แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิบสองปันนา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิบสองปันนา แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554
ย้อนสานสัมพันธ์ไทยกับไทสิบสองปันนา
เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2552 กระทรวงการต่างประเทศของไทย อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ไปทอด ณ วัดราชฐานเมืองหลวง (เมิงโลง) ต.เมืองหลวง ซึ่งอยู่ทาง ตต./ต. ของ นครเชียงรุ่ง ประมาณ 50 กม.
วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
ศูนย์โอท็อปเชียงคำพี่น้องไทลื้อสิบสองปันนา
ศูนย์เศรษฐกิจชุมชนครบวงจรอำเภอเชียงคำ..เป็นศูนย์รวบรวมผลิตภัณฑ์ OTOP ของกลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์OTOP ของทุกกลุ่มในพื้นที่อำเภอเชียงคำ ตั้งอยู่ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงคำ อ.เชียงคำ จ.พะเยา ติดต่อ คุณบัวเง วงศ์ใหญ่ ประธานศูนย์ฯ
วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554
ไทยเป็นนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของยูนนาน
เว็บไซต์สถานีวิทยุซีอาร์ไอรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายเหอ เฉอคาง รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยวมณฑลยูนนานกล่าวว่า ในช่วง 1 ปีนับตั้งแต่เขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนจัดตั้งขึ้น ธุรกิจการท่องเที่ยวของมณฑลยูนนาน และประเทศอาเซียนพัฒนาได้ดีมาก มีการเติบโตด้วยดี และไทยกลายเป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดของมณฑลยูนนาน
จนถึงเดือนพฤศจิกายนปี 2010 ที่ผ่านมา มณฑลยูนนานได้รองรับนักท่องเที่ยวไทย 2.72 แสนคน เพิ่มขึ้น 38.64% รองรับนักท่องเที่ยวสิงคโปร์กว่า 1.3 แสนคน เพิ่มขึ้น 38.64% และมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียกว่า 1.5 แสนคน เพิ่มขึ้น 22% ซึ่งทั้งหมดเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2009
จนถึงเดือนพฤศจิกายนปี 2010 ที่ผ่านมา มณฑลยูนนานได้รองรับนักท่องเที่ยวไทย 2.72 แสนคน เพิ่มขึ้น 38.64% รองรับนักท่องเที่ยวสิงคโปร์กว่า 1.3 แสนคน เพิ่มขึ้น 38.64% และมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียกว่า 1.5 แสนคน เพิ่มขึ้น 22% ซึ่งทั้งหมดเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2009
วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554
สิบสองปันนาสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวไตและขุนส่า
นักธุรกิจชาวจีนสิบสองปันนาในจีน ควักเงินนับร้อยล้านบาทสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวไตและขุนส่าในเมืองเชียงรุ้ง เผยชื่นชอบขุนส่าเป็นพิเศษ
เว็บไซต์คนเครือไทมีรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในเมืองเชียงรุ้ง เขตสิบสองปันนาของจีน ได้มีการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวไตสิบสองปันนาและเจ้าขุนส่า อดีตผู้นำกองทัพเมืองไต (MTA) ที่สวามิภักดิ์ต่อรัฐบาลทหารพม่าเมื่อต้นปี 2539 และเสียชีวิตเมื่อปี 2550 โดยสถานที่ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์อยู่ชานเมืองเชียงรุ้งด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้พื้นที่ก่อสร้าง 200 เอเคอร์ หรือราว 500 ไร่
แหล่งข่าวเผยว่า ผู้นำในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์นี้คือ นายโจวคุน วัย 35 ปี ชาวจีนสิบสองปันนา เจ้าของบริษัท Yunnan Hai Cheng Industrial Group Stock Co.ltd นายโจวคุน เป็นผู้มีความสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับชาวไตรวมถึงเรื่องราวขุนส่ามากเป็นพิเศษ โดยเขากล่าวเชิดชูขุนส่าเสมอว่า เป็นวีรบุรุษผู้มีความกล้าหาญ และโจวคุน ยังชื่นชอบคำกล่าวของขุนส่าที่ว่า "ยาเสพติด คือ อาวุธนิวเคลียร์สำหรับการต่อสู้ของชาวรัฐฉาน" นายโจวคุน ยอมควักเงินสำหรับใช้ในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์รวมหลายร้อยล้านบาท
สำหรับประวัติของเจ้าขุนส่า หรือ จางซีฟู เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2477 (ค.ศ. 1934) ที่บ้านผาผึ้ง อ.ดอยหม่อ อ.เมืองไหย๋ จ.ล่าเสี้ยว แคว้นแสนหวี (รัฐฉาน) เป็นบุตรของขุนอ้าย (ชาวจีน) กับนางแสงชุ่ม (ชาวไทใหญ่) ในปี 2503 ขุนส่าเป็นผู้นำกองกำลังอาสาสมัครก่าก่วยเยดอยหม่อ ชื่อของขุนส่าเริ่มเป็นที่โด่งดัง หลังเขานำกำลังทำการต่อต้านกองกำลังจีนก๊กมินตั๋ง บริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ในปี 2510 ต่อมาในปี 2512 เขาถูกทางการพม่าจับกุมนาน 5 ปี และได้รับการปล่อยตัว หลังลูกน้องของเขาลักพาตัวแพทย์ชาวรัสเซีย 2 คน ในเมืองตองจีทำการต่อรองแลกเปลี่ยน หลังจากเขาถูกปล่อยตัวออกมาได้ตั้งกองกำลังสหฉาน (SUA – Shan United Army) มีบก.อยู่ที่บ้านหินแตก หรือ บ้านเทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
