แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทักษิณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทักษิณ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ทักษิณประกาศเอาผิด"ประยุทธ์ จันทร์โอชา"



ทั้งนี้การให้สัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่นายสนธิญาณระบุนั้น โดยพ.ต.ท.ทักษิณได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับนายริชาร์ด ลอยด์ แพรี่ ผู้สื่อข่าวประจำนิตยสารไทมส์กรุงโตเกียว โดยอ้างว่า ผลการเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยชนะนั้น เพราะประชาชนเลือกตน ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องยอมรับในความนิยมชมชอบที่คนมีต่อตนเอง

" เพราะน้องสาวผม เธอเป็นคนที่มีพรสวรรค์แต่ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ(ในช่วงที่ลงเล่นการเมือง)เธอต้องยอมรับความนิยมชมชอบที่มีในตัวผม " พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

ทั้งนี้อดีตนายกรัฐมนตรียังตอบคำถามที่ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นคนหัวสมัยเก่า มีทัศนคติก้าวร้าว หรือไม่ " ใช่ครับ แต่ว่าท่านจะดีขึ้นและดีขึ้นมากกว่านี้ จะดีขึ้นเรื่อยๆ จะมีความเข้าใจดีขึ้นเรื่อยๆ ท่านประยุทธ์ถูกสอนมาโดยรัฐบาลก่อนหน้าว่าให้จัดการและใช้อาวุธปราบปรามประชาชน ตอนนี้ท่านเข้าใจดีขึ้นแล้ว "

อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ยังต่อข้อซักถามผู้สื่อข่าวนิตยสารไทม์อีกหลายคำถาม โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ดังนี้

(ริชาร์ด ลอยด์)พล.อ.ประยุทธ์ ถูกสอนให้ใช้อาวุธปราบปรามประชาชนอย่างนั้นน่ะเหรอ?(พ.ต.ท.ทักษิณ)ใช่ ใช่(ริชาร์ด ลอยด์) อย่างนั้นท่านก็ต้องรับผิดชอบต่อผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 53?(พ.ต.ท.ทักษิณ)ใช่ครับ คนตายทั้งหมด รัฐบาลชุดก่อนก็ต้องรับผิดชอบในการออกคำสั่งด้วย

(ริชาร์ด ลอยด์) พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบอย่างนั้นเลยเหรอ?(พ.ต.ท.ทักษิณ)ไม่ใช่แค่ท่านเท่านั้น บรรพบุรุษของท่านด้วยนอกจากนี้ยังมีคำถาม คำตอบระหว่างอดีตนายกรัฐมนตรีไทยกับสื่อนอกอีกหลายเรื่องราว ทั้งการจะไม่กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีก หรือกระทั่งว่า เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน โดยผ่านสายสัมพันธ์ที่ดีของคนในกองทัพ และรวมทั้งศัตรูทางการเมืองอย่างพรรคประชาธิปัตย์

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

"ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์"ว่าที่ลูกเขยทักษิณ



พงศ์ - ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ว่าที่ลูกเขยทักษิณ ชิณวัตร หนุ่มโสด มาดเข้ม ขวัญใจไฮโซ ลงนิตยสารคลีโอ เมื่อ 2007

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ปลอกเปลือกคนชื่อทักษิณแก้จนเขมรได้จริงหรือ

การบรรยายในหัวข้อ"ยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับวิกฤติการเงินและเศรษฐกิจ"ที่กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของประเทศกัมพูชาวันที่ 12 พ.ย. ของคนชื่อทักษิณ นับเป็นการทำหน้าที่ครั้งแรกในตำแหน่งที่ปรึกษา"ฮุนเซน" อย่างเป็นทางการท่ามกลางกระแสความขัดแย้งกับไทยเหตุ "ฮุนเซน" ประกาศจะไม่ส่ง"ทักษิณ"ให้ไทยในฐานผู้ร้ายข้ามแดนเหตุหนีคุกในคดีอาญา

เนื้อหาที่ "ทักษิณ" บรรยายเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหายากจนในชนบท นโยบายประกันสุขภาพ การศึกษา พร้อมเสนอแนะให้มีการแก้ไขกฎหมายเอื้อต่อการลงทุน และส่งเสริมการท่องเที่ยว

แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่าในเนื้อหาการบรรยายของ "ทักษิณ" เกี่ยวกับการแก้ปัญหาความยากจนนั้น ไม่มีคำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" หลุดออกจากปากเลย ทั้งๆเคยโฆษณาไว้ตอนแถลงข่าวกับ "ฮุนเซน" และการกล่าวต่อหน้านี้หลายครั้งจะนำ "เศรษฐกิจพอเพียง" แก้ปัญหาความยากจนของชาวเขมรในตำแหน่งที่ปรึกษา "ฮุนเซน"

จึงมีจุดฉุกคิดว่าแล้วคำพูดที่ "ทักษิณ" ประกาศไว้ว่าจะช่วยปัญหาความยากจนให้กับชาวเขมรรวมถึงคนไทยที่เคยประกาศมาตลาดจากเดิมประกาศไว้จะทำให้คนไทยหายจนภายในปี 2552 แต่ก็มาแก้ต่างว่าถูกยึดอำนาจเสียก่อนในหนังสือ "คนไทยหายจน (เสียดาย..ถูกปล้นเสียก่อน)” ซึ่งเป็นการแปลจากหนังสือ “Tackling Poverty” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เรียบเรียงเป็นภาษาอังกฤษ โดย Anil Bhoyrul

เป็นหนังสือที่บรรจุเนื้อหาหลักๆเกี่ยวกับ กองทุนหมู่บ้าน, โอท็อป, เอสเอ็มอี, 30 บาทรักษาทุกโรค, การล้างอิทธิพลมาเฟีย, ปราบปรามยาเสพติด, แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ, การออกหวยบนดินปราบหวยใต้ดิน, การปฏิรูปการศึกษา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการบริหารรัฐบาล จัดการแบบซีอีโอ(CEO) ฯลฯ ที่เกิดขึ้น ในยุคที่เขาเป็นผู้นำประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้คนไทยหายจนได้ในปี 2552 แต่ก็ถูกยึดอำนาจเสียก่อน ซึ่งก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ "เศรษฐกิจพอเพียง" เหมือนเดิม

