กลับมาตุภูมิเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอาเซียน ที่เดินทางไปร่วมประชุมกลุ่มประเทศจี 20 ณ นครพิตส์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และการประชุมสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ค ท่ามกลางการหวาดหวั่นก่อนหน้านี้ว่าอาจจะไม่ได้กลับเหมือนกับอดีตนายกรัฐนตรีคนหนึ่ง
เมื่อกลับมาแล้วก็มีทั้งดอกไม้และก้อนกรวด ก็เป็นที่น่าสังเกตก็คือกรวดนั้นมาจากคนไทยด้วยกันเองคือจากพรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ตำหนิว่าการเดินทางไปครั้งนี้ของนายอภิสิทธิ์ไร้ประโยชน์ ล้มเหลว สูญเปล่า สิ้นเปลืองงบประมาณ ไม่คุ้มค่า
พรรคเพื่อไทยมองว่า นายอภิสิทธิ์เล่นการเมืองตลอดเวลา ใช้เวทีโลกบิดเบือดข้อเท็จจริง ใส่ร้ายคู่แข่งทางการเมือง จ้องทำลายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในทุกโอกาส เอาการเมืองในประเทศไปประจานทำให้เทศเสียหาย
แต่ดอกไม้กลับได้รับจากนายรูดี เฟชเตรเทิน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยี่ยมประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยบอกว่าได้ทราบข่าวจากเพื่อนร่วมงานที่สหรัฐอเมริกาว่าสุนทรพจน์และกิจกรรม ที่นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วม ณ สหรัฐอเมริกา นั้นช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มพูนความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย
ก็ไม่แปลกใจที่ผลจะออกมาเช่นนี้เพราะนักการเมืองไทยไม่มีขอบเขตในการเล่นอยู่แล้ว มักจะตำหนิฝ่ายตรงกันข้ามและยกย่องฝ่ายตัวเอง ลองพรรคเพื่อไทยได้ร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ซิมีหรือจะพูดแบบนี้ นี้เบ้าที่หล่อหล่อมการเมืองไทยไม่ใช่เฉพาะระดับชาติเท่านั้นแม้นแต่เลือกหัวหน้าชั้นเรียนก็มีลักษณะอย่างนี้เลย
แต่ก็มีความคิดว่าการที่พรรคเพื่อไทยมองการเดินทางไปครั้งนี้ไร้ค่ามีส่วนที่เป็นความจริงอยู่บ้างหากนายอภิสิทธิ์กล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมยูเอ็นไม่น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปนำเสนอให้นานาประเทศได้ทราบ เพราะหลักเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไม่ใช่หรือที่ทำให้คนไทยอยู่ในภาวะของวิกฤติเศรษฐกิจโลกอย่างมีความสุข ค่อยๆประคับประคองตัวเองฟันฝ่าวิกฤติมาได้โดยไม่ทำร้ายตัวเองและคนรอบข้างเสียก่อน
หากไม่มีหลักนี้แล้วก็ไม่ทราบว่าคนไทยจะตกอยู่ในสภาพอย่างไรเพราะมีคนสูบเลือดสูบเนื้อก็หนีไปอยู่ต่างประเทศแล้ว
วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552
ไฟเขียวเพลง"บีหาย"คำกำกวมของ"บิ๊กวัน กันทรลักษ์"หรือ
ปกติแล้วไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ฟังเพลงเท่าใดนัก แต่เมื่อคืนวันที่ 26 กันยายนประมาณ 02.00น.ได้ฟังเพลง"บีหาย" ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ขับร้องโดย "บิ๊กวัน กันทรลักษ์" นักร้องลูกทุ่งชาวอีสาน เกิดที่จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้สงสัยว่า กบว.ปล่อยให้เพลงนี้ออกอากาศได้อย่างไรเพราะมีคำที่กำกวมอยู่
จึงได้หาข้อมูลพบจากเว็บไซต์ http://www.esanclick.com/newses_art.php?No=15271 ทราบว่าสำหรับ "บิ๊กวัน กันทรลักษ์" นั้นได้ สั่งสมประสบการณ์ทำเพลงมาไม่น้อย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำเพลงจนเพลงเริ่มมีกระแส ต่อมาจึงได้มาอยู่ค่ายเพลงท็อปไลน์ ไดมอนด์ และออกอัลบั้ม ชุด “อิสาน แตกปอก” ส่งบทเพลงเพราะๆอย่าง “เฮาบ่สมกัน” ฮิตติดชาร์ทตามคลื่นวิทยุต่างๆ ล่าสุดกับงานเพลงชุดใหม่ “บีหาย” เป็นอัลบั้มที่ บิ๊กวันได้มีส่วนร่วมเต็มตัว ทั้งแต่งเพลงเอง ดูแลการผลิตเอง
"บิ๊กวัน กันทรลักษ์" ได้กล่าวถึงอัลบั้มชุดนี้ว่า “ในอัลบั้ม ชุดใหม่ “บีหาย” ผมได้แต่งเพลงเอง ซึ่งก็ยังคงเป็นเพลงแนวลูกทุ่งเพื่อชีวิตอยู่ แต่จะเป็นเพลงภาษากลาง 70% และเพลงอิสาน 30% ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีมิวสิคฯออกมาให้ชมกันแล้วในเพลง “บีหาย” คำว่า บีหาย เป็นภาษาอิสาน ถ้าเรียกเป็นภาษากลาง ก็คือ ดีหาย ดีก็คือดีวัว ที่เอาไว้ใส่พวกลาบ ก้อย เนื้อหาในเพลงก็ประมาณว่า บี(ดี)หายไป จึงโมโห และทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆเนื้อหาจะออกแนวสนุกๆ ซึ่งเป็นมิวสิคฯเปิดตัวเพลงแรกในอัลบั้มชุดใหม่นี้ ฝากให้แฟนๆช่วยติดตาม และเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ”
หาก "บิ๊กวัน กันทรลักษ์" อธิบายคำว่า "บีหาย" เพียงเท่านั้น ถ้าคนทั่วไปที่ไม่ใช่คนอิสานและไม่คุ้นเคยกับคำผวนแล้ว ก็คงไม่คิดอะไรมาก แต่คำว่า "บีหาย" นี้เป็นคำผวนกลับก็จะเป็น "บาย...." ซึ่งคำว่า "บาย" นี้ภาษาอีสานแปลว่า "จับ"
เมื่อ กบว.ทราบเช่นนี้แล้วก็ไม่รู้จะปล่อยให้ออกมาเผยแพร่หรือไม่ และสอดคล้องกับนโยสร้างของรัฐบาลที่สนับสนุนธุรกิจเชิงสร้างสรรค์หรือ หากเป็นไปได้มากกว่านี้ก็ควรจะบวก "ธุรกิจเชิงคุณธรรม" หรือ "น่านน้ำสีขาย" ตามที่ "ดนัย จันทร์เจ้าฉาย" ได้เขียนหนังสือไว้
จึงได้หาข้อมูลพบจากเว็บไซต์ http://www.esanclick.com/newses_art.php?No=15271 ทราบว่าสำหรับ "บิ๊กวัน กันทรลักษ์" นั้นได้ สั่งสมประสบการณ์ทำเพลงมาไม่น้อย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำเพลงจนเพลงเริ่มมีกระแส ต่อมาจึงได้มาอยู่ค่ายเพลงท็อปไลน์ ไดมอนด์ และออกอัลบั้ม ชุด “อิสาน แตกปอก” ส่งบทเพลงเพราะๆอย่าง “เฮาบ่สมกัน” ฮิตติดชาร์ทตามคลื่นวิทยุต่างๆ ล่าสุดกับงานเพลงชุดใหม่ “บีหาย” เป็นอัลบั้มที่ บิ๊กวันได้มีส่วนร่วมเต็มตัว ทั้งแต่งเพลงเอง ดูแลการผลิตเอง
