แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไท แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไท แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554
สัมมนาวัฒนธรรมคนไทที่ยูนนานประเทศจีน
การประชุมนานาชาติ เรื่อง "การศึกษาเปรียบเทียบวัฒนธรรมชาวไต ๔ ลุ่มแม่น้ำในยูนนาน" ที่ เมืองขอน เมืองเอก ของแคว้นปกครองตนเองชนชาติจิงป่อและชนชาติไตแห่งใต้คง มณฑลยูนนาน ระหว่าง ๖ -- ๑๒ เมษายน ๒๕๔๖ khurtaiรายงาน
วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
ปี้น้องไทร่วมงาน"ปอยยกย่องครูหมอไตย"แม่อาย
งานประเพณียกยองครูหมอไตย หรืองานเชิดชูเกีรยติ นักประพันธ์ หรือนักปราชญ์ ไทใหญ่ ได้จัดขึ้นในเดือนกมภาพันธ์ ของทุกปี ที่บ้านใหม่หมอกจ๋าม ตำบล ท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนปี 2554 นี้ เป็นการจัดขึ้นครั้งที่ 35 จะตรงกับวันที่ 16 ถึง 17 กุมภาพธ์ (ขึ้น 13 ค่ำ ถึง 14 ค่ำเดือนสาม) ในงานจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมของชาวไทยใหญ่ที่หาชมได้ยาก เช่นการฟ้อน กิงกะหล่า ฟ้อนโต จ้าดไต การร้องเพลงไทใหญ่ทั้งสมัยเก่าและสมัยใหม่ การแข่ง ขันต่างๆ อันเกี่ยวกับประเพณีชาวไทใหญ่
งานประเพณียกยองครูหมไตย จัดขึ้นโดยมัวัตถุประสงค์เพื่อจะได้รำลึกถึงบุญคุณ ของครูบาอาจารย์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์ หรือนักกวี ที่มีชื่อเสียง ทั้งหลายของชาวไต (ไทใหญ่) ที่ด้ล่วงลับไปแล้ว เพื่อเป็นการรำลึกถึงบุบคุณท่านเหล่านั้น ซึ่งได้ ประพันธ์ ศิลปวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี อันดีงามของชาวไทใหญ่ ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ตวามรู้เรื่องราวต่างๆ ไว้ให้กับลูกหลานชนรุ่นหลัง ได้ศึกษาหา ความรู้กัน อีกทั้งจะได้ดำรงรักษาไว่มิให้สาบสูญ
วันครูหมอลิ่กไต"
ความหมายของคำว่า “ครูหมอ” ในภาษาไต หรือไทใหญ่ อาจเปรียบเทียบกับ ภาษไทยได้ว่า หมายถึงนักปราชญ์ผู้ที่รอบรู้ มีความชำนาญในศิลปะ วิชาการต่างๆ จนสามารถนำมาถ่ายทอด อบรม สั่งสอนให้ลูกหลานและ เป็นตำรับตำราไว้ ให้แก่ อนุชนรุ่นหลังได้ บุคคลเช่นนั้น เรียกว่า “เจ้าครูหมอ”
ครูหมอไต เป็นคำเรียกครูอาจารย์ หรือผู้มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญในการคิดค้น ภูมิปัญญา ปรัชญา คำสอนที่เป็นประโยชน์แก่คนทั่วไป
วันครูหมอลิ่กไต หรือ “วันยกย่องครูหมอไต” (วันไว้ครู) หรือเชิดชู ครูบาอาจารย์ ซึ่งเป็นนักประพันธ์ หรือนักกวี ที่มีชื่อเสียงทั้งหลายของชาวไต ที่ได้ล้วงลับไปแล้ว เพื่อจะได้รำลึกถึงบุญคุณท่านเหล่านั้น ที่ได้ประพันธ์ ศิลปวัฒนธรรม และ ขนบ ธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ความรู้เรื่องราวต่างๆ ไว้ไห้กับ ลูกหลานได้ ศึกษาหาความรู้ อีกทั้งจะได้รักษาไว้มิไห้สาบสูญ
ความเป็นมาวันครูหมอลิ่กไต
วันที่ อนุมัติ
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1968)
วันที่หนึ่ง (แรมหนึ่งค่ำ) เดือนหก จุลศักราช 1330
สถานที่ ที่ทำการ “ปี่ฎะก้าด” (พระไตรปิฏก) คณะกรรมการกลางอนุรักษ์วรรณคดี และวัฒนธรรมไต เมืองต่องจี (ต้นตี), เมืองหลวงของ รัฐฉาน (เมืองไต)