จึงทำให้เกิดสงสัย(วิจิกิจฉา) ว่าสิ่งที่ "ทักษิณ" โฆษณากับชาวเขมรและคนไทยจะเป็นจริงหรือไม่หรือว่า "แก้ปัญหาความยากจน"จะเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อโดยมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ตัวเองเป็นสำคัญ ของนักการเมืองที่ไม่สามารถแก้ได้จริง

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ทักษิณอย่าอิงกระแสออกพรรษาอโหสิกรรมแต่ปาก

วันที่ 4 ต.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ส่งข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ความว่า "วันนี้เป็นวันพระใหญ่พรุ่งนี้ออกพรรษาผมเป็นคนพุทธและได้ปฏิบัติธรรมมาตลอดพรรษาขอฝากบอกคนที่เคยคิดและทำร้ายผมว่าผมขออโหสิกรรมและจะไม่จองเวรใคร"
ต่อมาก็ได้ส่งข้อความสนทนากับผู้ใช้นามว่า @kengkaj_s อีกความว่า "การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมกับการอโหสิกรรมเป็นคนละส่วนครับต้องตามหาจนถึงที่สุดเพียงแต่ไม่คิดจะไปชำระแค้นกับใคร ใครมีกรรมก็ไปรับเอง"
หากพ.ต.ท.ทักษิณปฏิบัติตามข้อความที่โพสต์ก็ต้องขออนุโมทนาบุญด้วย เพราะว่าการ "อโหสิกรรม" ก็ถือว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งก็คือการให้ทานที่เรียกว่า "อภัยทาน" ซึ่งเป็นการยุติผลกรรมข้ามภพข้ามชาติด้วย
ขณะเดียวกันก็ถือว่าสอดคล้องกับนัยยะสำคัญของวันออกพรรษาที่พระพุทธองค์ที่บัญญัติให้พระสงค์ที่จำพรรษาได้ว่ากล่าวตักเตือนกันด้วยเมตตาซึ่งเรียกว่าการทำ "ปวารณากรรม"
เพราะบ้างครั้งเราก็ไม่ทราบว่าเรามีข้อบกพร่องอะไรบ้าง จำเป็นต้องให้คนอื่นชี้แนะตักเตือน เท่ากับเป็นแนวทางของการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยได้อีกทางหนึ่ง
แต่ประเด็นก็มีอยู่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะปฏิบัติตามที่ได้ประกาศไว้ได้นานเพียงใด เพราะที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณก็เคยประกาศเช่นนี้อยู่แต่พฤติกรรมที่แสดงออกไม่ได้เป็นตามที่ได้ประกาศไว้
เพราะผู้เขียนเองก็เป็นชาวพุทธครับและปฏิบัติธรรมเป็นประจำช่วงเช้าพรรษา และสิ่งที่ปฏิบัติเสมอคือพูดหรือทวิตตรงกับใจไม่มีอะไรแอบแฝง และการปฏิบัติธรรมของผู้เขียนอีกประการหนึ่งก็คือเห็นผลประโยชน์ชาติส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ตน ไม่เคยอวดความดีที่ทำไปเพื่อหวังแต้ม และผู้เขีนไม่เคยอโหสิกรรมแต่ปาก ซึ่งมิจฉาทิฐินั้นไม่ได้แก้ด้วยอโหสิกรรม ต้องแก้ด้วยคำว่าพอ
ที่นี้ก็อยู่ที่ว่าเมื่อเราบอกว่าขออโหสิกรรมให้แล้วเราจะไม่จองเวร ทำร้ายกันอีกได้อย่างไร ก็มีทางเดียวก็คือเราต้องมีเมตตาต่อกันฝึกแผ่เมตตาทุกวัน หรือไม่ก็ฟังเพลง "อโหสิกรรม" ก็แล้วกัน

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

"สตีเฟน ยัง"ผู้ค้นพบบ้านเชียงมองทักษิณทะลุ

"สตีเฟน ยัง" ในฐานะนักศึกษาฮาร์วาร์ดที่ค้นพบบ้านเชียง แหล่งโบราณคดีแห่งที่ราบสูง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี และในฐานะลูกชายทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เติบโตและศึกษาเล่าเรียนอยู่ในเมืองไทย เฝ้ามองดูความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการปกครองไทยมานาน ได้ให้สัมภาษณ์ สุทธิชัย หยุ่น ทางรายการชีพจรโลก ออนแอร์ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท วันที่ 8 กันยายนและตีพิมพ์ทางหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์คมชัดลึกความว่า

"สตีเฟน ยัง" ได้ติดตามการเคลื่อนไหนของ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" ตั้งแต่เริ่มทำชิน คอร์เปอเรชั่นฯ กับการได้มาซึ่งสัมปทานโทรศัพท์จากรัฐบาลโดยระบบ "ผูกขาด" และวิเคราะห์แนวคิดของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นแบบจักรพรรดิของจีน ซึ่งถูกนำมาใช้ครั้งแรกโดย "ฉิน จื่อ หวาง" แบ่งเป็นเบื้องบนคือสวรรค์ ถัดลงมาเป็นคนคนหนึ่ง ส่วนเบื้องล่างคือคนที่เหลือ แล้วเข้าควบคุมรัฐบาล ตำรวจ ผู้พิพากษา นักธุรกิจ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ทำให้ทุกสิ่งอยู่ใต้เขา ซึ่งไม่เคยมีผู้นำไทยคนไหนในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่พยายามทำเช่นนี้มาก่อนเลย (จุดนี้เข้าใจว่ายังไม่มีใครพูดถึงชัดนัก)

เขาชี้ว่าในเมืองไทยคนตัวเล็กๆ มักจะแหงนมองคนสำคัญ เพราะพวกเขามีความรู้สึกของระบบอุปถัมภ์อยู่ ทว่าทักษิณเข้าไปตัดลำดับขั้นต่างๆ เพื่อเข้าไปปกครองโดยตรง ทุกคนทำงานภายใต้ตัวผู้นำ ไม่ใช่ความร่วมมือแบบเก่าๆ แต่คนส่วนใหญ่ทำงานให้ทักษิณและเชื่อว่าทักษิณจะใช้เงินดูแลพวกเขา เมื่อถามว่าลักษณะเช่นนี้เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ สตีเฟนบอกว่าประชาธิปไตยที่ปราศจากศีลธรรมจะย่ำแย่ แต่ความยุติธรรมต่างหากคือสิ่งจำเป็น