"บิ๊กวัน กันทรลักษ์" ได้กล่าวถึงอัลบั้มชุดนี้ว่า “ในอัลบั้ม ชุดใหม่ “บีหาย” ผมได้แต่งเพลงเอง ซึ่งก็ยังคงเป็นเพลงแนวลูกทุ่งเพื่อชีวิตอยู่ แต่จะเป็นเพลงภาษากลาง 70% และเพลงอิสาน 30% ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีมิวสิคฯออกมาให้ชมกันแล้วในเพลง “บีหาย” คำว่า บีหาย เป็นภาษาอิสาน ถ้าเรียกเป็นภาษากลาง ก็คือ ดีหาย ดีก็คือดีวัว ที่เอาไว้ใส่พวกลาบ ก้อย เนื้อหาในเพลงก็ประมาณว่า บี(ดี)หายไป จึงโมโห และทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆเนื้อหาจะออกแนวสนุกๆ ซึ่งเป็นมิวสิคฯเปิดตัวเพลงแรกในอัลบั้มชุดใหม่นี้ ฝากให้แฟนๆช่วยติดตาม และเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ”
หาก "บิ๊กวัน กันทรลักษ์" อธิบายคำว่า "บีหาย" เพียงเท่านั้น ถ้าคนทั่วไปที่ไม่ใช่คนอิสานและไม่คุ้นเคยกับคำผวนแล้ว ก็คงไม่คิดอะไรมาก แต่คำว่า "บีหาย" นี้เป็นคำผวนกลับก็จะเป็น "บาย...." ซึ่งคำว่า "บาย" นี้ภาษาอีสานแปลว่า "จับ"
เมื่อ กบว.ทราบเช่นนี้แล้วก็ไม่รู้จะปล่อยให้ออกมาเผยแพร่หรือไม่ และสอดคล้องกับนโยสร้างของรัฐบาลที่สนับสนุนธุรกิจเชิงสร้างสรรค์หรือ หากเป็นไปได้มากกว่านี้ก็ควรจะบวก "ธุรกิจเชิงคุณธรรม" หรือ "น่านน้ำสีขาย" ตามที่ "ดนัย จันทร์เจ้าฉาย" ได้เขียนหนังสือไว้
วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552
หลักการดู"ส.ส.-ส.ว."คนใดไหว้แล้วเป็นมงคล
"ปูชา จ ปูชนียานัง เอตัมมังคลมุตตมัง" บูชาคนที่ควรบูชา เป็นมงคลสูงสุดข้อที่ 3 ในมงคล 38 ประการ คงจะได้ฟังกันเป็นประจำเวลาพระเจริญพระพุทธมนต์
สาเหตุที่ต้องยกพุทธภาษิตขึ้นมาเช่นนี้ก็เนื่องจากว่าเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ในวงสนทนาของข้าราชการสภาผู้แทนราษฎรเนื่องจากมีหนังสือเวียนจากผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง กลุ่มงานบริหารงานบุคคล สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปยังหน่วยงานในสังกัดต่างๆ มีเนื้อหาระบุให้ข้าราชการสภาทุกคนต้องไหว้แสดงความเคารพต่อ ส.ส.ทุกครั้งที่พบ
ตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ต่างก็ไม่พอใจกับคำสั่งนี้และดังไปถึงหูสื่อมวลชนล่าสุดเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ได้แจ้งว่าได้มีการยกเลิกคำสั่งนี้แล้ว
ตามปกติตามธรรมเนียมไทยแล้วเราก็ให้ความเคารพกับผู้ที่ควรเคารพอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการยกมือไหว้ หลีกทางให้เป็นต้น อย่างน้อยๆก็เป็นการให้เกียรติ
แม้นว่าคำสั่งนั้นจะยกเลิกไปแล้วหรือจะชี้แจ้งว่าเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนก็ตาม แต่ประเด็นที่ตามมาก็คือว่า ส.ส.คนใดลักษณะอย่างไรบ้างที่น่าไหว้น่าเคารพ ซึ่งส่วนใหญ่ก็พอจะรู้กันอยู่บ้าง
แต่ตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว การไหว้เคารพคนที่ควรเคารพนั้นถือว่าเป็นมงคงสู่สุดประการหนึ่งในมงคล 38 ประการ และเป็นมงคลข้อต้นๆด้วย
บุคคลที่ควรเคารพบูชาก็ได้แก่มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดา มารดา ครู อุปัชฌาย์อาจารย์ และท่านผู้มีอุปการแก่ตน ด้วยบูชา 2 ประการคือ
1. อามิสบูชาได้แก่การให้วัตถุต่างๆ มีดอกไม้ธูปเทียนของหอม และข้าวน้ำผ้านุ่ง ผ้าห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย ปัจจัยลาภทั้งหลาย พร้อมเครื่องใช้ไม้สอยที่จำเป็น เป็นต้นขุดสระบ่อ และทำถนน สร้างพุทธรูป สถูปเจดีย์ เป็นต้น
2. ปฏิบัติบูชาได้แก่การปฏิบัติตามคำสั่งสอน เชื่อถ้อยฟังคำ ทำตามจนเห็นผลประจักษ์แจ้งแก่ตนจนเชื่อใจ วางใจ เบาใจแก่ผู้รับการบูชา พร้อมผู้บูชาเอง
แต่ท่านจะสรรเสริญผู้ปฎิบัติบูชามากกว่าการบูชาด้วยอามิส
บุคคลที่ควรบูชาที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็มีความชัดเจนอยู่แล้วว่าน่าเคารพบูชา แล้วสำหรับ ส.ส.หละมีลักษณะอย่างไรถึงจะน่าเคารพ ก็มีการอธิบายไว้ว่าไม่ต้องไปหาหลักไกลก็ในมงคลข้อที่ 2 ที่ว่า ปัณฑิตานัญจะ เสวนา เอตัมมังคลมุตตมัง ก็คือไหว้คนที่เป็นบัณฑิตนั้นเอง แล้วบัณฑิตมีลักษณะอย่างไรหละท่านก็อภิบายไว้ในสัปุริสธรรม 7 ประการเช่นเป็นผู้รู้จักเหตุ ผล ตน ประมาณ กาล และที่สำคัญก็คือเป็นคนที่ตั้งอยู่ในธรรม ก็คือไม่เป็นคนอันธพาล ซึ่งตรงกับมงคลข้อแรกก็คือ อเสวนา จะ พาลานัง เอตัมมังคลมุตตมัง ไม่คบคนชั่วเป็นมงคลสู่สุดประการหนึ่ง
ก็พอจะมีหลักไปจับ ส.ส.หรือ ส.ว.หรือหละว่า คนไหนเป็นคนพาล และคนไหนเป็นบัณฑิต ประเภทที่ชอบแจกกล้วย พูดจากร้าวร้าว หยาบคาย มุ่งแต่ให้ฝ่ายตนชนะปากก็บอกว่าประชาธิปไตย โดยไม่ฟังเหตุฟังผลแบบนี้คงจะไม่น่าไหว้มั้ง
สาเหตุที่ต้องยกพุทธภาษิตขึ้นมาเช่นนี้ก็เนื่องจากว่าเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ในวงสนทนาของข้าราชการสภาผู้แทนราษฎรเนื่องจากมีหนังสือเวียนจากผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง กลุ่มงานบริหารงานบุคคล สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปยังหน่วยงานในสังกัดต่างๆ มีเนื้อหาระบุให้ข้าราชการสภาทุกคนต้องไหว้แสดงความเคารพต่อ ส.ส.ทุกครั้งที่พบ
ตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ต่างก็ไม่พอใจกับคำสั่งนี้และดังไปถึงหูสื่อมวลชนล่าสุดเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ได้แจ้งว่าได้มีการยกเลิกคำสั่งนี้แล้ว
ตามปกติตามธรรมเนียมไทยแล้วเราก็ให้ความเคารพกับผู้ที่ควรเคารพอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการยกมือไหว้ หลีกทางให้เป็นต้น อย่างน้อยๆก็เป็นการให้เกียรติ
แม้นว่าคำสั่งนั้นจะยกเลิกไปแล้วหรือจะชี้แจ้งว่าเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนก็ตาม แต่ประเด็นที่ตามมาก็คือว่า ส.ส.คนใดลักษณะอย่างไรบ้างที่น่าไหว้น่าเคารพ ซึ่งส่วนใหญ่ก็พอจะรู้กันอยู่บ้าง
แต่ตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว การไหว้เคารพคนที่ควรเคารพนั้นถือว่าเป็นมงคงสู่สุดประการหนึ่งในมงคล 38 ประการ และเป็นมงคลข้อต้นๆด้วย
บุคคลที่ควรเคารพบูชาก็ได้แก่มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดา มารดา ครู อุปัชฌาย์อาจารย์ และท่านผู้มีอุปการแก่ตน ด้วยบูชา 2 ประการคือ
1. อามิสบูชาได้แก่การให้วัตถุต่างๆ มีดอกไม้ธูปเทียนของหอม และข้าวน้ำผ้านุ่ง ผ้าห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย ปัจจัยลาภทั้งหลาย พร้อมเครื่องใช้ไม้สอยที่จำเป็น เป็นต้นขุดสระบ่อ และทำถนน สร้างพุทธรูป สถูปเจดีย์ เป็นต้น
2. ปฏิบัติบูชาได้แก่การปฏิบัติตามคำสั่งสอน เชื่อถ้อยฟังคำ ทำตามจนเห็นผลประจักษ์แจ้งแก่ตนจนเชื่อใจ วางใจ เบาใจแก่ผู้รับการบูชา พร้อมผู้บูชาเอง
แต่ท่านจะสรรเสริญผู้ปฎิบัติบูชามากกว่าการบูชาด้วยอามิส
บุคคลที่ควรบูชาที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็มีความชัดเจนอยู่แล้วว่าน่าเคารพบูชา แล้วสำหรับ ส.ส.หละมีลักษณะอย่างไรถึงจะน่าเคารพ ก็มีการอธิบายไว้ว่าไม่ต้องไปหาหลักไกลก็ในมงคลข้อที่ 2 ที่ว่า ปัณฑิตานัญจะ เสวนา เอตัมมังคลมุตตมัง ก็คือไหว้คนที่เป็นบัณฑิตนั้นเอง แล้วบัณฑิตมีลักษณะอย่างไรหละท่านก็อภิบายไว้ในสัปุริสธรรม 7 ประการเช่นเป็นผู้รู้จักเหตุ ผล ตน ประมาณ กาล และที่สำคัญก็คือเป็นคนที่ตั้งอยู่ในธรรม ก็คือไม่เป็นคนอันธพาล ซึ่งตรงกับมงคลข้อแรกก็คือ อเสวนา จะ พาลานัง เอตัมมังคลมุตตมัง ไม่คบคนชั่วเป็นมงคลสู่สุดประการหนึ่ง
ก็พอจะมีหลักไปจับ ส.ส.หรือ ส.ว.หรือหละว่า คนไหนเป็นคนพาล และคนไหนเป็นบัณฑิต ประเภทที่ชอบแจกกล้วย พูดจากร้าวร้าว หยาบคาย มุ่งแต่ให้ฝ่ายตนชนะปากก็บอกว่าประชาธิปไตย โดยไม่ฟังเหตุฟังผลแบบนี้คงจะไม่น่าไหว้มั้ง
สื่อออนไลน์ทำSEOสู้มากกว่าตั้งชมรมป้องลิขสิทธิ์ตัว
ทันทีที่ผู้บริหารเว็บไซต์ผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ประกอบด้วยเว็บไซต์ในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ ไทยรัฐออนไลน์ เดลินิวส์ออนไลน์ เครือมติชน เครือโพสต์พับลิชชิ่ง เครือเนชั่น เครือสยามสปอร์ต ไอเอ็นเอ็นออนไลน์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์ ดาราเดลี่ออนไลน์ แนวหน้าออนไลน์ สยามรัฐออนไลน์ และไทยโพสต์ออนไลน์ ได้ประชุมกันที่อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน เมื่อวันที่ 24 ก.ย.แล้วร่วมกันลงนามในคำประกาศเจตนารมณ์จัดตั้ง “ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์”
เพื่อกำหนดข้อบังคับให้เป็นกติกาดำเนินการร่วมกัน เพื่อประโยชน์ต่อผู้ผลิตข่าวสารและสาธารณชนทั่วไป ดังต่อไปนี้
1.สมาชิกชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ทุกราย มุ่งมั่นส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย โดยปราศจากการปิดกั้นจากอำนาจใดๆ
2.สมาชิกชมรมเชื่อมั่นว่า ประชาชนผู้รับรู้ข้อมูลข่าวสารออนไลน์ผ่านทางเครือข่าวอินเทอร์เน็ตตระหนักในคุณค่างานสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการทางวารสารศาสตร์ และสนใจติดตามข่าวสารดังกล่าวจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวสารแต่ละรายโดยตรง
3.ในกรณีที่มีการนำเนื้อหาจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวออนไลน์ไปเผยแพร่ในช่องทางเว็บไซต์อื่น ในลักษณะเชิงพาณิชย์หรือเจ้าของเว็บไซต์ได้ประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยนำไปผลิตซ้ำต้องเคารพในความมีลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ที่ผลิตโดยเว็บไซต์สมาชิก
4.ชมรมส่งเสริมให้มีการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมาชิกกับผู้ประกอบการเว็บไซต์ที่ต้องการนำข่าวสารจากเว็บไซต์สมาชิกไปเผยแพร่ต่อ โดยยึดหลักความเคารพและคำนึงถึงลิขสิทธิ์ในการสร้างสรรค์งานเขียนและจริยธรรมทางธุรกิจ และประโยชน์ที่ผู้ผลิตข่าวออนไลน์จะได้รับด้วย
ทั้งนี้นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตัวแทนผู้บริหารจากสมาชิกชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ระบุว่า ทางชมรมไม่มีเจตนาปิดกั้นการเผยแพร่ หรือทำซ้ำข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอข้อมูลไปเผยแพร่เป็นวิทยาทาน หรือเพื่อการศึกษา แต่ต้องการขอความร่วมมือกับเว็บไซต์ที่ประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ ได้ดำเนินการให้ถูกต้องเหมาะสมและมีความเป็นมืออาชีพ