อนุมัติว่า วันที่หนึ่ง (ขึ้นหนึ่งค่ำ) เดือนสิบสอง ของทุกๆปี เป็นวัน “ครูหมอลิ่กไต”
อนุมัติโดย
คณะกรรมการกลางอนุรักษ์วรรณคดี และวัฒนธรรมไต แห่งรัฐฉาน (เมืองไต)
เหตุผลที่ได้คัดเลือก วันที่หนึ่ง (ขึ้นหนึ่งค่ำ) เดือนสิบสอง
ในบรรดานักประพันธ์ นักกวี หรือ “ครูหมอลิ่กไต” ของชาวไต ที่มีชื่อเสียง ที่ถึงแก่อนิจกรรมไปแล้วนั้น เท่าที่ค้นพบหาหลักฐานได้ เป็นบุคคลสำคัญ รุ่นหลัง (ประมาณ 500 ปีหลัง) เท่านั้น ได้แก่
เจ้าธรรมะติ่นนะ ( พ.ศ. 2085-2184)
เจ้ากางเสอ ( พ.ศ. 2331-2425)
เจ้ากอหลี่ ( พ.ศ. 2391-2454)
เจ้านางคำกู่ ( พ.ศ. 2397-2461)
เจ้าหน่อคำ ( พ.ศ. 2400-2439)
เจ้าอมาตย์หลวง เมืองหนอง (พ.ศ. 2398-2449)
เจ้าวอระแคะ ( พ.ศ. 2433-2491)
เจ้าปัญญาโภคะ ( พ.ศ. 2435-2514)
ในบรรดา (8) ท่านนี้ (6) ท่านแรก เป็นบุคคลที่ได้รับคัดเลือกก่อนเป็นครั้งแรก ส่วน (2) ท่านหลังได้รับคัดเลือกเพิ่มเดิมภายหลัง ใน(6) ท่านแรกนั้น ยกเว้น เจ้าหน่อคำ ที่เหลือ (5) ท่าน บังเอิญเป็นบุคคลที่เกิดในเดือนสิบสองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจึงได้คัดเลือกเอา เดือนสิบสองเป็นเดือนของ “ครูหมอลี่กไต”
สาเหตุที่ได้คัดเลือกเอา วันที่หนึ่ง(ขึ้นหนึ่งค่ำ) ก็เพราะว่า ในบรรดา (6) ท่านแรกนั้น เจ้ากางเสือ เป็นบุคคล ที่มีผลงานที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไตมากที่สุดเท่าที่ค้นพบ ในผลงานของท่านนั้น จะมีทั้งบทประพันธ์ และบทกวี ด้านวรรณกรรม วรรณคดีของท่านมากมาย อย่างเช่น เกี่ยวกับบทคำสอนต่างๆ, หนังสือเกี่ยวกับ โหราศาสตร์ , พุทธประวัติ, นิทานคำกลอน, บทละคร, เพลงยาว, บทประพันธ์ เกี่ยวกับสร้างความกล้าหาญ, พิชัยสงคราม, ด้านประวัติศาสตร์ไตเป็นต้น เท่าที่ค้นพบผลงานของท่านมีถึงเกือบ (200) เรื่องที่เดียว ผู้รู้บางท่านกล่าวว่ามีถึง (405)เรื่องก็มี เพราะฉะนั้น จึงได้คัดเลือกเอา วันที่หนึ่ง(ขึ้นหนึ่งค่ำ) เดือนสิบสอง ซึ่งเป็นวันเกิดของท่านเป็น ”วันครูหมอลิ่กไต” พี่น้องชาวไตทุกหนแห่งจึงได้จัดงานทำบุญรำลึกถึง คุณงามความดี ของ “เจ้าครูหมอลิ่กไต” เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
จุดมุ่งหมาย
วันครูหมอลิ่กไต เป็นวันที่ชนชาติไตได้เสาะแสวงหา ครูหมอ ผู้ที่มีความรู้ ความ ชำนาญ ในความรู้สาขาต่างๆ เพื่อนำมาเชิดชูยกย่อง ให้ปรากฏ ให้เห็นกันทั่วหน้า สำหรับครูหมอผู้ล่วงลับไปแล้วนั้นก็ได้รับการทำบุญกุศลอุทิศส่วนบุญให้ มีการ ทำทานให้ เช่นการสร้าง สะพาน ศาลา ถนน ทางเดิน โรงพยาบาล เป็นต้นโดยมี การเขียนชื่อครูหมอลิ่กไตกำกับไว้ สำหรับครูหมอที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะได้ให้ท่านเป็นที่รู้จักกันทั่ว เชิญท่านมารับการ ปรนนิบัติ เชิดชูยกย่อง ให้ปรากฏแก่ท่านทั้งหลาย การกระทำดังกล่าว เป็นภาระ หน้าที่ ของชาวไตทุกคน และเพื่อไม่ให้ ความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม อันดีงามต่างๆ ที่มีมาครั้งดั้งเดิมนั้นสูญหายไป ตรงกันข้าม ควรให้มีการฟื้นฟู ปรับปรุง ดำรงรักษา สืบทอดแพร่ขยาย ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง ให้ได้เรียนรู้กัน ประเพณีงานเชิดชูเจ้าครูหมอลิ่กไตจึงได้ถูกจัดขึ้นกัน ในวันที่หนึ่ง(ขึ้นหนึ่งค่ำ) เดือนสิบสอง ของทุกๆปี ตามหัวเมืองใหญ่ต่างๆทั่วรัฐฉาน