"ย้อนกลับไปที่ อริสโตเติล หากคุณเป็นประชาธิปไตย แต่คุณฉ้อโกง ทำร้ายผู้อื่น เราเรียกว่าทรราช คุณไม่มีศีลธรรม ไม่ยุติธรรม นั่นเป็นระบบที่เลวร้าย อริสโตเติลกล่าวไว้ว่าทุกๆ ระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบอบกษัตริย์ ขุนนาง หรือประชาธิปไตย ต้องมีกฎหมาย มีศีลธรรม และเป็นธรรม ที่จะควบคุมอำนาจในทางมิชอบ" (น้อยคนนักที่จะอ้างอิงเช่นนี้)

อย่างไรก็ดี สตีเฟนได้ตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเดินไปผิดทางคือ การปกครองลักษณะเดียวกับอาร์เจนตินา ภายใต้การนำของ "ฮวน เปรอง" ที่ไปหาคนจนแล้วโทษคนรวย บอกให้คนจนโหวตเขาแล้วเขาจะลงโทษคนรวย เอาเงินจากคนรวยมาให้คนจน เอาคนจนไปต่อสู้กับคนรวย ทั้งที่ปี 1930 ก่อนยุคฮวน เปรอง อาร์เจนตินาได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวย แต่ผู้นำเผด็จการได้ทำลายเศรษฐกิจและสร้างพรรคเผด็จการ 70 ปีต่อมาอาร์เจนตินาก็เผชิญกับความยากจนและแตกแยก สตีเฟนมองว่าหากไทยยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ก็จะประสบชะตากรรมเดียวกัน

สตีเฟนย้ำว่า ระบบที่ดีอยู่ที่ใครจะสร้างความยุติธรรมในสังคมได้ ใครที่ปกครองอย่างมีศีลธรรม สามารถตรวจสอบควบคุมซึ่งกันและกันได้ รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดี แต่บางคนที่มีเงินเข้ามาแล้วทำตัวเหมือนหนูที่เอาเนยแข็งทั้งก้อนไป คุณความดีของรัฐธรรมนูญสูญหายไป ผู้คนไม่พอใจ ประท้วง ปฏิเสธการประนีประนอม ที่ผ่านมาสตีเฟนได้ยินทักษิณพูดว่า รัฐประหาร 19 กันยายน 49 ล้มล้างเขา ตั้งแต่นั้นเขาถูกข่มเหงมาโดยตลอด ทั้งที่ก่อนหน้าทักษิณได้ฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและทำลายกฎหมาย สร้างความชอบธรรมและอะลุ้มอล่วยทางกฎหมาย คือ เขาได้เริ่มกระบวนการล่มสลายเอง และรัฐประหารก็เป็นส่วนหนึ่งของการล่มสลาย

"ตอนนั้นผมรู้สึกเศร้าใจ อะไรคือทางออกของไทย ถ้าเดินหน้าต่อกับทักษิณก็จะจบลงด้วยเผด็จการแบบจีน ซึ่งไม่ดีกับประเทศไทย แต่ถ้าเลือกรัฐประหารมันก็ขัดรัฐธรรมนูญ ประเทศไทยไม่ควรอยู่ในจุดนั้น ไม่ใช่เพราะกองทัพ ไม่ใช่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ใช่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่เป็นเพราะคนคนหนึ่งกับทีมของเขาเอง"

เมื่อถามย้ำว่าทักษิณโทษป๋าเปรมว่าเป็นต้นเหตุของความเดือดร้อนทั้งหมด สตีเฟนตอบว่าทักษิณเป็นคนฉลาดพูด เขารู้จักหัวใจของคนไทยดี รู้ว่าควรจะพูดอะไรให้คนไทยคิดเหมือนเขา ในตะวันตกเรียกว่า "ผู้ปลุกปั่น" เขาจะศึกษาตัวคนฟังและอารมณ์ แล้วพูดในสิ่งที่คนอยากได้ยิน ไม่ใช่ชอบหรือห่วงใย แต่เพราะต้องการบางอย่างคือ เสียงโหวตและความภักดี

ท้ายที่สุดแล้วสตีเฟนยังมีความหวังว่า ความแตกแยกทางการเมืองในไทยแก้ไขได้ ถ้าทุกฝ่ายนั่งลงแล้วคุยกันถึงวิธีแก้ปัญหาแบบไทยๆ แล้วทำงานร่วมกัน เช่น โครงการพัฒนาเศรษฐกิจและพัฒนาการศึกษา ฯลฯ ทุกคนควรมีจิตสำนึกของสิ่งถูกต้องตามทำนองคลองธรรม จริยธรรม และความภาคภูมิใจที่เป็นคนไทย ที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหรือต้องฟังใคร ที่สำคัญหากความทะเยอทะยานของทักษิณถูกนำออกไปจากบริบทปัญหานี้ก็น่าจะมีทางออกสักทาง

(คลิป) เมธีดาราเสื้อแดงชกคนกันเองแย่งเรตติ้งทักษิณ

เหตุการณ์วุ่นวายถึงขั้นชกต่อยกันที่หน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย อาคารบีบีดี บิวดิ้ง ถนนพระรามสี่ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 กันยายน คงจะสร้างความหงุดหงิดไม่น้อยให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

เพราะว่าข่าวเด่นวันที่ 8 กันยายน แทนที่จะเป็นประเด็นการโพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ที่ระบุต้องการจะพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หลังจากนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์กับ "สุทธิชัย หยุ่น" ทางทวิตเตอร์เมื่อคืนวันที่ 7 กันยายน ถึงโอกาสที่บุคคลทั้งสองจะพูดคุยกันเพื่อยุติปัญหาการเมืองที่วุ่นวายกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กลับเป็นประเด็นการชกต่อยที่หน้าพรรคเพื่อไทยที่ได้รับความสนใจมากกว่า

ถ้าการชกต่อยกันของบุคคลทั่วๆไปหรือเป็นอันธพาลข้างถนนอย่างที่เกิดขึ้นเป็นประจำก็คงไม่น่าสนใจเท่าใดนัก แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการชกต่อยกันระหว่างนายเมธี อมรวุฒิกุล นักแสดงและนายแบบ ซึ่งเคยขึ้นเวทีกลุ่มคนเสื้อแดงและเข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคเพื่อไทยอยู่บ่อยครั้ง กับนายอดิศราช ธรรมพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งสุราษฎร์ธานี ที่เดินทางมาทวงเงินหาเสียงเลือกตั้งซ่อมส.ส.สุราษฎร์ธานี แม้นว่าทางพรรคเพื่อไทนจะออกมาปฏิเสธเป็นเรื่องส่วนบุคคล และฝ่ายนายเมธีจะได้ขอโทษแล้วก็ตาม