ในเบื้องต้น ทางชมรมขอให้เว็บไซต์ที่นำเอาเนื้อหาข่าว ภาพข่าวและเนื้อหาอื่นๆ ซึ่งผลิตขึ้นโดยเว็บไซต์ผู้ผลิตข่าวออนไลน์ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและผลิตซ้ำเพื่อเผยแพร่อย่างไม่เหมาะสม ดำเนินการให้ถูกต้องเหมาะสมด้วยการนำหัวข้อข่าวที่ถูกส่งผ่านระบบ RSS Feed ไปติดตั้งเพื่อให้ผู้อ่านสามารถลิ้งค์กลับมาอ่านข่าวจากเว็บไซต์ของผลิตข่าวได้โอยตรง จากนั้น ทางชมรมฯ ก็จะวางมาตรฐานกลางเพื่อให้สมาชิกไปทำข้อตกลงเรื่องการนำเนื้อหาข่าวไปใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับเว็บไซต์เหล่านั้นต่อไป
ได้มีการโยนประเด็นนี้ในวงสนทนาผู้ใช้เว็บไซต์ทวิตเตอร์ก็มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่ายที่เห็นด้วยก็มองว่ากระบวนการที่จะได้มาซึ่งเนื้อหาของสื่อนั้นย่อมมีต้นทุนในการผลิตทั้งประสบการณ์และทุนทรัพย์ หากผู้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ก็ต้องตีค่าในเชิงพาณิชย์ด้วย
ขณะเดียวกันฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็มองว่าการที่สื่อออนไลน์ที่เป็นกระแสหลักที่ตั้งชมรมมาเช่นนี้เพราะพ่ายแพ้เชิงพาณิชย์จึงต้องวางกรอบขึ้นมาปกป้องลิขสิทธิ์ตัวเอง ความจริงน่าจะคิดใหม่แทนที่จะทำเช่นนี้ และบางครั้งสื่อกระแสหลักยังได้ประเด็นจากเว็บบอร์ดไปหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วนำเสนอ
ความคิดที่ว่าสื่อออนไลน์ควรจะคิดใหม่นี้เป็นจุดที่น่าสนใจแล้วจะทำอย่างไรหละ ในชั้นนี้น่าจะเป็นการนำหลัก SEO และนิวมีเดีย มาบริหารสื่อออนไลน์ในเชิงพาณิชย์ เชื่อแน่ว่าจะสามารถก้าวมาอยู่ด้านหน้าได้ น่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรมการตั้งชมรม
อย่างไรก็ตามการนำสื่อทั่วไปหรือสื่อออนไลน์มาต่อสู้กันในเชิงธุรกิจแล้วหากไม่ใช่เป็น "น่านน้ำสีขาว" ตามที่ "ดนัย จันทร์เจ้าฉาย" ได้เขียนเป็นหนังสือไว้แล้ว หรือเป็นธุรกิจแบบสร้างสรรค์ตามนโยบายของรัฐบาล สื่อจะต่างอะไรกับธุรกิจด้านอื่นทั่วๆไป ที่มุ่งแต่ปริมาณของผู้บริโภคเพื่อที่จะได้มาซึ่งรายได้เป็นสำคัญ โดยไม่ได้คำนึงความพอเพียง คุณธรรม จริยธรรมของสังคม
เพื่อกำหนดข้อบังคับให้เป็นกติกาดำเนินการร่วมกัน เพื่อประโยชน์ต่อผู้ผลิตข่าวสารและสาธารณชนทั่วไป ดังต่อไปนี้
1.สมาชิกชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ทุกราย มุ่งมั่นส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย โดยปราศจากการปิดกั้นจากอำนาจใดๆ
2.สมาชิกชมรมเชื่อมั่นว่า ประชาชนผู้รับรู้ข้อมูลข่าวสารออนไลน์ผ่านทางเครือข่าวอินเทอร์เน็ตตระหนักในคุณค่างานสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการทางวารสารศาสตร์ และสนใจติดตามข่าวสารดังกล่าวจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวสารแต่ละรายโดยตรง
3.ในกรณีที่มีการนำเนื้อหาจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวออนไลน์ไปเผยแพร่ในช่องทางเว็บไซต์อื่น ในลักษณะเชิงพาณิชย์หรือเจ้าของเว็บไซต์ได้ประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยนำไปผลิตซ้ำต้องเคารพในความมีลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ที่ผลิตโดยเว็บไซต์สมาชิก
4.ชมรมส่งเสริมให้มีการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมาชิกกับผู้ประกอบการเว็บไซต์ที่ต้องการนำข่าวสารจากเว็บไซต์สมาชิกไปเผยแพร่ต่อ โดยยึดหลักความเคารพและคำนึงถึงลิขสิทธิ์ในการสร้างสรรค์งานเขียนและจริยธรรมทางธุรกิจ และประโยชน์ที่ผู้ผลิตข่าวออนไลน์จะได้รับด้วย
ทั้งนี้นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตัวแทนผู้บริหารจากสมาชิกชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ระบุว่า ทางชมรมไม่มีเจตนาปิดกั้นการเผยแพร่ หรือทำซ้ำข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอข้อมูลไปเผยแพร่เป็นวิทยาทาน หรือเพื่อการศึกษา แต่ต้องการขอความร่วมมือกับเว็บไซต์ที่ประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ ได้ดำเนินการให้ถูกต้องเหมาะสมและมีความเป็นมืออาชีพ
ในเบื้องต้น ทางชมรมขอให้เว็บไซต์ที่นำเอาเนื้อหาข่าว ภาพข่าวและเนื้อหาอื่นๆ ซึ่งผลิตขึ้นโดยเว็บไซต์ผู้ผลิตข่าวออนไลน์ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและผลิตซ้ำเพื่อเผยแพร่อย่างไม่เหมาะสม ดำเนินการให้ถูกต้องเหมาะสมด้วยการนำหัวข้อข่าวที่ถูกส่งผ่านระบบ RSS Feed ไปติดตั้งเพื่อให้ผู้อ่านสามารถลิ้งค์กลับมาอ่านข่าวจากเว็บไซต์ของผลิตข่าวได้โอยตรง จากนั้น ทางชมรมฯ ก็จะวางมาตรฐานกลางเพื่อให้สมาชิกไปทำข้อตกลงเรื่องการนำเนื้อหาข่าวไปใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับเว็บไซต์เหล่านั้นต่อไป
ได้มีการโยนประเด็นนี้ในวงสนทนาผู้ใช้เว็บไซต์ทวิตเตอร์ก็มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่ายที่เห็นด้วยก็มองว่ากระบวนการที่จะได้มาซึ่งเนื้อหาของสื่อนั้นย่อมมีต้นทุนในการผลิตทั้งประสบการณ์และทุนทรัพย์ หากผู้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ก็ต้องตีค่าในเชิงพาณิชย์ด้วย
ขณะเดียวกันฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็มองว่าการที่สื่อออนไลน์ที่เป็นกระแสหลักที่ตั้งชมรมมาเช่นนี้เพราะพ่ายแพ้เชิงพาณิชย์จึงต้องวางกรอบขึ้นมาปกป้องลิขสิทธิ์ตัวเอง ความจริงน่าจะคิดใหม่แทนที่จะทำเช่นนี้ และบางครั้งสื่อกระแสหลักยังได้ประเด็นจากเว็บบอร์ดไปหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วนำเสนอ
