แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กะเหรี่ยง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กะเหรี่ยง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

คลิปอ.ป๊อดร่วมถกเรื่องกะเหรี่ยง2วันก่อนโดนสังหาร



คลิปนายทัศกมล โอบอ้อม หรืออาจารย์ป๊อด อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 362 หมู่ 1 ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ไปร่วมแสดงความคิดเห็นในการเสวนาเรื่องกะเหรี่ยงที่ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ก่อนโดนสังหารเมื่อวันที่ 10 ก.ย.

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

รมต.พม่าจวกไทยไม่จริงใจช่วยปราบกะเหรี่ยง

หนังสือพิมพ์นิว ไลต์ ออฟ เมียนมาร์อ้างรัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารพม่ากล่าวโจมตีประเทศไทย ระบุไม่มีความจริงใจในการช่วยพม่าแก้ปัญหาชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยง ทั้งยังให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธกะเหรี่ยงโจมตีพม่า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างรัฐมนตรีกระทรวงข่าวสารของพม่าที่ออกมาระบุว่า ประเทศไทยไทยควรแสดงบทบาทมากกว่าที่เป็นอยู่เพื่อช่วยแก้ปัญหาชนกลุ่มน้อยและกลุ่มติ ดอาวุธชาวกะเหรี่ยงตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ

หนังสือพิมพ์นิว ไลต์ ออฟ เมียนมาร์ ของทางการพม่า รายงานว่านายคยอว์ ฮซัน รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารของพม่าออกมาเปิดเผยต่อรัฐสภาพม่าตั้งแต่เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ว่าถ้าประเทศไทยมีจุดยืนที่ต้องการเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรต่อพม่าจริง ปัญหาต่างๆเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยงทางภาคตะวันออกของพม่าก็คงจะได้รับการแก้ไขให้ลุล่วงได้ในไม่ช้า

อย่างไรก็ดีสื่อดังของพม่ายังระบุว่า คยอว์ ฮซัน ได้กล่าวหาว่ากลุ่มติดอาวุธชาวกะเหรี่ยงได้ใช้ค่ายผู้อพยพในประเทศไทยเป็นฐานในการโจ มตีกองทัพพม่าตลอดมา พร้อมอ้างว่า กองกำลังติดอาวุธเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากชาติมหาอำนาจ องค์กรเอกชนระหว่างประเทศ และประเทศไทย

ทั้งนี้ ชาวกะเหรี่ยงถือเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีจำนวนมากที่สุดในพม่า และกลุ่มติดอาวุธของชาวกะเหรี่ยงได้ต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่ามานานหลายทศวรรษเพื่อเรี ยกร้องสิทธิ์ในการปกครองตนเอง

วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554

พลโทบีทูผู้น้ำกะเหรี่ยงKNPPโผล่เปิดใจครั้งแรก

ในกลุ่มติดอาวุธทั้ง 3 กลุ่มที่ยังสู้รบกับรัฐบาลพม่าอันได้แก่ กองทัพรัฐฉาน (Shan State Army -SSA) ,กลุ่มสหภาพชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU), และกองกำลังพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเรนนี (Karenni National Progress Party-KNPP) ซึ่งเคลื่อนไหวต่อสู้อยู่ในรัฐกะยา

เราแทบจะไม่ได้ยินข่าวคราวจากกลุ่ม KNPP ปรากฏออกมามากนัก อีกทั้งรัฐกะยา นับเป็นรัฐที่มีพื้นที่เล็กที่สุดในประเทศพม่า พรพิมล ตรีโชติ กล่าวไว้ในงานเขียน “ชนกลุ่มน้อยกับ รัฐบาลพม่า” ว่า รัฐกะยามีเนื้อที่ประมาณ 11,730 ตารางกิโลเมตร ส่วนผู้นำทางทหารของกะเรนนี ระบุว่า แผ่นดินของตนมีเนื้อที่ 4,555 ตารางไมล์ และประชาชนในรัฐหลักๆ แล้วประกอบด้วย ชนเผ่ากะเรนนี(กะยา-กะเหรี่ยงแดง), กะเหรี่ยงสะกอ(ปกากะญอ-กะเหรี่ยงขาว), ปะด่อง(กะเหรี่ยง คอยาว), กะยอ, ไทใหญ่, ปะโอ(ต่องสู่), ยินดาไล และชาวเขาเผ่าต่างๆ รัฐกะยาอยู่ติดกับ จ.แม่ฮ่องสอน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงและป่าไม้ ที่ราบมีน้อย แผ่นดินอุดมด้วยแร่ธาตุ นานาชนิดทั้ง ทองคำ ทองคำขาว เหล็ก ตะกั่ว พลอย ดีบุก วุลแฟรม และก๊าซธรรมชาติ บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ระบุในงานเขียน “คนไทยในพม่า” ถึงสุภาษิตของชาวกะเรนนีบทหนึ่งมีว่า “เขียดร้อง ฝนจึงตก ฝนตกปลาจึงขึ้น ปลาขึ้นเพราะน้ำมาก น้ำมากช้างจึงลากซุง ซุงจึงตกสู่แม่น้ำ ซุงตกถึงแม่น้ำจึงบริบูรณ์” และบุญช่วย ศรีสวัสดิ์ได้อธิบายว่า สุภาษิตบทนี้แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของรัฐกะยาขึ้นอยู่กับการทำป่าไม้ ซึ่งนอกจากจะเป็นไม้สักแล้ว ยังมีไม้สน ไม้ยาง ไม้ตะเคียน ไม้ประดู่ ฯลฯ แต่ในบัดนี้ผู้นำกะเรนนีกล่าวว่า พม่าทำลายป่าสัก ตัดไม้ซุงในรัฐกะยา ไปขายจนทรัพยากรไม้สักเหลืออยู่น้อยเต็มทีแล้ว

ดูต่อ http://www.meeboard.com/view.asp?user=shanmusic&groupid=5&rid=948&qid=109
Google