คงไม่ต้องวิจารณ์ว่าพฤติกรรมเยี่ยงนี้เป็นอย่างไร แต่ทันทีที่พฤติกรรมครั้งนี้ปรากฏต่อสื่อก็ได้รับความสนใจติดตามและเป็นข่าวใหญ่หัวหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็มีคำถามตามมาก็คือว่านายเมธีควรที่จะก่อเหตุครั้งนี้หรือไม่ไปถามใครก็คงไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอนถึงมีการปฏิเสธการมีส่วนร่วมเกี่ยวข้อง

สำหรับนายเมธีนั้นเคยขึ้นเวทีคนเสื้อแดงโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านจนกระทั้งถูกตำรวจจับร่วมกับแกนนำ นปช. ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เคยไปขึ้นเวทีอยู่ 2 ครั้ง คือก่อนรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 1 ครั้ง และหลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอีก 1 ครั้ง ส่วนที่บอกว่าเป็นนายแบบนั้นเคยขึ้นบกนิตยสารแนวเซ็กซี่ และขึ้นปกหนังสือเพาะกาย สไตล์นายแบบ อย่างไรก็ตามพฤติกรรมครั้งนี้ทำให้นายเมธีโดงดังอีกครั้งหลังจากถูกจับดังกล่าว

ดูคลิป-http://www.mhanation.net/red0909.html

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

จะมีใครสักกี่คนที่ได้รู้และทันเกมคนชื่อ"ทักษิณ"

"จะมีใครสักกี่คนที่ได้รู้ และทันเกม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี" อย่างที่ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ กล่าวในสัมมนา เรื่อง”การปฏิรูปการเมืองกับอนาคตของประ เทศไทย” ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย จัดขึ้น เพราะเชื่อแน่ว่าทั้งแนวร่วมและฝ่ายตรงข้ามกับพ.ต.ท.ทักษิณน้อยคนหนักที่รู้เป้าหมายที่แท้จริงว่าคืออะไร

ทั้งนี้พล.ต.อ.วสิษฐบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณและกลุ่มทักษิณได้ใช้กลยุทธ์ทุกอย่าง เพื่อให้ได้ชัยชนะ โดยเฉพาะยุทธการที่ขัดกับศีลข้อที่สี่ นอกจากนี้ยังมีการใช้สื่อซึ่งสามารถกระจายออกไปได้ไกลและมีเครือข่ายมาก

จุดนี้พล.ต.อ.วสิษฐมองขาดเพราะกว่าที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะก้าวมาจุดทุกวันนี้ได้ใช้สื่อมาเป็นเครื่องมืออย่างต่อเนื่องอย่างล่าสุดคือโฟนอิน วิดีโอลิงค์ แม้นกระทั้งปัจจุบันนี้พ.ต.ท.ทักษิณได้ใช้สื่อไอทีอย่างเต็มรูปแบบอย่างที่โด่งดังอยู่ทุกวันนี้ก็ทุกสื่อทางเว็บไซต์ทวิตเตอร์และเฟสบุ๊ครวมถึงสื่อทีวีวิทยุทางอินเตอร์เน็ต

ดังนั้นคนที่เมตตาต่อพ.ต.ท.ทักษิณและปรับทัศนคติได้ก็จะต้องรู้ทันพ.ต.ท.ทักษิณและต้องรู้จริตที่มีอยู่ในตัวพ.ต.ท.ทักษิณอย่างดีเยี่ยมโดยเฉพาะอย่างยิงพุทธจริตและโมหจริต และจะต้องเป็นผู้ที่ตื่นอยู่ทุกเมื่อถึงจะตามพ.ต.ท.ทักษิณทัน และปรับทัศนคติของพ.ต.ท.ทักษิณได้ และอีกจุดหนึ่งที่พล.ต.อ.วิสิษฐ มองก็คือว่า

"หากพ.ต.ท.ทักษิณทำสงครามแบบคอมมิวนิสต์ ซึ่งขาดปัจจัยหลายอย่าง คือ ขาดความเป็นผู้นำประชาธิปไตย เพราะพื้นเพเป็นนายทุนที่เข้ามาสู่ระบบมหาอำมาตย์ โดยใช้วิธีทางลัดเพื่อนำประชาชนมาต่อสู้ รู้จักใช้วิธีการที่ดึงประชาชนมาศรัทธาในตัวเอง ที่เป็นเช่นนี้เพราะอำนาจเผด็จการที่ยึดการปกครองประเทศมาอย่างยาวนานและผูกขาด โดยที่ไม่ให้การศึกษากับประชาชนให้เข้าใจการเมือง ไม่สร้างประชาชนให้เติบโตเพื่อดูแลบ้านเมืองและพัฒนาประชาธิปไตย ทำให้ประชาชนถูกกด เมื่อถึงยุคพ.ต.ท.ทักษิณก็สำเร็จ เพราะประชาชนเงยหน้ารับ พ.ต.ท.ทักษิณก็ไห้ ดังนั้นหากประชาชนรู้ทันนักการเมืองก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แนวทางที่แก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการให้การศึกษากับประชาชน"

นั้นก็แสดงให้เห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณพัฒนาตัวเองมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะระบบอำมาตย์ที่ตัวเองและพวกพ้องตั้งเปล่าโจมตีอยู่ขณะนี้ และเมื่อประชาชนต่างสว่างรู้ทันพ.ต.ท.ทักษิณ ใช้พรหมทัณฑ์ปราบพ.ต.ท.ทักษิณอย่างเต็มรูปแบบแล้วในที่สุดพ.ต.ท.ทักษิณก็จะหายพยศไปเอง กลับตัวกลับใจเหมือนดังองคุลีมาลใช้สติปัญญาที่มีอยู่แทนคุณแผ่นดินก็จะยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นทั้งตัวเองและประเทศชาติที่ตัวเองอาศรัยเกิด

วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2552

ทักษิณไม่นิ่งแถลงปัดเอี่ยวคลิปอภิสิทธิ์ยากกลับไทย

เมื่อวันที่ 2 กันยายนโหรคมช.หรือโหรวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรชื่อดังแห่งสำนักสุขิโต จ.เชียงใหม่ ได้ออกมาทำนายสถานการเมืองไทยว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงคงไม่เป็นสามารถให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องประกาศยุบสภาเลือกตั้งใหม่ แม้นว่าจะมีคนพยายามปั่นป่วนก็ไม่รุนแรง สถานการณ์บ้านเมืองเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2553 และจะดีที่สุดในช่วงปี 2554 กลับมาสู่สภาวะปกติทั้งหมด เพราะพวกที่ออกมาเคลื่อนไหวจะมีแต่ติดลบ