สำหรับงานประเพณีครูหมอลิ่กไต ในประเทศไทยนั้น ได้จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี ที่บ้านใหม่หมอกจ๋าม ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวไต หมู่บ้านดังกล่าว เดิมได้จัดงาน "ปอยครูหมอลิ่กไต" ตามหัว เมืองใหญ่ต่างๆในรัฐฉาน แต่หลังจากปี 2522 เป็นต้นมาได้ย้ายมาจัด ฉลอง ให้ตรงกับวันมาฆบูชา (วันขึ้น 15 ค่ำเดือนสาม)ของทุกๆปี เพื่อความสะดวกแก่พีืน้องชาวไต ในประเทศไทย
หมายเหตุ - "วันเจ้าครูหมอไต" คือวันที่หนึ่ง (ขึ้นหนึ่งค่ำ) เดือนสิบสอง
"วันปอยยกย่อเจ้าครูหมอไต" อาจไม่ตรงกับ "วันเจ้าครูหมอไต" ก็ได้
www.shaninform.org
วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554
พระไทใหญ่เผยพม่าเข้มงวดพระออกนอกประเทศ
ตามที่คณะสงฆ์ชาวไต จัดงานสัมนาเรื่อง "การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักศึกษาไต (ก๋านแลกล๊ายต๊างฮุลุกเฮนไตจั้นจ๋อม)" ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วัดศรีสุดาราม ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางขุนนนท์ กทม.เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554 มีพระภิกษุสามเณร นิสิต นักศึกษา ที่ศึกษาในประเทศไทยร่วมงานกว่า 100 คน โดยมีวิทยากรที่เป็นชาวไต อย่างเช่น อาจารย์โภคะ พระชาวไตจากรัฐฉาน ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้เรื่องทำอย่างไรถึงจะทำให้เรียนได้ดี พระอาจารย์แสงเฮือง นรินโท พระชาวไตจากรัฐฉาน เจ้าหน้าที่ประสานงานต่างประเทศ มจร.เรื่อง วิธีการเขียนบทความ นายลูจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชันเรื่องแหล่งทุนการศึกษาจากสถานที่ต่างๆ
ทั้งนี้พระอาจารย์แสงเฮือง ได้เปิดเผยว่าระยะหลังนี้ทางการพม่าเข้มงวดพระออกนอกประเทศ พร้อมกับแสดงความเห็นว่าคนไทยกับไทใหญ่พี่น้องกัน หากคนไม่เรียนประวัติศาสตร์จะไม่มีความรู้สึกเช่นนี้ รวมถึงการเมืองในพม่าก็เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติศาสนกิจของพระ
ทั้งนี้พระอาจารย์แสงเฮือง ได้เปิดเผยว่าระยะหลังนี้ทางการพม่าเข้มงวดพระออกนอกประเทศ พร้อมกับแสดงความเห็นว่าคนไทยกับไทใหญ่พี่น้องกัน หากคนไม่เรียนประวัติศาสตร์จะไม่มีความรู้สึกเช่นนี้ รวมถึงการเมืองในพม่าก็เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติศาสนกิจของพระ
วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554
สัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนศ.ไตในไทย
วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554 คณะสงฆ์ชาวไต จัดงานสัมนาเรื่อง "การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักศึกษาไต (ก๋านแลกล๊ายต๊างฮุลุกเฮนไตจั้นจ๋อม)" ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วัดศรีสุดาราม ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางขุนนนท์ กทม.มีพระภิกษุสามเณร นิสิต นักศึกษา ที่ศึกษาในประเทศไทยร่วมงานกว่า 100 คน โดยมีวิทยากรที่เป็นชาวไต อย่างเช่น อาจารย์โภคะ พระชาวไตจากรัฐฉาน ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้เรื่องทำอย่างไรถึงจะทำให้เรียนได้ดี อ.แสงเฮือง นรินโท พระชาวไตจากรัฐฉาน เจ้าหน้าที่ประสานงานต่างประเทศ มจร.เรื่อง วิธีการเขียนบทความ นายลูจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชันเรื่องแหล่งทุนการศึกษาจากสถานที่ต่างๆ ดูคลิปทั้งหมดได้ที่ http://www.mhanation.net
กองทัพพม่าเตรียมตั้งกองบัญชาการที่เมืองทาตรงข้ามเวียงแหง
กองทัพพม่าเตรียมตั้งบก.ควบคุมยุทธการทางทหารเพิ่มอีกแห่งที่เมืองทา ตรงข้ามอ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ พร้อมประกาศตั้งเป็นเมืองใหม่ ด้านนักสังเกตุการณ์ชี้เป็นแผนกำจัดกกล.ว้า และ SSA ...
เว็บไซต์คนเครือไทรายงานว่า กองทัพรัฐบาลทหารพม่ามีแผนตั้งกองบัญชาการควบคุมยุทธการทางทหารเพิ่มอีกแห่ง ในพื้นที่บ้านเมืองทา ของรัฐฉาน อยู่ห่างจากชายแดนไทยด้านตรงข้ามบ้านหลักแต่ง ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 44 กม. โดยบก.ควบคุมยุทธการ หรือ ปิ่วห่า ตามภาษาพม่านี้ เทียบเท่ากองพลน้อย มีกำลังทหาร 3 กองพัน
ทั้งนี้ แผนจัดตั้งบก.ควบคุมยุทธการใหม่ของกองทัพพม่าถูกเปิดเผยระหว่าง พล.ต.ตานทุนอู แม่ทัพภาคสามเหลี่ยม (บก.เชียงตุง) เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพลในพื้นที่เมืองทา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยพล.ต.ตานทุนอู กล่าวว่า เมืองทาจะเป็นเมืองใหม่ และจะเป็นที่ตั้งกองบัญชาควบคุมยุทธการแห่งใหม่
พล.ต.ตานทุนอู กล่าวด้วยว่า ประชาชนคนใดมีความประสงค์อยู่เมืองทา สามารถจับจองพื้นที่ได้ตั้งแต่บัดนี้ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้จัดแบ่งพื้นที่ปลูกสร้างบ้านเรือนไว้แล้วในราคาช่องละ 45,000 จั๊ต (ราว 1,500 บาท)
ด้านนักสังเกตุการณ์ชายแดนคนหนึ่งกล่าวแสดงความเห็นว่า การตั้งบก.ควบคุมยุทธการของกองทัพพม่าในพื้นที่เมืองทา เชื่อเป็นแผนตัดกำลังกองทัพสหรัฐว้า UWSA ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อีกทั้งกองทัพพม่าอาจใช้เป็นศูนย์รวมกำลังพลที่หากเกิดการสู้รบกับกองกำลังว้า UWSA หรือ กองกำลังไทใหญ่ SSA ที่เคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไทย จะสามารถเรียกกำลังเสริมได้ทันที
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีประชาชนคนใดแจ้งความประสงค์เข้าไปอยู่เมืองทา ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงหลายคนกล่าวว่า ยังไม่กล้าย้ายครอบครัวไปอยู่เมืองทาในขณะนี้ เพราะยังไม่มั่นใจว่าหากไปอยู่แล้วจะถูกกองทัพพม่าบังคับใช้แรงงานสร้างฐานทัพและอาค ารที่พักของทหารหรือไม่
