจนในประเด็นต่างๆ ก่อนประมูล 3 จี

"กทช.คงพูดว่าไม่ใช่บทบาทหน้าที่จะช่วยให้ บมจ.กสท โทรคมนาคม และ บมจ.ทีโอที อยู่รอดได้เมื่อมีบริการ 3 จี เพราะ กทช.ต้องทำให้ทุกคนได้รับความเท่าเทียมกันในการแข่งขัน และกระทรวงการคลัง แม้ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้ง 2 องค์กรรัฐวิสาหกิจแต่ก็ต้องการให้มีบริการ 3 จีในไทย หากต้องเกิดความชัดเจนในเรื่องที่ค้างคาก่อน" นายกรณ์กล่าว

ทั้งนี้ 2 เรื่องหลักที่ กทช.จะต้องหารือร่วมกันเพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อนประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ได้แก่ เรื่องแรก การป้องกันไม่ให้เอกชนที่ได้ใบอนุญาต 3 จี ใช้โอกาสนี้โอนย้ายลูกค้า 2 จี ไปสู่ 3 จี ประการต่อมา กทช.ควรคิดมูลค่าอายุสัมปทานที่เหลือเป็นจำนวนปี และจ่ายเงินเข้ารัฐ ซึ่งรูปแบบรายละเอียด วิธีการต้องหารือร่วมกัน จึงจะเป็นการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดแก่ทุกฝ่ายก่อนเริ่มต้นแข่งขันในยุคใหม่ ของผู้ให้บริการมือถือด้วยการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์

ทั้งๆที่รัฐบาลไม่มีอาจจะก้าวก่ายการดำเนินการของ กทช.เลยในทางปฏิบัติเพราะเป็นองค์กรอิสระ เพราะรัฐบาลก็มีสิทธิเพียงเสียงหนึ่งเหมือนกับประชาชนทั่วๆ ดังนั้นจะรอดูว่าเวทีประชาพิจารณ์วันที่ 12 พ.ย.นี้จะมีคนในรัฐบาลโผล่หน้าไปร่วมหรือไม่

กทช.กลายเป็นตัวถ่างเสียเอง

คณะองค์ของ กทช.จำนวน 7 คน มีการลาออกไป 1 คน และอีก 3 คนกำลังจะหมดวาระลงรวมถึงนายเศรษฐพรในวันที่ 12 พ.ย.นี้ และวุฒิสภาสรรหาคนมาแทนวันที่ 13 พ.ย.ตัดสินว่าจะเป็นใคร หาก กทช. คนใหม่ 3 คนไม่เห็นด้วยที่จะเร่งการประมูล
ก็คงจะมีการยื้อกันอีกเพราะนายเศรษฐพรเองก็ยอมรับว่า กทช.เองก็มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยอยู่ 1 เสียง
ประเด็นมั่นคง-ต่างด้าว-ถ่ายโอนลูกค้าไร้ปัญหา


ข้อเป็นห่วงของนายกรณ์และบมจ.กสท โทรคมนาคม และ บมจ.ทีโอที เกี่ยวกับการโอนย้ายลูกค้า 2 จี ไปสู่ 3 จี นั้น ในเวทีสัมมนา "โอกาสและอุปสรรค 3G ในประเทศไทย" ที่หนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น จัดขึ้นโดยมีผู้บริหารเอกชนที่จะเข้าประมูลเข้าร่วมอย่างพร้อมเพียง

ทั้งนายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และนายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ต่างก็มีความเห็นตรงกันว่าการจะถ่ายโอนไม่ใช่สามารถทำได้ภายในวันสองวันซึ่งต้องใช้เวลาเป็นไปตามความสมัครใจของลูกค้าขณะเดียวกันประเด็นนี้นายเศรษฐพรก็ยังได้เปิดเผยว่าแผนพัฒนาพื้นความคลื่นถี่ของกระทรวงไอซีทีที่เสนอให้ครม.เห็นชอบเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2552 ที่กำหนดไว้ชัดเจนว่าเมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทานแล้วลูกค้าก็จะถูกถ่ายโอนกลับ บมจ.กสท โทร
คมนาคม และ บมจ.ทีโอที เช่นเดิม


ข้อวิตกที่บริหารต่างชาติเข้าร่วมประมลไม่เปิดโอกาสให้บริษัทไทยได้เข้ามาดำเนินการอย่างความเห็นของนายศุภชัยนั้น "3 จี ควรคำนึงถึงประโยชน์ของคนไทยเป็นหลัก และเศรษฐกิจโดยรวมของไทย" หากพิจารณาตามนโยบายของรัฐบาล บีโอไอ หรือการเปิดเสรีโทรคมนาคม มีการส่งเสริมให้ต่างประเทศเข้ามาลงทุน เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ทั้งนี้ก็อยู่ว่าจะส่งเสริมให้บริษัทลูกไทยมีความเข้มแข็งเทียมประเทศต่างชาติอย่างไร

ขณะที่ประเด็นความมั่นคงนั้นนายวิเชียรได้ยืนยันว่า การดักฟังนั้นก็มีกฎหมายกำกับอยู่ชัดเจน ส่วนเรื่องราคานั้น กทช.ก็ได้มีการเคาะตัวเลขแล้วว่า การประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่นส์) 3จี บนคลื่น 2.1 เมกะเฮิร์ตซ จำนวน 10 เมกกะเฮิร์ตซ ในราคา 4,600 ล้านบาท และ 15 เมกะเฮิร์ตซ ราคา 5,200 ล้านบาท แม้นว่าราคาถูกกว่าคลื่นความถี่ 3 จี ของ
อังกฤษซึ่งมีราคาคลื่นอยู่ทื่ 1 แสนล้านบาทนั้นเป็นเพราะคลื่นความถี่ของไทยไม่สามารถนำไปขายต่อได้ หรือถ้าหากจะโอนก็ต้องถามมายัง กทช. ก่อน ขณะที่คลื่นความถี่ของอังกฤษเป็นการประมูลในลักษณะขายขาดไปเลย ซึ่งก็น่าจะสมเหตุสมผล แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ร่วมในเวทีสัมมนาก็คือ ความไม่ชัดเจนในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นระดับนโยบาย แผนงาน ฟังแล้วก็เศร้าใจ เมื่อถึงไฟลนก้นแล้วค่อยมานั่งเถียงกัน


ด้วยเหตุนี้ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ทุกคนสนับสนุนให้เดินหน้าผลักดัน 3 จี เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยมีความล่าช้ามามากแล้ว เพราะต้องคิดว่านี่คือประโยชน์สาธารณะอย่างหนึ่งที่ประชาชนจะได้รับโดยตรง


Google