พร้อมกันนี้โหรวารินทร์ยังได้ทำนายโชคชะตาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ยังไม่หมดวิบากกรรม และยังไม่สามารถกลับเข้าประเทศไทยได้ในเวลานี้ มีทางเดียวที่พ.ต.ท.ทักษิณจะกลัลประเทศไทยได้คืออยู่นิ่งๆ หยุดการเคลื่อนไหว เพื่อวิบากกรรมจะได้ซาลง และอย่าไปฟังใคร อาจได้กลับไทยในปีหน้า หรืออย่างช้าก็ปลายปี 2553 ดังนั้นการที่พ.ต.ท.ทักษิณเคลื่อนไหวอะไรในช่วงนี้ก็ไม่มีผลอะไร

ทีนี้มาดูการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณนิ่งอย่างที่โหรวารินทร์แนะนำหรือไม่ วันเดียวกันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลิปเสียงของนายอภิสิทธิ์ เพราะไม่มีเวลาไปเกี่ยวข้องกับเรื่องไร้สาระเช่นนี้ พร้อมทั้งกล่าวถึงฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอีกมากมายในลักษณะถูกกลั่นแกล้ง

วันที่ 1 กันยายน เมื่อเวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เริ่มดำเนินรายการสถานีวิทยุอินเตอร์ทักษิณไลฟ์โดยระบุว่า "จะพยายามให้รายการนี้เป็นรายการสร้างสรรค์ จะแตะการเมืองเท่าที่จำเป็น ถ้าไม่โดนกลั่นแกล้งก็จะไม่พูดถึง" แต่วันที่ 2 กันยายน เวลา 20.30 น. ดูเหมือนว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้จัดรายการวิทยุแต่อย่างใด และในช่วงเวลาดังกล่าวเว็บไต์ thaksinlive จะขัดข้องไม่สามารถเข้าไปดูได้จนกระทั้งเวลา 04.00น.วันที่ 3 กันยายน เข้ามาดูอีกครั้งสามารถดูได้ตามปรกติ ซึ่งเนื้อหาใหม่ก็มีเพียงแถลงการณ์ดังกล่าว

จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่นิ่งทางการเมือง หากโหรวารินทร์ทายแม่นก็ยากที่จะได้กลับประเทศไทยตามที่กลุ่มสนับสนุนเรียกร้อง ลองทำอย่างที่โหรวารินทร์บอกหรือพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี แนะนำคือ "เข้าวัด" บ้างก็ดีนะ

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ร้านก๋วยเตี๋ยววัดดงมูลเหล็กที่ทักษิณชวนไปกินวันนี้

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. เวลา 12.45 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เขียนข้อความผ่านเว็บไซต์Twitter@Thaksinlive ระบุว่า“ พรุ่งนี้วันจันทร์ที่ 24 ส.ค. ตอนเที่ยงขอเชิญพี่น้องทวิตเตอร์มาทานก๋วยเตี๋ยวด้วยกันกับผม ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวดงมูลเหล็ก พระราม 7 จะได้คุยกันนะครับ”

เพียงเท่านี้ถ้าผู้ต้องการจะไปตามคำเชิญ หากไม่หาข้อมูลเพิ่มเติมก็คงจะไม่รู้ว่าเป็นร้านไหน เพราะบริเวณวัดดงมูลเหล็กมีร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่หลายสิบร้ายด้วยกัน มีทั้งที่เป็นร้านเก่าแก่และร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ รสชาติก็แตกต่างกันไป


แต่ถ้าหากเป็นร้านขาประจำของพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว เว็บไซต์ http://www.bloggang.com/mainblog ก็ได้เก็บข้อมูลเข้าใจว่าตั้งแต่ปีพ.ศ. 2550 น่าจะเป็นร้าน ต. โภชนา ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เพราะว่าร้านแห่งนี้มื่อหลายปีที่ผ่านมาร้านนี้ก็ตกเป็นข่าวทางหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับเพราะพ.ต.ท.ทักษิณได้แวะไปทานก๋วยเตี๋ยว ที่ร้านนี้พร้อมมีภาพแขวนอยู่หน้าร้านด้วยประกอบด้วย

ดังนั้น ถ้าจะไปหากมาจากสะพานพระราม 7 ร้านอยู่ซ้ายมือติดกับปั้ม ESSO จอดรถได้ที่ปั้ม (เสียเงินค่าจอดรถ) ถ้ามาจากแยกวงศ์สว่างให้จอดรถทวัดประชาศรัทธาธรรม แล้วเดินข้ามสะพานข้ามถนนก็จะเจอร้าน ดูแผนที่ที่เว็บไซต์
http://www.bloggang.com/mainblog นำมาประกอบแแล้วจะทำให้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ดูแผนที่ประกอบ- http://www.mhanation.net/thaksin2408.html

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ดูคลิปธาตุแท้ทักษิณหนีเอาตัวรอด-เสื้อแดงตายแทน

เป็นวิดีโอคลิปที่ผู้ชมส่งมาให้ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ดำเนินรายการ “รู้ทันประเทศไทย” นำออกอากาศทางเอเอสทีวี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเปลือยให้เห็นธาตุแท้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลยและนักโทษคดีทุจริตที่อยู่ระหว่างหลบหนีอเอาตัวรอดไปใช้ชีวิตสะดวกสบายอยู่ต่างประเทศ ปล่อยให้คนเสื้อแดงต่อสู้อย่างยากลำบากและเสี่ยงชีวิตแทน และมีการนำคลิปขึ้นยูทูป

ดูคลิป http://www.mhanation.net/Thaksin2108.html

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

พันท้ายนรสิงห์ปฏิเสธอภัยโทษขณะทักษิณถวิลหา

แปลกแต่จริงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ชื่อว่าเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปีจากคดีที่ดินรัชดา แทนที่จะยอมรับคำตัดสินรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม ตามหลักสากลของประเทศประชาธิปไตยทั่วไปที่ให้ความสำคัญและยอมรับคำตัดสินของศาล แต่พ.ต.ท.ทักษิณหาเป็นเช่นนั้นไม่ กลับเร่ร่อนเป็นสัมภเวสีอยู่ต่างประเทศ เป็นนักโทษหนีคดี