ความคิดที่ว่าสื่อออนไลน์ควรจะคิดใหม่นี้เป็นจุดที่น่าสนใจแล้วจะทำอย่างไรหละ ในชั้นนี้น่าจะเป็นการนำหลัก SEO และนิวมีเดีย มาบริหารสื่อออนไลน์ในเชิงพาณิชย์ เชื่อแน่ว่าจะสามารถก้าวมาอยู่ด้านหน้าได้ น่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรมการตั้งชมรม
อย่างไรก็ตามการนำสื่อทั่วไปหรือสื่อออนไลน์มาต่อสู้กันในเชิงธุรกิจแล้วหากไม่ใช่เป็น "น่านน้ำสีขาว" ตามที่ "ดนัย จันทร์เจ้าฉาย" ได้เขียนเป็นหนังสือไว้แล้ว หรือเป็นธุรกิจแบบสร้างสรรค์ตามนโยบายของรัฐบาล สื่อจะต่างอะไรกับธุรกิจด้านอื่นทั่วๆไป ที่มุ่งแต่ปริมาณของผู้บริโภคเพื่อที่จะได้มาซึ่งรายได้เป็นสำคัญ โดยไม่ได้คำนึงความพอเพียง คุณธรรม จริยธรรมของสังคม
วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552
ซูซานโชว์เพลงWild Horsesฮอตบูมคลอดอัลบั้มแรก
คุณป้าเสียงเสน่ห์ "ซูซาน บอยล์" โด่งดังจากเรียลลิตี้ยอดฮิตของอังกฤษ Britain's Got Talent แม้นว่าจะห่างหายไปบ้างในช่วงของการเสียชีวิตของราชาเพลงป๊อบ "ไมเคิล แจ็คสัน" แต่การเคลื่อนไหวของเธอก็มีอย่างต่อเนื่องอย่างเช่นได้แปลงโฉมขึ้นปกนิตยสารไฮโซดังแห่งเมืองมะกันเมื่อไม่นานมานี้
ถึงกระนั้น "ซูซาน บอยล์" ก็ได้ซุ่มทำอัลบั้มชุดแรกในชีวิตชุด “ไอ ดรีม อะ ดรีม” I Dreamed a Dream และเตรียมคลอดอย่างเป็นทางการวันที่ 24 เดือนพฤศจิกายนนี้
ทันทีที่มีข่าวออกมาเช่นนี้ส่งผลให้ยอดจองอัลบั้มชุด I Dreamed a Dream ทางอินเทอร์เน็ต ถล่มทลาย จนทำยอดขายเป็นอันดับ 1 ของเว็บไซต์ขายของ Amazon.com แล้ว ชนิดมากกว่า ยอดขายอัลบั้ม I Look to You ของนักร้องเสียงทรงพลัง วิทนีย์ ฮุสตั้น ที่กลับมาจับไมค์อีกครั้งในรอบ 7 ปีอีกด้วย
ล่าสุด ซูซาน บอยล์ ได้ข้ามทวีปโชว์พลังเสียง ในรายการเรียลลิตี้ America"s Got Talent โดยนำเพลงเก่า Wild Horses ของวง Rolling Stones มาร้องใหม่ ซึ่งพลังเสียงของเธอก็ยังสร้างความประทับใจให้แฟนเพลงได้ไม่เปลี่ยน และมีการนำคลิปขึ้นเว็บไซต์ยูทูปและมีการทำเอ็มวีประกอบด้วยก็ได้รับความสนใจติดอันดับยอดฮิตอยู่ขนะนี้
ดูคลิป http://www.mhanation.net/susan1809.html
ถึงกระนั้น "ซูซาน บอยล์" ก็ได้ซุ่มทำอัลบั้มชุดแรกในชีวิตชุด “ไอ ดรีม อะ ดรีม” I Dreamed a Dream และเตรียมคลอดอย่างเป็นทางการวันที่ 24 เดือนพฤศจิกายนนี้
ทันทีที่มีข่าวออกมาเช่นนี้ส่งผลให้ยอดจองอัลบั้มชุด I Dreamed a Dream ทางอินเทอร์เน็ต ถล่มทลาย จนทำยอดขายเป็นอันดับ 1 ของเว็บไซต์ขายของ Amazon.com แล้ว ชนิดมากกว่า ยอดขายอัลบั้ม I Look to You ของนักร้องเสียงทรงพลัง วิทนีย์ ฮุสตั้น ที่กลับมาจับไมค์อีกครั้งในรอบ 7 ปีอีกด้วย
ล่าสุด ซูซาน บอยล์ ได้ข้ามทวีปโชว์พลังเสียง ในรายการเรียลลิตี้ America"s Got Talent โดยนำเพลงเก่า Wild Horses ของวง Rolling Stones มาร้องใหม่ ซึ่งพลังเสียงของเธอก็ยังสร้างความประทับใจให้แฟนเพลงได้ไม่เปลี่ยน และมีการนำคลิปขึ้นเว็บไซต์ยูทูปและมีการทำเอ็มวีประกอบด้วยก็ได้รับความสนใจติดอันดับยอดฮิตอยู่ขนะนี้
ดูคลิป http://www.mhanation.net/susan1809.html
ทวิตเตอร์(Twitter)สีขาว....หัวใจใฝ่ธรรมะ
ทุกวันนี้คงเป็นที่ย่อมรับเกือบทุกวงการแล้วว่า ทวิตเตอร์ (Twitter) เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน การงาน นักการตลาดและภาคธุรกิจทั่วโลกต้องจับตามองและรีบลงมาเล่น หรือแม้นแต่เป็นเครื่องมีทางการเมือง
สำหรับประเทศไทยนั้นเริ่มจากผู้เชี่ยวชาญและคนในวงการไอที เช่น สุกรี พัฒนภิรมย์, อภิศิลป์ ตรุงคกานนท์, ปรเมศวร์ มินศิริ ต่อด้วยดาราหลายคน เช่น กิ๊บซี่ วนิดา เติมธนาภรณ์, เจ มณฑล, พอลล่าเทเลอร์ ก่อนที่จะดังเป็นข่าวไปทั่วทันทีเมื่อนักการเมือง เช่น กรณ์ จาติกวณิ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและทักษิณ ชินวัตร กระโดดเข้าสู่กระแส ทวิตเตอร์ (Twitter)
ทั้งนี้เนื่องจาก ทวิตเตอร์ (Twitter) สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมการพูดคุยปกติของมนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพูดสั้นๆ แต่บ่อยๆทั้งวัน เพราะการจะส่ง Email Chat หรือการเขียน Blog ไม่สามารถสนองความต้องการได้เหมือนกับ ทวิตเตอร์ (Twitter)
อย่างไรก็ตาม ทวิตเตอร์ (Twitter) แม้นจะมีประโยชน์แต่ก็แฝงไว้ด้วยโทษ เพราะมีงานวิจัยชิ้นนี้เป็นของ ดร.เทรซีย์ อัลโลเวย์ (Dr.Tracy Alloway) นักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านความจำระดับใช้งาน (Working Memory) เป็นความจำระยะสั้นชนิดหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยสเตอร์ลิ่ง (University of Stirling) ประเทศสกอตแลนด์ สรุปว่า อาจจะทำให้ผู้เล่นมี "สมาธิสั้น" ก็เป็นได้ เพราะทำให้สมองไม่มีการประมวลผล
ทำให้ผู้เล่น ทวิตเตอร์ (Twitter) ตัวยงอย่าง "สุกรี พัฒนภิรมย์" ออกมาค้านเสียงแข็งผ่านเว็บไซต์คมชัดลึกว่า ไม่เชื่อว่าการเล่นทวิตเตอร์ (Twitter) จะมีส่วนทำให้สมาธิสั้น สาเหตุของสมาธิสั้นอาจเกิดจากนิสัยดั้งเดิมตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ ที่ถูกยัดเยียดให้เรียนเยอะ หรือทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน ตลอดจนการดูโทรทัศน์ที่ถูดยัดเยียดด้วยข้อมูลที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต และรองประธานมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว มองว่า ปัจจุบันผลกระทบจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เด็กไทยสมาธิสั้นมากขึ้น ไม่จำกัดเพียงแค่ทวิตเตอร์เท่านั้น ยังรวมถึงการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ การแชทเอ็มเอสเอ็นบ่อยๆ ด้วย เนื่องจากธรรมชาติของเทคโนโลยีมันจะเปลี่ยนแปลงความสนใจไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คนเรามีความสามารถ หรือสมาธิในการแยกแยะข้อมูลได้ลดน้อยลง