ขณะเดียวกันมีรายงานด้วยว่า ทหารว้า UWSA ในสังกัดกองพลน้อย 778 ใต้บังคับบัญชาของ นายต้ามาน มีพื้นที่ไหวตามแนวชายแดนไทยด้านตรงข้ามจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ทำการขนย้ายญาติและครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่เมืองโต๋น นากองมู ตรงข้ามอ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ไปอยู่บ้านคายโหลง บ้านตากแดด ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของตนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เข้าใจว่าเป็นการป้องกันหรือเตรียมการล่วงหน้า เนื่องจากหากเกิดการสู้รบกับทหารพม่าจะดูแลกันลำบาก เพราะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลกัน
เว็บไซต์คนเครือไทรายงานว่า กองทัพรัฐบาลทหารพม่ามีแผนตั้งกองบัญชาการควบคุมยุทธการทางทหารเพิ่มอีกแห่ง ในพื้นที่บ้านเมืองทา ของรัฐฉาน อยู่ห่างจากชายแดนไทยด้านตรงข้ามบ้านหลักแต่ง ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 44 กม. โดยบก.ควบคุมยุทธการ หรือ ปิ่วห่า ตามภาษาพม่านี้ เทียบเท่ากองพลน้อย มีกำลังทหาร 3 กองพัน
ทั้งนี้ แผนจัดตั้งบก.ควบคุมยุทธการใหม่ของกองทัพพม่าถูกเปิดเผยระหว่าง พล.ต.ตานทุนอู แม่ทัพภาคสามเหลี่ยม (บก.เชียงตุง) เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพลในพื้นที่เมืองทา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยพล.ต.ตานทุนอู กล่าวว่า เมืองทาจะเป็นเมืองใหม่ และจะเป็นที่ตั้งกองบัญชาควบคุมยุทธการแห่งใหม่
พล.ต.ตานทุนอู กล่าวด้วยว่า ประชาชนคนใดมีความประสงค์อยู่เมืองทา สามารถจับจองพื้นที่ได้ตั้งแต่บัดนี้ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้จัดแบ่งพื้นที่ปลูกสร้างบ้านเรือนไว้แล้วในราคาช่องละ 45,000 จั๊ต (ราว 1,500 บาท)
ด้านนักสังเกตุการณ์ชายแดนคนหนึ่งกล่าวแสดงความเห็นว่า การตั้งบก.ควบคุมยุทธการของกองทัพพม่าในพื้นที่เมืองทา เชื่อเป็นแผนตัดกำลังกองทัพสหรัฐว้า UWSA ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อีกทั้งกองทัพพม่าอาจใช้เป็นศูนย์รวมกำลังพลที่หากเกิดการสู้รบกับกองกำลังว้า UWSA หรือ กองกำลังไทใหญ่ SSA ที่เคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไทย จะสามารถเรียกกำลังเสริมได้ทันที
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีประชาชนคนใดแจ้งความประสงค์เข้าไปอยู่เมืองทา ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงหลายคนกล่าวว่า ยังไม่กล้าย้ายครอบครัวไปอยู่เมืองทาในขณะนี้ เพราะยังไม่มั่นใจว่าหากไปอยู่แล้วจะถูกกองทัพพม่าบังคับใช้แรงงานสร้างฐานทัพและอาค ารที่พักของทหารหรือไม่
ขณะเดียวกันมีรายงานด้วยว่า ทหารว้า UWSA ในสังกัดกองพลน้อย 778 ใต้บังคับบัญชาของ นายต้ามาน มีพื้นที่ไหวตามแนวชายแดนไทยด้านตรงข้ามจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ทำการขนย้ายญาติและครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่เมืองโต๋น นากองมู ตรงข้ามอ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ไปอยู่บ้านคายโหลง บ้านตากแดด ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของตนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เข้าใจว่าเป็นการป้องกันหรือเตรียมการล่วงหน้า เนื่องจากหากเกิดการสู้รบกับทหารพม่าจะดูแลกันลำบาก เพราะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลกัน
วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554
สิบสองปันนาสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวไตและขุนส่า
นักธุรกิจชาวจีนสิบสองปันนาในจีน ควักเงินนับร้อยล้านบาทสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวไตและขุนส่าในเมืองเชียงรุ้ง เผยชื่นชอบขุนส่าเป็นพิเศษ
เว็บไซต์คนเครือไทมีรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในเมืองเชียงรุ้ง เขตสิบสองปันนาของจีน ได้มีการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวไตสิบสองปันนาและเจ้าขุนส่า อดีตผู้นำกองทัพเมืองไต (MTA) ที่สวามิภักดิ์ต่อรัฐบาลทหารพม่าเมื่อต้นปี 2539 และเสียชีวิตเมื่อปี 2550 โดยสถานที่ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์อยู่ชานเมืองเชียงรุ้งด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้พื้นที่ก่อสร้าง 200 เอเคอร์ หรือราว 500 ไร่
แหล่งข่าวเผยว่า ผู้นำในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์นี้คือ นายโจวคุน วัย 35 ปี ชาวจีนสิบสองปันนา เจ้าของบริษัท Yunnan Hai Cheng Industrial Group Stock Co.ltd นายโจวคุน เป็นผู้มีความสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับชาวไตรวมถึงเรื่องราวขุนส่ามากเป็นพิเศษ โดยเขากล่าวเชิดชูขุนส่าเสมอว่า เป็นวีรบุรุษผู้มีความกล้าหาญ และโจวคุน ยังชื่นชอบคำกล่าวของขุนส่าที่ว่า "ยาเสพติด คือ อาวุธนิวเคลียร์สำหรับการต่อสู้ของชาวรัฐฉาน" นายโจวคุน ยอมควักเงินสำหรับใช้ในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์รวมหลายร้อยล้านบาท
สำหรับประวัติของเจ้าขุนส่า หรือ จางซีฟู เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2477 (ค.ศ. 1934) ที่บ้านผาผึ้ง อ.ดอยหม่อ อ.เมืองไหย๋ จ.ล่าเสี้ยว แคว้นแสนหวี (รัฐฉาน) เป็นบุตรของขุนอ้าย (ชาวจีน) กับนางแสงชุ่ม (ชาวไทใหญ่) ในปี 2503 ขุนส่าเป็นผู้นำกองกำลังอาสาสมัครก่าก่วยเยดอยหม่อ ชื่อของขุนส่าเริ่มเป็นที่โด่งดัง หลังเขานำกำลังทำการต่อต้านกองกำลังจีนก๊กมินตั๋ง บริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ในปี 2510 ต่อมาในปี 2512 เขาถูกทางการพม่าจับกุมนาน 5 ปี และได้รับการปล่อยตัว หลังลูกน้องของเขาลักพาตัวแพทย์ชาวรัสเซีย 2 คน ในเมืองตองจีทำการต่อรองแลกเปลี่ยน หลังจากเขาถูกปล่อยตัวออกมาได้ตั้งกองกำลังสหฉาน (SUA – Shan United Army) มีบก.อยู่ที่บ้านหินแตก หรือ บ้านเทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
ในปี 2525 กองกำลังทหารไทยเข้าตีฐานที่มั่นของขุนส่า ที่บ้านหินแตก จนขุนส่าพร้อมกองกำลังต้องถอยร่นเข้าฝั่งรัฐฉาน ในปี 2528 ขุนส่าได้เข้าร่วมกองกำลังสหปฏิวัติไทใหญ่ SURA ของเจ้ากอนเจิง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพเมืองไตย MTA กระทั่งต้นปี 2539 ขุนส่าได้นำกองกำลัง MTA ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันว่าเป็นกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าเข้มแข็งที่สุดในสมัยนั้น วางอาวุธให้กับรัฐบาลทหารพม่า จากนั้นขุนส่า พร้อมครอบครัวและลูกน้องคนสนิทได้ย้ายไปตั้งรกรากใหม่อยู่ในกรุงย่างกุ้ง ภายใต้การดูแลของรัฐบาลทหารพม่า โดยขุนส่าได้เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวเมื่อปี 2550 ขณะอายุ 73 ปี