ขณะเดียวกันก็กล่าวให้ร้ายกระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันสนับสนุนให้กลุ่มคนเสื้อแดงล่าชื่อเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับตัวเองทั้งๆที่ยังไม่ได้รับโทษ

ทำให้หวนนึกถึง "พันท้ายนรสิงห์" หามีพฤติกรรมเช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่ง "พันท้ายนรสิงห์" มีนามเดิมว่า สิงห์ แต่ก่อนท่านก็เป็นนักมวยที่เก่งมากและก็เคยขึ้นชกกับพระเจ้าเสือมาแล้ว แต่ว่าเสมอกัน พระเจ้าเสือรู้สึกประทับใจจึงให้เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็ก แล้วเลื่อนขึ้นมาเป็นราชองครักษ์

พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกไชยอยู่ในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ (พระเจ้าเสือ) ได้รับ ยกย่องว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีและรักษาระเบียบวินัยยิ่งชีวิต

เรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ปรากฏ อยู่ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่างๆ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ใน พ.ศ.๒๒๔๖ - ๒๒๕๒ สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่๘ ประพาสปากน้ำสาครบุรี (ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสาคร) เพื่อทรงเบ็ด ด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชย มีพันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้าย พันท้ายนรสิงห์เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองอ่างทอง การเสด็จประพาสปากน้ำสาครบุรีในครั้งนี้ เมื่อเรือพระที่นั่งไปถึงตำบลโคกขามคลองบริเวณดังกล่าวมีความคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์พยายามคัดท้ายเรือพระที่นั่งอย่างระมัดระวังแต่ไม่อาจหลบเลี่ยงอุบัติเหตุได้ หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ใหญ่หักตกลงไปในน้ำ

พันท้ายนรสิงห์รู้โทษดีว่า ความผิดครั้งนี้ถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี ซึ่งกำหนดว่าถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งหัก ผู้นั้นถึงมรณะโทษให้ตัดศีรษะเสียจึงกราบทูลพระกรุณาน้อมรับโทษตามพระราชประเพณี สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ ทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการสุดวิสัยมิใช่ความประมาท จึงพระราชทานอภัยโทษให้ แต่พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมยืนยันขอให้ตัดศีรษะตนเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมในพระราชกำหนดกฎหมาย เป็นการป้องกันมิให้ผู้ใดครหาติเตียนพระเจ้าอยู่หัวได้ว่าทรงละเลยพระราชกำหนดของแผ่นดินและเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป พระองค์ทรงโปรดให้ฝีพายทั้งปวงปั้นมูลดินเป็นรูปพันท้ายนรสิงห์ แล้วให้ตัดศีรษะรูปดินนั้นเพื่อเป็นการทดแทนกัน แต่พันท้ายนรสิงห์ยังบังคมกราบทูลยืนยันขอให้ประหารตน

แม้สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ จะทรงอาลัยรักน้ำใจพันท้ายนรสิงห์เพียงใดก็ทรงจำพระทัยปฎิบัติตามพระราชกำหนด ดำรัสสั่งให้เพชฌฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์แล้วโปรดให้ตั้งศาลสูงประมาณเพียงตา นำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกไชยซึ่งหักนั้น ขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาล แล้วทรงพระราชดำริว่าคลองโคกขามคดเคี้ยวนักไม่สะดวกต่อการเดินเรือ บางครั้งชาวเมืองต้องเดินเรืออ้อมเป็นที่ลำบากยิ่ง สมควรจะขุดลัดตัดตรง เมื่อขุดเสร็จจึงได้รับพระราชทานนามว่า "คลองสนามไชย" ต่อมาเปลี่ยนเป็น "คลองมหาชัย"ทั้งนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ข้าหลวงเดิมซึ่งเป็นคนซื่อสัตย์ มั่นคง ยอมเสียสละชีวิตโดยไม่ยอมเสียพระราชประเพณี กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบๆ ศาลไว้ (ที่มา http://www.navy22.com/smf/index.php?topic=15654.0)

พันท้ายนรสิงห์มีโทษถึงประหารชีวิตยังกราบบังคมยืนยันขอให้ตัดศีรษะตนเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมในพระราชกำหนดกฎหมายไว้ ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณมีโทษเพียงจำคุก 2 ปี กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าชื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ แล้ววิญญูชนอนุชนรุ่นหลังจะใช้หลักอันใดในการรักษาชาติ ก็ได้แต่ปลงสังเวชอะนะ "กัมมุนา วัตติ โลโก"

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

พระเถระตาสว่างชี้ทักษิณทำกรรมหนักต้องพรหมทัณฑ์

วันนี้(30ก.ค.) เว็บไซต์มติชนและคมชัดลึกได้เปิดเผยความเห็นของพระผู้ใหญ่ระดับสูงรูปหนึ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กลุ่มคนเสื้อแดงกำลังล่าชื่อเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษว่า สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ มีสาเหตุเกิดมาจากในช่วงพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ได้ทำกรรมไว้มาก จึงเกิดพรหมทัณฑ์ หมายถึง กรรมที่ทำให้ไม่มีใครมาคบค้าสมาคมด้วย ในลักษณะเดียวกับการโดนคว่ำบาตร

"แม้นจะได้มีพิธีทำบุญ ประกอบสะเดาะเคราะห์หงายบาตรให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ซึ่งคล้ายวันเกิด ก็ไม่เกิดผล เพราะกรรมที่ได้ทำไว้ เป็นกรรมหนัก ทั้งยังมีการดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากพิธีกรรมดังกล่าวจะเกิดผลต่อผู้ที่มีกรรมเบาเท่านั้น สำหรับสาเหตุที่ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกพรหมทัณฑ์นั้น ต้องไปดูว่าในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ทำกรรมหนักที่ส่งผลกระทบต่อคนหมู่มากอะไรไว้บ้าง" พระผู้ใหญ่ระดับสูงรูปนั้น กล่าว

ขณะที่พระธรรมกิตติเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม(มส.) กล่าวว่า พรหมทัณฑ์ คือ การไม่มีใครคบหาสมาคม ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย หากจะพูดให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็คือ ลักษณะการถูกคว่ำบาตร