ในปี 2525 กองกำลังทหารไทยเข้าตีฐานที่มั่นของขุนส่า ที่บ้านหินแตก จนขุนส่าพร้อมกองกำลังต้องถอยร่นเข้าฝั่งรัฐฉาน ในปี 2528 ขุนส่าได้เข้าร่วมกองกำลังสหปฏิวัติไทใหญ่ SURA ของเจ้ากอนเจิง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพเมืองไตย MTA กระทั่งต้นปี 2539 ขุนส่าได้นำกองกำลัง MTA ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันว่าเป็นกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าเข้มแข็งที่สุดในสมัยนั้น วางอาวุธให้กับรัฐบาลทหารพม่า จากนั้นขุนส่า พร้อมครอบครัวและลูกน้องคนสนิทได้ย้ายไปตั้งรกรากใหม่อยู่ในกรุงย่างกุ้ง ภายใต้การดูแลของรัฐบาลทหารพม่า โดยขุนส่าได้เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวเมื่อปี 2550 ขณะอายุ 73 ปี
มีรายด้วยว่า นายโจวคุน นักธุรกิจชาวจีนผู้ชื่นชอบขุนส่า ยังมีแผนจะก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ขุนส่าอีกแห่ง ที่บ้านเทอดไทย (หินแตก) อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยจะทำการก่อสร้างในพื้นที่อดีตที่ตั้งบ้านพักของขุนส่า ซึ่งขณะนี้ได้ถูกจัดทำเป็นสถานที่ศึกษาประวัติขุนส่า
เว็บไซต์คนเครือไทมีรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในเมืองเชียงรุ้ง เขตสิบสองปันนาของจีน ได้มีการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวไตสิบสองปันนาและเจ้าขุนส่า อดีตผู้นำกองทัพเมืองไต (MTA) ที่สวามิภักดิ์ต่อรัฐบาลทหารพม่าเมื่อต้นปี 2539 และเสียชีวิตเมื่อปี 2550 โดยสถานที่ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์อยู่ชานเมืองเชียงรุ้งด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้พื้นที่ก่อสร้าง 200 เอเคอร์ หรือราว 500 ไร่
แหล่งข่าวเผยว่า ผู้นำในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์นี้คือ นายโจวคุน วัย 35 ปี ชาวจีนสิบสองปันนา เจ้าของบริษัท Yunnan Hai Cheng Industrial Group Stock Co.ltd นายโจวคุน เป็นผู้มีความสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับชาวไตรวมถึงเรื่องราวขุนส่ามากเป็นพิเศษ โดยเขากล่าวเชิดชูขุนส่าเสมอว่า เป็นวีรบุรุษผู้มีความกล้าหาญ และโจวคุน ยังชื่นชอบคำกล่าวของขุนส่าที่ว่า "ยาเสพติด คือ อาวุธนิวเคลียร์สำหรับการต่อสู้ของชาวรัฐฉาน" นายโจวคุน ยอมควักเงินสำหรับใช้ในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์รวมหลายร้อยล้านบาท
สำหรับประวัติของเจ้าขุนส่า หรือ จางซีฟู เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2477 (ค.ศ. 1934) ที่บ้านผาผึ้ง อ.ดอยหม่อ อ.เมืองไหย๋ จ.ล่าเสี้ยว แคว้นแสนหวี (รัฐฉาน) เป็นบุตรของขุนอ้าย (ชาวจีน) กับนางแสงชุ่ม (ชาวไทใหญ่) ในปี 2503 ขุนส่าเป็นผู้นำกองกำลังอาสาสมัครก่าก่วยเยดอยหม่อ ชื่อของขุนส่าเริ่มเป็นที่โด่งดัง หลังเขานำกำลังทำการต่อต้านกองกำลังจีนก๊กมินตั๋ง บริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ในปี 2510 ต่อมาในปี 2512 เขาถูกทางการพม่าจับกุมนาน 5 ปี และได้รับการปล่อยตัว หลังลูกน้องของเขาลักพาตัวแพทย์ชาวรัสเซีย 2 คน ในเมืองตองจีทำการต่อรองแลกเปลี่ยน หลังจากเขาถูกปล่อยตัวออกมาได้ตั้งกองกำลังสหฉาน (SUA – Shan United Army) มีบก.อยู่ที่บ้านหินแตก หรือ บ้านเทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
ในปี 2525 กองกำลังทหารไทยเข้าตีฐานที่มั่นของขุนส่า ที่บ้านหินแตก จนขุนส่าพร้อมกองกำลังต้องถอยร่นเข้าฝั่งรัฐฉาน ในปี 2528 ขุนส่าได้เข้าร่วมกองกำลังสหปฏิวัติไทใหญ่ SURA ของเจ้ากอนเจิง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพเมืองไตย MTA กระทั่งต้นปี 2539 ขุนส่าได้นำกองกำลัง MTA ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันว่าเป็นกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าเข้มแข็งที่สุดในสมัยนั้น วางอาวุธให้กับรัฐบาลทหารพม่า จากนั้นขุนส่า พร้อมครอบครัวและลูกน้องคนสนิทได้ย้ายไปตั้งรกรากใหม่อยู่ในกรุงย่างกุ้ง ภายใต้การดูแลของรัฐบาลทหารพม่า โดยขุนส่าได้เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวเมื่อปี 2550 ขณะอายุ 73 ปี
มีรายด้วยว่า นายโจวคุน นักธุรกิจชาวจีนผู้ชื่นชอบขุนส่า ยังมีแผนจะก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ขุนส่าอีกแห่ง ที่บ้านเทอดไทย (หินแตก) อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยจะทำการก่อสร้างในพื้นที่อดีตที่ตั้งบ้านพักของขุนส่า ซึ่งขณะนี้ได้ถูกจัดทำเป็นสถานที่ศึกษาประวัติขุนส่า
วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)