มีรายด้วยว่า นายโจวคุน นักธุรกิจชาวจีนผู้ชื่นชอบขุนส่า ยังมีแผนจะก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ขุนส่าอีกแห่ง ที่บ้านเทอดไทย (หินแตก) อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยจะทำการก่อสร้างในพื้นที่อดีตที่ตั้งบ้านพักของขุนส่า ซึ่งขณะนี้ได้ถูกจัดทำเป็นสถานที่ศึกษาประวัติขุนส่า
เว็บไซต์คนเครือไทมีรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในเมืองเชียงรุ้ง เขตสิบสองปันนาของจีน ได้มีการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวไตสิบสองปันนาและเจ้าขุนส่า อดีตผู้นำกองทัพเมืองไต (MTA) ที่สวามิภักดิ์ต่อรัฐบาลทหารพม่าเมื่อต้นปี 2539 และเสียชีวิตเมื่อปี 2550 โดยสถานที่ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์อยู่ชานเมืองเชียงรุ้งด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้พื้นที่ก่อสร้าง 200 เอเคอร์ หรือราว 500 ไร่
แหล่งข่าวเผยว่า ผู้นำในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์นี้คือ นายโจวคุน วัย 35 ปี ชาวจีนสิบสองปันนา เจ้าของบริษัท Yunnan Hai Cheng Industrial Group Stock Co.ltd นายโจวคุน เป็นผู้มีความสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับชาวไตรวมถึงเรื่องราวขุนส่ามากเป็นพิเศษ โดยเขากล่าวเชิดชูขุนส่าเสมอว่า เป็นวีรบุรุษผู้มีความกล้าหาญ และโจวคุน ยังชื่นชอบคำกล่าวของขุนส่าที่ว่า "ยาเสพติด คือ อาวุธนิวเคลียร์สำหรับการต่อสู้ของชาวรัฐฉาน" นายโจวคุน ยอมควักเงินสำหรับใช้ในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์รวมหลายร้อยล้านบาท
สำหรับประวัติของเจ้าขุนส่า หรือ จางซีฟู เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2477 (ค.ศ. 1934) ที่บ้านผาผึ้ง อ.ดอยหม่อ อ.เมืองไหย๋ จ.ล่าเสี้ยว แคว้นแสนหวี (รัฐฉาน) เป็นบุตรของขุนอ้าย (ชาวจีน) กับนางแสงชุ่ม (ชาวไทใหญ่) ในปี 2503 ขุนส่าเป็นผู้นำกองกำลังอาสาสมัครก่าก่วยเยดอยหม่อ ชื่อของขุนส่าเริ่มเป็นที่โด่งดัง หลังเขานำกำลังทำการต่อต้านกองกำลังจีนก๊กมินตั๋ง บริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ในปี 2510 ต่อมาในปี 2512 เขาถูกทางการพม่าจับกุมนาน 5 ปี และได้รับการปล่อยตัว หลังลูกน้องของเขาลักพาตัวแพทย์ชาวรัสเซีย 2 คน ในเมืองตองจีทำการต่อรองแลกเปลี่ยน หลังจากเขาถูกปล่อยตัวออกมาได้ตั้งกองกำลังสหฉาน (SUA – Shan United Army) มีบก.อยู่ที่บ้านหินแตก หรือ บ้านเทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