ความจริงแล้วเคยเสนอแนวความคิดเกี่ยวกับการลงพรหมทัณฑ์กับพ.ต.ท.ทักษิณเมื่องวันอังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2550 โดยใช้เชื่อว่า "เผยสูตรเด็ดปราบพยศทักษิณ" ความว่า

"ใคร ๆ ก็รัก ทักษิณ" หรือ "ทักษิณ...ออกไป" ยังคงดังอยู่ในใจคนไทยสำหรับคนที่ชอบและไม่ชอบอยู่ พฤติกรรมของคนชื่อ"ทักษิณ" ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นอย่างไร การที่จะปราบคนชื่อ "ทักษิณ" ให้หายพยศได้นั้น เห็นจะมีอยู่ทางเดียว

สมัยพุทธกาลนั้น มีคนที่มีลักษณะเดียวกับคนชื่อ"ทักษิณ" คือ นายฉันนะ ที่เป็นมหาดเล็กของเจ้าสิทธัตถะ ตามส่งเสด็จตอนออกผนวช ต่อมานายฉันนะคนนี้ก็บวชในภายหลัง แต่ไม่ศึกษาหรือปฏิบัติธรรมเข้าลักษณะเช้าเอน เพลนอน เย็นพักผ่อน ใครจะสั่งสอนก็ไม่ฟังไม่ทำตาม อวดตัวเองว่าเก่งรู้ทุกอย่าง

ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน พระอานนท์ได้เข้าไปทูลถามว่า จะจัดการพระฉันนะอย่างไร พระองค์ทรงแนะให้ใช้ "วิธีพรหมทัณฑ์" คือ อย่าเข้ายุ่งเกี่ยว พระฉันนะอยากจะทำอะไรก็ทำไป ไม่ต้องไปสนใจ หลังจากคณะสงฆ์ได้ปฏิบัติตามเช่นนั้น พระฉันนะก็หายพยศ ตั้งใจปฏิบัติธรรมจนได้บรรลุพระอรหันต์

ดังนั้น ทั้งสังคมไทย รัฐบาล คมช.ให้ความสำคัญกับคนชื่อทักษิณ มากไปหรือไม่ หรือติดว่าเขาเป็นเป็นคนรวย แต่สำหรับคนมีปัญญาแล้ว พูดได้คำเดียวว่าเงินจำนวนเท่านั้น"กระจอก".....อิอิ ถึงเวลาที่จะใช้วิธีพรหมทัณฑ์กับคนนี้หรือยัง

นี้ก็ผ่านมา 2 ปีแล้วนะเพิ่งได้ยินคำว่า พรหมทัณฑ์ อีก ก็ธรรมดาอะนะอย่าว่าแต่โยมที่แบ่งเป็นสองฝ่ายแม้นแต่พระสงฆ์เองก็มีการถือหางเหมือนกัน ยังตามัวๆอยู่ จะมีสักกี่รูปที่ตาสว่าง


วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แซยิดทักษิณดวงตาเห็นคำว่า"พอ"ถึงจะบิ๊กเซอร์ไพรส์

ต้องบอกว่าแสบตากันไปตามๆกันสำหรับคอการเมืองที่เฝ้าติดตามบิ๊กเซอร์ไพรส์งานแซยิดวันเกิดคนชื่อทักษิณที่วัดแก้วฟ้า อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ตอนแรกนึกว่าจะเป็นหุ่นจำลองเหมือนจริงของ พ.ต.ท.ทักษิณประกอบพิธีสะเดาะเคราะห์ตั้ง 8 ทิศ

ตอนแรกก็มีการคาดการกันไปต่างๆนานนาทั้งการเปิดใช้บริการในเว็บไซต์สังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊คและทวิสเตอร์ หรือแม้นแต่การใช้โปรแกรมโฮโลแกรมที่ใช้เลเซอร์ยิ่งภาพมาที่การประกอบพิธีให้ดูเหมือนจริงที่แต่ไหนได้เป็นการทำหุ่นเหมือนจริงเท่าตัวทักษิณ และช่วงเวลาที่บอกว่าจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ตะลึ่งไปทั่วโลกนั้นก็เป็นเพียงเปิดวีซีดีภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ร้องเพลง "ฉันจะกลับมา" ให้ผู้ร่วมงานได้ชมเท่านั้น

แต่ที่บอกว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์จริงๆแล้วเห็นจะเป็นตอนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์" ในช่วงการถามตอบคำถามโดยพิธีคือนายประสาน อิงคนันท์ พิธีกรจากรายการกบนอกกะลา ได้ถามนายกฯ ว่า ในวันนี้เป็นวันเกิดของของพ.ต.ท.ทักษิณจะมีอะไรอวยพรให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่

นายอภิสิทธิ์บอกว่า "คงจะไม่มีอะไร การฉลองจัดงานวันเกิดถือว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งท่านคงจะเหมือนคนอื่น ที่อายกจะมีความสุข ซึ่งหากตนสามารถสื่อสารถึงพ.ต.ท.ทักษิณได้ ก็อยากจะบอกว่า "ถ้าหากท่านดวงตาเห็นธรรม ก็คงจะมีความสุขมากขึ้น"

นับได้ว่าเป็นบรรยากาศที่ดีแม้นแต่นายวีระ มุสิกะพงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อแดงก็ยังบอกว่าป็นเรื่องที่ดี ที่นายอภิสิทธิ์ พูดแบบนี้ เพราะเรื่องดวงตาเห็นธรรม ควรจะมีในทุก ๆ ฝ่าย จะได้เห็นธรรมกันทุกคน

เวลาต่อมาเว็บไซต์ทวิสเตอร์ที่
http://twitter.com/thaksinlive ได้ปรากฎข้อความดังกล่าวในหน้าโฮมเพจ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า @ thaksinlive เนื่องในวันคล้ายวันเกิดวันนี้ท่านคงเหมือนคนอื่นคงอยากมีความสุข หากท่านจะดวงตาเห็นธรรมท่านจะมีความสุขมากขึ้นครับ about 3 hours ago <http://twitter.com/PM_Abhisit/status/2848336914>

หลังจากนั้นได้มีข้อความตอบกลับจากพ.ต.ท.ทักษิณ ถึงนายอภิสิทธิ์ @PM_Abhisit "ขอขอบคุณท่านนายกฯมาก ขอเป็นกำลังใจในการแก้ปัญหาบ้านเมือง หากมีอะไรที่ผมช่วยได้ก็ยินดีครับ " about 3 hours ago <
http://twitter.com/Thaksinlive/status/2848571630>