ดังนั้นคงจะพูดได้ว่า ทวิตเตอร์ (Twitter) นั้นมีทั้งด้านดำและด้านขาว ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะใช้ในด้านใด อย่างเช่นเจ้าพ่อธรรมะอย่าง ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ก็เป็นบุคคลหนึ่งที่เข้ามาใช้บริการเปิดแอ็กเคานท์ อย่าง http://twitter.com/dc_danai เพื่อเป็นการแชร์ธรรมะประสาชาวพุทธ ทำให้แฟนคลับเข้ามาติดตาม (Follower) ไม่น้อย @Dungtrin ดังตฤณ นักธรรมะเช่นเดียวกันทวิตธรรมเจือหลักเซน
@paisalvision อาจารย์ไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกวุฒิสภา คนสนิทของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตร์ แม้นว่าจะทวิตใส่สีอยู่บ้างทั้งการเมือง สุขภาพ โหราศาสตร์ แต่บ่อยครั้งอาจารย์ก็ใส่ธรรมลงไปด้วย หรือแม้นแต่ @mhanation แม้นจะทวิตลักษณะเช่นเดียวกัน @paisalvision ที่ให้ความเห็นความเคลื่อนไหวด้านการเมือง ข่าว
สารต่างๆ แต่ก็พยายามที่จะสอดแทรกธรรมะเข้าไป
นอกจากนี้ยังมีแอ็กเคานท์ลักษณะเช่นนี้อาทิ @DhammasalaNEWS @namassakan @dhammavoice @buddhatrance @tinybuddha รวมถึงแอ็กเคานท์ขององค์ดะไล ลามะ เช่น @HisHoliness @OHHDLInfo
อย่างนี้คงจะพูดได้ว่าเป็นการใช้ ทวิตเตอร์ (witter) สีขาว โดยแท้
สำหรับประเทศไทยนั้นเริ่มจากผู้เชี่ยวชาญและคนในวงการไอที เช่น สุกรี พัฒนภิรมย์, อภิศิลป์ ตรุงคกานนท์, ปรเมศวร์ มินศิริ ต่อด้วยดาราหลายคน เช่น กิ๊บซี่ วนิดา เติมธนาภรณ์, เจ มณฑล, พอลล่าเทเลอร์ ก่อนที่จะดังเป็นข่าวไปทั่วทันทีเมื่อนักการเมือง เช่น กรณ์ จาติกวณิ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและทักษิณ ชินวัตร กระโดดเข้าสู่กระแส ทวิตเตอร์ (Twitter)
ทั้งนี้เนื่องจาก ทวิตเตอร์ (Twitter) สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมการพูดคุยปกติของมนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพูดสั้นๆ แต่บ่อยๆทั้งวัน เพราะการจะส่ง Email Chat หรือการเขียน Blog ไม่สามารถสนองความต้องการได้เหมือนกับ ทวิตเตอร์ (Twitter)
อย่างไรก็ตาม ทวิตเตอร์ (Twitter) แม้นจะมีประโยชน์แต่ก็แฝงไว้ด้วยโทษ เพราะมีงานวิจัยชิ้นนี้เป็นของ ดร.เทรซีย์ อัลโลเวย์ (Dr.Tracy Alloway) นักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญด้านความจำระดับใช้งาน (Working Memory) เป็นความจำระยะสั้นชนิดหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยสเตอร์ลิ่ง (University of Stirling) ประเทศสกอตแลนด์ สรุปว่า อาจจะทำให้ผู้เล่นมี "สมาธิสั้น" ก็เป็นได้ เพราะทำให้สมองไม่มีการประมวลผล
ทำให้ผู้เล่น ทวิตเตอร์ (Twitter) ตัวยงอย่าง "สุกรี พัฒนภิรมย์" ออกมาค้านเสียงแข็งผ่านเว็บไซต์คมชัดลึกว่า ไม่เชื่อว่าการเล่นทวิตเตอร์ (Twitter) จะมีส่วนทำให้สมาธิสั้น สาเหตุของสมาธิสั้นอาจเกิดจากนิสัยดั้งเดิมตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ ที่ถูกยัดเยียดให้เรียนเยอะ หรือทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน ตลอดจนการดูโทรทัศน์ที่ถูดยัดเยียดด้วยข้อมูลที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต และรองประธานมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว มองว่า ปัจจุบันผลกระทบจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เด็กไทยสมาธิสั้นมากขึ้น ไม่จำกัดเพียงแค่ทวิตเตอร์เท่านั้น ยังรวมถึงการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ การแชทเอ็มเอสเอ็นบ่อยๆ ด้วย เนื่องจากธรรมชาติของเทคโนโลยีมันจะเปลี่ยนแปลงความสนใจไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คนเรามีความสามารถ หรือสมาธิในการแยกแยะข้อมูลได้ลดน้อยลง
ดังนั้นคงจะพูดได้ว่า ทวิตเตอร์ (Twitter) นั้นมีทั้งด้านดำและด้านขาว ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะใช้ในด้านใด อย่างเช่นเจ้าพ่อธรรมะอย่าง ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ก็เป็นบุคคลหนึ่งที่เข้ามาใช้บริการเปิดแอ็กเคานท์ อย่าง http://twitter.com/dc_danai เพื่อเป็นการแชร์ธรรมะประสาชาวพุทธ ทำให้แฟนคลับเข้ามาติดตาม (Follower) ไม่น้อย @Dungtrin ดังตฤณ นักธรรมะเช่นเดียวกันทวิตธรรมเจือหลักเซน
@paisalvision อาจารย์ไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกวุฒิสภา คนสนิทของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตร์ แม้นว่าจะทวิตใส่สีอยู่บ้างทั้งการเมือง สุขภาพ โหราศาสตร์ แต่บ่อยครั้งอาจารย์ก็ใส่ธรรมลงไปด้วย หรือแม้นแต่ @mhanation แม้นจะทวิตลักษณะเช่นเดียวกัน @paisalvision ที่ให้ความเห็นความเคลื่อนไหวด้านการเมือง ข่าว
สารต่างๆ แต่ก็พยายามที่จะสอดแทรกธรรมะเข้าไป
นอกจากนี้ยังมีแอ็กเคานท์ลักษณะเช่นนี้อาทิ @DhammasalaNEWS @namassakan @dhammavoice @buddhatrance @tinybuddha รวมถึงแอ็กเคานท์ขององค์ดะไล ลามะ เช่น @HisHoliness @OHHDLInfo
อย่างนี้คงจะพูดได้ว่าเป็นการใช้ ทวิตเตอร์ (witter) สีขาว โดยแท้
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2552
ภูมิใจไทยยก"ทิศ6"สอนมารยาทพรรคร่วมปชป.
คงปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี มีเรื่องกระทบกระทั้งกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยภายใต้ผู้นำตัวจริงคือนายเนวิน ชิดชอบ ลูกพ่อชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา
ทั้งเรื่องการแต่งตั้งตำแหน่ง ผบ.ตร. ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยไม่พอใจอย่างมาก ที่พรรคประชาธิปัตย์เล่นเกมโดยการขุดคุ้ยคดีที่ดินอัลไพน์ขึ้นมาต่อรอง ทั้งๆที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จากพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลกรมที่ดิน ก็ปล่อยให้ลูกพรรคออกมาจี้ให้ดำเนินการเรื่องนี้ พร้อมกันนี้ยังมีความขัดแย้งในกระทรวงพาณิชย์มาตลอดทั้งการประกันราคาข้าวการแต่งตั้งปลัดกระทรวง
ส่งผลให้พรรคร่วมรัฐบาลบีบให้มีการปรับครม.ในบางตำแหน่งที่เป็นปมขัดแย้ง รวมทั้งเร่งให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่เร็วยิ่งขึ้นหลังจากงบประมาณปี 2553 ผ่านรัฐสภาแล้ว แม้นว่าแกนนำของทั้งสองพรรคจะออกมาปฏิเสธการกดดันก็ตามที แต่สำเนียงการพูดออกมาสู่สาธารณะมันฟ้อง
ดูอย่างการให้สัมภาษณ์ของนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทยว่าเป็นเพียงข่าวลือ พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ผ่านไปได้ด้วย และยืนยันว่า ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ดี
"ทั้งนี้ คาดหวังว่า พรรคร่วมอื่น ๆ จะมองเราอย่างเป็นมิตร ดูแลกันฉันท์มิตรต่อไป หากพรรคใดมีพฤติกรรมที่เลยเถิด จนส่งผลให้พรรคร่วมรัฐบาลอึดอัด คงต้องไปทำความเข้าใจกันภายใน ซึ่งเขามองว่า เรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่มติของพรรค"
แล้วที่ว่า"มองเราอย่างเป็นมิตร ดูแลกันฉันท์มิตร" เป็นอย่างไร หากเห็นเพื่อนทำผิดแล้วทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ถ้าเป็นพวกกูถูกหมก ถ้าเป็นฝ่ายตรงกันข้ามผิดหมดอย่างนั้นหรือ แล้วผลประโยชน์ของชาติอยู่ตรงไหน
ถ้ายังไม่รู้ว่า"ดูแลกันฉันท์มิตร" เป็นอย่างไร คำพระท่านก็ได้สอนไว้ในเรื่อง "ทิศ 6" ที่ว่าด้วยหลักของการคบมิตร พระพุทธเจ้าทรงจัดมิตรสหายเป็นทิศเบื้องซ้ายที่ต้องพบปะพึ่งพาอาศัยแสดงน้ำใจเกื้อกูลกันอยู่เสมอ พึงสงเคราะห์แสดงความกตัญญูต่อกัน ดังนี้
หน้าที่ของกัลยาณมิตรพึงมีมิตร
1.เผื่อแผ่แบ่งปัน 2.พูดจามีน้ำใจ 3.ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน 4.วางตนเสมอ ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย 5.ซื่อสัตย์จริงใจ
ขณะที่หน้าที่ของมิตรพึงมีต่อกัลยาณมิตร
1.เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาป้องกัน 2.เมื่อเพื่อนประมาทช่วยรักษาทรัพย์สมบัติของเพื่อน 3.ในคราวมีภัยเป็นที่พึ่งได้ 4.ไม่ละทิ้งในยามทุกข์ยาก 5.นับถือกันตลอดถึงวงศ์ญาติของมิตร
ขณะเดียวกันท่านจัดมิตรเทียมไว้ 4 ประเภท
มิตรเทียม มาจากคำว่า มิตรปฏิรูป ซึ่งอาจมีความหมายว่า คนเทียมเป็นมิตรหรือคนปลอมเป็นมิตร ซึ่งมี 4 ประเภทคือ
1.คนปอกลอก คนประเภทนี้ไม่ใช่มิตรแต่แสดงตัวว่าเป็นมิตร ซึ่งหวังผลประโยชน์จากคนที่คบด้วย ซึ่งมี 4 ประเภทคือ
-คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว คือ คนที่เอาเปรียบ -เสียน้อย คิดเอาให้มาก คือ เมื่อในกรณีที่ทีการลงทุนจะเสียน้อยแต่พอได้รับประโยชน์หรือผลตอบแทนแล้ว จะรับเอาแต่มาก
-เมื่อมีภัยแก่ตัว จึงรับทำกิจของเพื่อน คือ ตามปกติคนประเภทนี้จะไม่ยอมข่วยเหลือใคร แต่เมื่อตนประสบปัญญาแล้วจึงมาแกล้งแสดงตัวเป็นมิตร
-คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว คือ คนประเภทนี้เป็นคนเห็นแก่ตัวเมื่อคบเพื่อนคนใดแล้วก็จะเห็นแต่ประโยชน์ส่วนเท่านั้น
2.คนดีแต่พูด คนดีแต่พูดไม่ถึงกับใช่คนหลอกลวง แต่เป็นกะล่อน ขอให้ได้พูดพูดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ส่วนมากเป็นเรื่องไร้สาระมี 4 ประเภทคือ
-เก็บของล่วงแล้วมาปราศรัย คือ พววกที่คอยเรียกร้องความสนใจ ส่วนใหญ่แล้วจะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตมาพูด
-อ้างเอาของที่ยังไม่มีมาปราศรัย คือ พวกที่ชอบพูดในเรื่องของอนาคต พูดในทำนองการพยากรณ์ ทำตัวเป็นผู้รอบรู้
-สงเคราะด้วยสิ่งที่หาประโยชน์มิได้ คือ ถ้าช่วยเหลือคนที่คบกันอยู่ก็จะช่วยเหลือแบบเล่น ให้สิ่งที่ไม่มีประโยชน์
-ออกปากพึ่งมิได้ คืด เมื่อเพื่อนต้องการพึ่งเพราะมีความเดือดร้อนบางอย่าง ก็บ่ายเบี่ยงแบ่งรับแบ่งสู้
3.คนหัวประจบ คนหัวประจบเป็นคนที่คอยตามใจเพื่อน ให้เพื่อนเป็นผู้นำส่วนตนนั้นทำตัวเป็นผู้ตาม เพราะหวังผลประโยชน์ไม่ว่าสิ่งใดก็สิ่งหนึ่งคนจำพวกนี้มีอยู่ 4 ประเภทคือ
-จะทำชั่วก็คล้อยตาม คือ เมื่อเห็นเพื่อนทำชั่วก็ไม่ห้ามปราม กลับช่วยสนับสนุน
-จะทำดีก็คลอยตาม คือ เมื่อเพื่อนทำดีก็เห็นด้วยคอยสนับสนุนเอาใจเพื่อน
-ต่อหน้าว่าสรรญเสริญ คือ คอยยกย่องเพื่อนต่อหน้าเพื่อเอาใจเพื่อน
-ลับหลังนินทาเพื่อน คือ เมื่อเพื่อนไม่เห็น ไม่ได้ยิน กลับนินทาว่าร้ายต่างๆ
4.คนชักชวนในทางฉิบหาย คนชักชวนในทางฉิบหาย คบเพื่อนเพื่ออาศัยเพื่อนเป็นเครื่องมือหาความสนุกเพลิดเพลินของตน มีลักษณะ 4 ประการคือ
-ชักชวนดื่มน้ำเมา คือ ชักชวนให้เพื่อนดื่มสุราเมรัยซึ่งเป็นโทษทั้งต่อตนเองและผู้อื่น -ชักชวนเที่ยวกลางคืน เช่น เที่ยวตามสถานบริการบันเทิงต่างๆ
-ชักชวนให้มัวเมาในการเล่น คือ เล่นกีฬาหรือเล่นเกมต่างๆที่มีการพนันอยู่ด้วย
-ชักชวนเล่นการพนัน หมายถึง การเล่นการพนันล้วนๆ