ในปี 2525 กองกำลังทหารไทยเข้าตีฐานที่มั่นของขุนส่า ที่บ้านหินแตก จนขุนส่าพร้อมกองกำลังต้องถอยร่นเข้าฝั่งรัฐฉาน ในปี 2528 ขุนส่าได้เข้าร่วมกองกำลังสหปฏิวัติไทใหญ่ SURA ของเจ้ากอนเจิง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพเมืองไตย MTA กระทั่งต้นปี 2539 ขุนส่าได้นำกองกำลัง MTA ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันว่าเป็นกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าเข้มแข็งที่สุดในสมัยนั้น วางอาวุธให้กับรัฐบาลทหารพม่า จากนั้นขุนส่า พร้อมครอบครัวและลูกน้องคนสนิทได้ย้ายไปตั้งรกรากใหม่อยู่ในกรุงย่างกุ้ง ภายใต้การดูแลของรัฐบาลทหารพม่า โดยขุนส่าได้เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวเมื่อปี 2550 ขณะอายุ 73 ปี
มีรายด้วยว่า นายโจวคุน นักธุรกิจชาวจีนผู้ชื่นชอบขุนส่า ยังมีแผนจะก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ขุนส่าอีกแห่ง ที่บ้านเทอดไทย (หินแตก) อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยจะทำการก่อสร้างในพื้นที่อดีตที่ตั้งบ้านพักของขุนส่า ซึ่งขณะนี้ได้ถูกจัดทำเป็นสถานที่ศึกษาประวัติขุนส่า
วันอังคารที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554
สัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนศ.ไต15ม.ค.
วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 13.30 น. นี้ ทางคณะสงฆ์ชาวไต จะให้มีการจัดงานสัมมนา ในหัวข้อ
เรื่อง การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักศึกษาไต (ก๋านแลกล๊ายต๊างฮุลุกเฮนไตจั้นจ๋อม) ที่ มจร. วัดศรีสุดาราม ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางขุนนนท์ กทม.
หากพี่น้องไตรูป/ท่านใด สนใจที่จะมาเข้าร่วม รับฟัง ขอให้โทรมาลงทะเบียน โดยพิมพ์ชื่อ ฉายาหรือนามสกุล เบอร์โทร และ E-mail ส่งมาที่เมลนี้ หรือโทรติดต่อสอบถามมารายละเอียด หรือลงทะเบียนได้ที่เบอร์ 084-8850384 หรือที่ E-mail zass_zarik_na@hotmail.com ได้ทุกเวลา
เรื่อง การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักศึกษาไต (ก๋านแลกล๊ายต๊างฮุลุกเฮนไตจั้นจ๋อม) ที่ มจร. วัดศรีสุดาราม ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางขุนนนท์ กทม.
หากพี่น้องไตรูป/ท่านใด สนใจที่จะมาเข้าร่วม รับฟัง ขอให้โทรมาลงทะเบียน โดยพิมพ์ชื่อ ฉายาหรือนามสกุล เบอร์โทร และ E-mail ส่งมาที่เมลนี้ หรือโทรติดต่อสอบถามมารายละเอียด หรือลงทะเบียนได้ที่เบอร์ 084-8850384 หรือที่ E-mail zass_zarik_na@hotmail.com ได้ทุกเวลา
วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553
การแข่งขันภาษาและวัฒนธรรมไทเขิน
ทำนองซอ พระลอ
การแข่งขันภาษาและวัฒนธรรมไทเขินโรงเรียนภาคฤดูร้อนครั้งที่ ๗ สถานที่ วัดบ้านเหม้า ตำบลยางลอ นครเชียงตุง เดือน ๗ ขึ้น ๑๑ ค่ำ จ.ศ.๑๓๗๒ วันเสาร์ที่ ๒๔ เมษายน ค.ศ.๒๐๑๐
เพลงประกอบ "มงช่ะช่ะ ปีใหม่" จายพ้อมแสงเมิง ขับร้อง
วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553
สมเด็จพระเทพฯเสด็จฯรัฐอัสสัมอินเดียที่มีคนไทอาศรัยอยู่
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐอินเดียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 1-8 กุมภาพันธ์ 2552 โดยก่อนที่จะเสด็จฯ ยังกรุงนิวเดลี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เยือนรัฐอัสสัมในระหว่างวันที่ 1-4 กุมภาพันธ์ 2552 ด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)