และบรรยากาศดูค่อนข้างจะดีขึ้นได้เป็นภาพคนระดับผู้นำตอบโต้กันด้วยเทคโนโลยีสมัยเช่นนี้ ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยครั้งนั้นหลังจากเกิดเหตุการณ์เมษาวิปโยคที่บุคคลทั้งสองใช้สื่อต่างประเทศโต้ตอบกันแบบนาทีต่อนาทีและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

แต่ก็มาเป็นงงอีกครั้งเมื่อนายอภิสิทธิ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงเรื่องนี้ว่า "เว็บอะไร อวยพรอะไร กำลังตรวจสอบอยู่" ทำให้ภาพของความสมานฉันท์กลับมาอึมครึมเช่นเดิม

อย่างไรก็ตามแม้นจะแสบตาจากบิ๊กเซอร์ไพรส์กันไปตามๆกันก็ตาม แต่สิ่งที่นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงพ.ต.ท.ทักษิณที่ระบุเป็นการกล่าวคำอวยพรนั้นว่า "ถ้าหากท่านดวงตาเห็นธรรม ก็คงจะมีความสุขมากขึ้น" นั้น ถ้าเป็นไปได้และเป็นความจริงแล้ว สำหรับพ.ต.ท.ทักษิณแล้วไม่เห็นธรรมหลายข้อเพียงข้อเดียวก็คิดว่ามีความสุขแล้วนั้นก็คือคำว่า "พอ" ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณหรือใครก็ตามดวงตาเห็นธรรมข้อนี้แล้วก็มีความสุขด้วยกันทั้งนี้
และหลักธรรมคำว่า "พอ" นี้ได้เขียนมานานแล้ว อย่างเช่น ผมก็รักทักษิณแต่เกลียดกิเลสในตัวของทักษิณ
http://hi-hotnews.blogspot.com/2009/03/blog-post_4029.html

หากพ.ต.ท.ทักษิณมีดวงตาเห็นคำว่า "พอ" ถึงจะนับเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ในช่วงบั้นปลายชีวิต ตามที่นายอภิสิทธิ์แนะนำ หากยังไม่มีก็ต้องบอกว่า "กัมมุนา วัตติ โลโก" เอวัง บิ๊กเซอร์ไพรส์แซยิดพ.ต.ท.ทักษิณ60ปีก็มีด้วยประการฉะนี้

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

งัดFace book-Twitter-โฮโลแกรมโหมบิ๊กเซอร์ไพรส์แซยิดทักษิณ

หลังจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์โอกาสจัดงานวันเกิดครบรอบ 60 ปีหรือแซยิด เพื่อวัดกึ๋นกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีว่าจะตามทันหรือไม่

ตอนแรกก็บอกว่าจะจัดติวเตอร์ผ่านดาวเทียมมูลนิธีไทยคม หลังจากนั้นก็แบไต๋ออกมาเรื่อยๆ ล่าสุดก็บอกว่า จะเปิดช่องทางการสื่อสารให้กับประชาชนที่รักท่านได้ติดต่อและติดตามความเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊ค (Face book)และทวิสเตอร์ (Twitter) ภายใต้ชื่อ“ทักษิณ ไลฟ์” (Thaksinlive)

เดือดร้อนถึงนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องออกมาชี้แจงว่า เรื่องเว็บไซต์เฟซบุ๊ค กับ ทวิสเตอร์ นั้นตนทำมานานแล้ว ถ้าเข้าทวิสเตอร์เปิดไปที่สาทิตย์ตรัง ขณะที่คนพรรคประชาธิปัตย์ที่เล่นอยู่มีทั้ง ตน นายอภิสิทธิ์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ก็ว่ากันไปนะ

แต่จุดโฟกัสอยู่ที่การจัดงานที่วัดแก้วฟ้า อ.บางกรวจ จ.นนทบุรี จะมีการทำพิธีพิธีสวดถอนวิบากกรรม สวดแก้บ่วงกรรม ปลดกรรม สวดบังสุกุลตาย บังสุกุลเป็น และพิธีปลดปล่อยชีวิตสัตว์ โค กระบือ รับหญ้าคนละ 1 กำมือ แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร ก็มีการคาดการณ์กันว่าจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ในชั่วนี้โดยพ.ต.ท.ทักษิณจะปรากฏกายท่ามกลางพิธี แต่เป็นการใช่เทคโนโลยีสมัยเข้ามาใช้ นอกจากการโฟนอิน วีดีโอลิงค์แล้วก็ตาม นั้นก็คือการดึงเอาแฮโลแกรมเข้ามาใช้

โฮโลแกรมในต่างประเทศเข้าใช้กันมานานแล้าอย่าเช่นการรายงานผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หรือใช้เป็นสื่อโฆษณาสิ้นค้าต่างๆ และแม้นแต่การเลือกตั้งที่ไทยสถานีโทรทัศน์ไทยก็มีนำมาใช้แล้ว

โฮโลแกรมคืออะไร ได้ค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?topic=2314.0 กระจ่างเลยเพราะอธิบายความเป็นมาอย่างละเอียด สรุปก็คือเป็นการนำเลเซอร์เข้ามาใช้ประกอบในการสร้างภาพนั้นเอง ลองเข้าไปดูก็แล้วกันละเอียดมากๆ ข้อยกมาเล็กน้อยดังนี้

การสร้างภาพจากโฮโลแกรมนั้น จะต้องใช้แหล่งกำเนิดแสงที่เป็นเสมือนกับ Reference Beam ฉายลงบนแผ่นฟิล์ม ในการบันทึกภาพโฮโลแกรมนั้นอาจจะบันทึกภาพโฮโลแกรมซ้อนกันหลาย ๆ ครั้งบนแผ่นฟิล์มเดียวกันได้ โดยใช้มุมของ Reference Beam ที่แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงสามารถสร้างภาพจากแผ่นฟิล์มนี้ได้หลาย ๆ ภาพโดยไม่ปะปนกัน เมื่อการเปลี่ยนมุมของ Reference Beam ไปเช่นเดียวกับตอนที่บันทึกภาพโฮโลแกรมนั้น ๆ

ก็อย่างที่ที่พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี บอกไว้นั้นแหละคนโง่ยังมีอยู่อีกเยอะในสังคม

ดูคลิปประกอบ-http://www.mhanation.net/thaksin25071.html
Google