หลักธรรมเหล่านี้สามารถนำมาคอยตรวจสอบว่าคนที่เราคบอยู่นั้นเป็นมิตรแท้หรือมิตรเทียมที่คอยแต่จะแสวงหาผลประโยชน์จากเรา เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
ทั้งเรื่องการแต่งตั้งตำแหน่ง ผบ.ตร. ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยไม่พอใจอย่างมาก ที่พรรคประชาธิปัตย์เล่นเกมโดยการขุดคุ้ยคดีที่ดินอัลไพน์ขึ้นมาต่อรอง ทั้งๆที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จากพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลกรมที่ดิน ก็ปล่อยให้ลูกพรรคออกมาจี้ให้ดำเนินการเรื่องนี้ พร้อมกันนี้ยังมีความขัดแย้งในกระทรวงพาณิชย์มาตลอดทั้งการประกันราคาข้าวการแต่งตั้งปลัดกระทรวง
ส่งผลให้พรรคร่วมรัฐบาลบีบให้มีการปรับครม.ในบางตำแหน่งที่เป็นปมขัดแย้ง รวมทั้งเร่งให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่เร็วยิ่งขึ้นหลังจากงบประมาณปี 2553 ผ่านรัฐสภาแล้ว แม้นว่าแกนนำของทั้งสองพรรคจะออกมาปฏิเสธการกดดันก็ตามที แต่สำเนียงการพูดออกมาสู่สาธารณะมันฟ้อง
ดูอย่างการให้สัมภาษณ์ของนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทยว่าเป็นเพียงข่าวลือ พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ผ่านไปได้ด้วย และยืนยันว่า ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ดี
"ทั้งนี้ คาดหวังว่า พรรคร่วมอื่น ๆ จะมองเราอย่างเป็นมิตร ดูแลกันฉันท์มิตรต่อไป หากพรรคใดมีพฤติกรรมที่เลยเถิด จนส่งผลให้พรรคร่วมรัฐบาลอึดอัด คงต้องไปทำความเข้าใจกันภายใน ซึ่งเขามองว่า เรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่มติของพรรค"
แล้วที่ว่า"มองเราอย่างเป็นมิตร ดูแลกันฉันท์มิตร" เป็นอย่างไร หากเห็นเพื่อนทำผิดแล้วทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ถ้าเป็นพวกกูถูกหมก ถ้าเป็นฝ่ายตรงกันข้ามผิดหมดอย่างนั้นหรือ แล้วผลประโยชน์ของชาติอยู่ตรงไหน
ถ้ายังไม่รู้ว่า"ดูแลกันฉันท์มิตร" เป็นอย่างไร คำพระท่านก็ได้สอนไว้ในเรื่อง "ทิศ 6" ที่ว่าด้วยหลักของการคบมิตร พระพุทธเจ้าทรงจัดมิตรสหายเป็นทิศเบื้องซ้ายที่ต้องพบปะพึ่งพาอาศัยแสดงน้ำใจเกื้อกูลกันอยู่เสมอ พึงสงเคราะห์แสดงความกตัญญูต่อกัน ดังนี้
หน้าที่ของกัลยาณมิตรพึงมีมิตร
1.เผื่อแผ่แบ่งปัน 2.พูดจามีน้ำใจ 3.ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน 4.วางตนเสมอ ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย 5.ซื่อสัตย์จริงใจ
ขณะที่หน้าที่ของมิตรพึงมีต่อกัลยาณมิตร
1.เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาป้องกัน 2.เมื่อเพื่อนประมาทช่วยรักษาทรัพย์สมบัติของเพื่อน 3.ในคราวมีภัยเป็นที่พึ่งได้ 4.ไม่ละทิ้งในยามทุกข์ยาก 5.นับถือกันตลอดถึงวงศ์ญาติของมิตร
ขณะเดียวกันท่านจัดมิตรเทียมไว้ 4 ประเภท
มิตรเทียม มาจากคำว่า มิตรปฏิรูป ซึ่งอาจมีความหมายว่า คนเทียมเป็นมิตรหรือคนปลอมเป็นมิตร ซึ่งมี 4 ประเภทคือ
1.คนปอกลอก คนประเภทนี้ไม่ใช่มิตรแต่แสดงตัวว่าเป็นมิตร ซึ่งหวังผลประโยชน์จากคนที่คบด้วย ซึ่งมี 4 ประเภทคือ
-คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว คือ คนที่เอาเปรียบ -เสียน้อย คิดเอาให้มาก คือ เมื่อในกรณีที่ทีการลงทุนจะเสียน้อยแต่พอได้รับประโยชน์หรือผลตอบแทนแล้ว จะรับเอาแต่มาก
-เมื่อมีภัยแก่ตัว จึงรับทำกิจของเพื่อน คือ ตามปกติคนประเภทนี้จะไม่ยอมข่วยเหลือใคร แต่เมื่อตนประสบปัญญาแล้วจึงมาแกล้งแสดงตัวเป็นมิตร
-คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว คือ คนประเภทนี้เป็นคนเห็นแก่ตัวเมื่อคบเพื่อนคนใดแล้วก็จะเห็นแต่ประโยชน์ส่วนเท่านั้น
2.คนดีแต่พูด คนดีแต่พูดไม่ถึงกับใช่คนหลอกลวง แต่เป็นกะล่อน ขอให้ได้พูดพูดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ส่วนมากเป็นเรื่องไร้สาระมี 4 ประเภทคือ
-เก็บของล่วงแล้วมาปราศรัย คือ พววกที่คอยเรียกร้องความสนใจ ส่วนใหญ่แล้วจะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตมาพูด
-อ้างเอาของที่ยังไม่มีมาปราศรัย คือ พวกที่ชอบพูดในเรื่องของอนาคต พูดในทำนองการพยากรณ์ ทำตัวเป็นผู้รอบรู้
-สงเคราะด้วยสิ่งที่หาประโยชน์มิได้ คือ ถ้าช่วยเหลือคนที่คบกันอยู่ก็จะช่วยเหลือแบบเล่น ให้สิ่งที่ไม่มีประโยชน์
-ออกปากพึ่งมิได้ คืด เมื่อเพื่อนต้องการพึ่งเพราะมีความเดือดร้อนบางอย่าง ก็บ่ายเบี่ยงแบ่งรับแบ่งสู้
3.คนหัวประจบ คนหัวประจบเป็นคนที่คอยตามใจเพื่อน ให้เพื่อนเป็นผู้นำส่วนตนนั้นทำตัวเป็นผู้ตาม เพราะหวังผลประโยชน์ไม่ว่าสิ่งใดก็สิ่งหนึ่งคนจำพวกนี้มีอยู่ 4 ประเภทคือ
-จะทำชั่วก็คล้อยตาม คือ เมื่อเห็นเพื่อนทำชั่วก็ไม่ห้ามปราม กลับช่วยสนับสนุน
-จะทำดีก็คลอยตาม คือ เมื่อเพื่อนทำดีก็เห็นด้วยคอยสนับสนุนเอาใจเพื่อน
-ต่อหน้าว่าสรรญเสริญ คือ คอยยกย่องเพื่อนต่อหน้าเพื่อเอาใจเพื่อน
-ลับหลังนินทาเพื่อน คือ เมื่อเพื่อนไม่เห็น ไม่ได้ยิน กลับนินทาว่าร้ายต่างๆ
4.คนชักชวนในทางฉิบหาย คนชักชวนในทางฉิบหาย คบเพื่อนเพื่ออาศัยเพื่อนเป็นเครื่องมือหาความสนุกเพลิดเพลินของตน มีลักษณะ 4 ประการคือ
-ชักชวนดื่มน้ำเมา คือ ชักชวนให้เพื่อนดื่มสุราเมรัยซึ่งเป็นโทษทั้งต่อตนเองและผู้อื่น -ชักชวนเที่ยวกลางคืน เช่น เที่ยวตามสถานบริการบันเทิงต่างๆ
-ชักชวนให้มัวเมาในการเล่น คือ เล่นกีฬาหรือเล่นเกมต่างๆที่มีการพนันอยู่ด้วย
-ชักชวนเล่นการพนัน หมายถึง การเล่นการพนันล้วนๆ
หลักธรรมเหล่านี้สามารถนำมาคอยตรวจสอบว่าคนที่เราคบอยู่นั้นเป็นมิตรแท้หรือมิตรเทียมที่คอยแต่จะแสวงหาผลประโยชน์จากเรา เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)